ฟุตบอลโลก 2569: โปรแกรม ตารางแข่ง เมืองเจ้าภาพ และคู่มือเดินทาง

โดย Porlaoongkum
29 มิถุนายน 2026

ฟุตบอลโลก 2026 กลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ด้วยการขยายเป็น 48 ทีม และจัดการแข่งขันร่วมกันใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก บทความนี้ Trip.com ได้รวบรวมข้อมูลที่แฟนบอลทุกคนต้องรู้ ทั้งตารางการแข่งขัน โปรแกรมแต่ละรอบ ผลการแข่งขันล่าสุด ตารางคะแนน ไปจนถึงรูปแบบการแข่งขันใหม่ เพื่อให้คุณติดตามทุกแมตช์ได้อย่างครบถ้วนในที่เดียว
ฟุตบอลโลก 2026 คืออะไร? ภาพรวมมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ที่มาของภาพ: Freepik
ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นครั้งที่ 23 ของการแข่งขันรายการนี้ โดยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
การแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่าง 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2026 รวมทั้งสิ้น 104 นัด ซึ่งมากที่สุดเท่าที่ฟุตบอลโลกเคยมีมา โดยนัดชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่สนาม MetLife Stadium (New York/New Jersey Stadium) ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา
ฟุตบอลโลก 2026 จัดที่ไหน? เมืองเจ้าภาพและสนามแข่งขัน
เนื่องจากฟุตบอลโลกครั้งนี้ มีเจ้าภาพรวมกันถึง 3 ประเทศ เลยมีการจัดการแข่งขันใน 16 เมืองเจ้าภาพ กระจายอยู่ใน 3 ประเทศ ดังนี้
สหรัฐอเมริกา (11 เมือง)
- Atlanta – Mercedes-Benz Stadium
- Boston – Gillette Stadium
- Dallas – AT&T Stadium
- Houston – NRG Stadium
- Kansas City – Arrowhead Stadium
- Los Angeles – SoFi Stadium
- Miami – Hard Rock Stadium
- New York/New Jersey – MetLife Stadium
- Philadelphia – Lincoln Financial Field
- San Francisco Bay Area – Levi's Stadium
- Seattle – Lumen Field
แคนาดา (2 เมือง)
- Toronto – BMO Field
- Vancouver – BC Place
เม็กซิโก (3 เมือง)
- Mexico City – Estadio Azteca
- Guadalajara – Estadio Akron
- Monterrey – Estadio BBVA
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Estadio Azteca ในกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นสนามแรกของโลกที่ใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 3 สมัย ขณะที่สนาม MetLife Stadium จะเป็นสถานที่จัดนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอลโลก 2026 มีกี่ทีม? รูปแบบการแข่งขันที่เปลี่ยนไป
ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 48 ทีม เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 32 ทีม เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมชาติจากทุกภูมิภาคได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายมากขึ้น โดยรูปแบบการแข่งขันใหม่จะประกอบด้วยดังนี้
- แบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม
- ทุกทีมลงเล่นรอบแบ่งกลุ่มทีมละ 3 นัด
- อันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่ม รวม 24 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
- อันดับ 3 ที่ดีที่สุด 8 ทีม จะได้สิทธิ์เข้ารอบเพิ่มเติม
- รวมเป็น 32 ทีม ในรอบน็อกเอาต์ ก่อนแข่งขันแบบแพ้คัดออกไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ
การปรับรูปแบบการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้จำนวนการแข่งขันเพิ่มเป็น 104 นัด มากกว่าฟุตบอลโลกในปี 2022 และเพิ่มโอกาสให้แฟนบอลได้ชมแมตช์ระดับโลกอีกด้วย
ตารางการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026: โปรแกรมบอลครบทุกนัด
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะจัดแข่งทั้งหมด 104 นัด ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2026 ครอบคลุมทั้งรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์ โดยการแข่งขันกระจายไปยัง 16 เมืองเจ้าภาพในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก แฟนบอลสามารถติดตามโปรแกรมการแข่งขันได้ตลอดทัวร์นาเมนต์ ตั้งแต่นัดเปิดสนามจนถึงรอบชิงชนะเลิศ
โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม: นัดสำคัญที่ห้ามพลาด
รอบแบ่งกลุ่มจัดขึ้นระหว่าง 11-27 มิถุนายน 2026 โดยแต่ละทีมลงสนาม 3 นัด ซึ่งเป็นช่วงที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองการพบกันของทีมชั้นนำและการลุ้นเข้ารอบของทุกกลุ่ม แมตช์เด่นที่แฟนบอลไทยไม่ควรพลาดได้แก่
- อาร์เจนตินา พบ จอร์แดน
- อังกฤษ พบ โครเอเชีย
- อังกฤษ พบ กานา
- โปรตุเกส พบ โคลอมเบีย
- ฝรั่งเศส พบ นอร์เวย์
- สเปน พบ อุรุกวัย
- บราซิล พบ โมร็อกโก
- เยอรมนี พบ เอกวาดอร์
- เนเธอร์แลนด์ พบ ญี่ปุ่น
โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์: ตั้งแต่รอบ 32 ทีม ถึงนัดชิงชนะเลิศ
หลังจบรอบแบ่งกลุ่ม จะเข้าสู่การแข่งขันแบบแพ้คัดออก โดยมีทั้งหมด 32 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ซึ่งแบ่งช่วงการแข่งขันดังนี้
รอบการแข่งขัน | วันแข่งขัน (เวลาไทย) |
รอบ 32 ทีมสุดท้าย | 29 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2569 |
รอบ 16 ทีมสุดท้าย | 5 – 8 กรกฎาคม 2569 |
รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีม) | 10 – 12 กรกฎาคม 2569 |
รอบรองชนะเลิศ | 15-16 กรกฎาคม 2569 |
ชิงอันดับ 3 | 19 กรกฎาคม 2569 |
รอบชิงชนะเลิศ | 20 กรกฎาคม 2569 (เช้ามืดเวลาไทย) |
เนื่องจากการแข่งขันจัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ แฟนบอลชาวไทยส่วนใหญ่จะได้รับชมการแข่งขันในช่วงเช้ามืดและช่วงเช้า ตามเวลาประเทศไทย โดยโปรแกรมแข่งขันของแต่ละคู่จะยืนยันอย่างเป็นทางการหลังสิ้นสุดรอบแบ่งกลุ่มและสามารถติดตามอัปเดตได้จาก FIFA ตลอดการแข่งขัน
























ตารางกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2026
กลุ่ม A-D
กลุ่ม | ทีม |
A | เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, สาธารณรัฐเช็ก |
B | สวิตเซอร์แลนด์, แคนาดา, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, กาตาร์ |
C | บราซิล, โมร็อกโก, สกอตแลนด์, เฮติ |
D | สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ปารากวัย, ตุรกี |
กลุ่ม E-H
กลุ่ม | ทีม |
E | เยอรมนี, ไอวอรีโคสต์, เอกวาดอร์, คูราเซา |
F | เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, สวีเดน, ตูนิเซีย |
G | เบลเยียม, อียิปต์, อิหร่าน, นิวซีแลนด์ |
H | สเปน, อุรุกวัย, กาบูเวร์ดี, ซาอุดีอาระเบีย |
กลุ่ม I-L
กลุ่ม | ทีม |
I | ฝรั่งเศส, นอร์เวย์, เซเนกัล, อิรัก |
J | อาร์เจนตินา, ออสเตรีย, แอลจีเรีย, จอร์แดน |
K | โคลอมเบีย, โปรตุเกส, ดีอาร์คองโก, อุซเบกิสถาน |
L | อังกฤษ, กานา, โครเอเชีย, ปานามา |
หมายเหตุ: สถานการณ์ของแต่ละกลุ่มสามารถเปลี่ยนแปลงได้หลังจบการแข่งขันในแต่ละนัด โดยการจัดอันดับจะพิจารณาจากคะแนน ผลต่างประตูได้-เสีย และเงื่อนไขของ FIFA เพื่อหาอันดับ 1, 2 และ 8 ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
ผลการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก: อัปเดตล่าสุด
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม แฟนบอลสามารถติดตามผลการแข่งขันล่าสุด พร้อมสกอร์ ไฮไลต์สำคัญ และทีมที่ผ่านเข้ารอบได้จากสรุปด้านล่าง ซึ่งอ้างอิงข้อมูลอัปเดตล่าสุดของการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
ผลบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม: ไฮไลท์แมตช์เด็ด
การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มล่าสุด มีหลายคู่ที่สร้างความประทับใจและพลิกความคาดหมาย โดยไฮไลต์แมตช์เด็ดสำคัญ ได้แก่
คู่แข่งขัน | ผลการแข่งขัน | ไฮไลต์ |
ฝรั่งเศส พบ นอร์เวย์ | 4-1 | ฝรั่งเศสคว้าแชมป์กลุ่ม I ด้วยผลงานชนะรวด |
เซเนกัล พบ อิรัก | 5-0 | เซเนกัลยิงขาดลอยและยังมีลุ้นเข้ารอบ |
เอกวาดอร์ พบ เยอรมนี | 2-1 | เอกวาดอร์สร้างเซอร์ไพรส์โค่นเยอรมนี พร้อมตีตั๋วรอบน็อกเอาต์ |
เนเธอร์แลนด์ พบ สวีเดน | 5-1 | เกมรุกของเนเธอร์แลนด์โดดเด่น คว้าแชมป์กลุ่ม F |
บราซิล พบ สกอตแลนด์ | 3-0 | บราซิลโชว์ฟอร์มแข็งแกร่ง ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม |
เม็กซิโก พบ สาธารณรัฐเช็ก | 3-0 | เจ้าภาพเม็กซิโกจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยชัยชนะ 3 นัดรวด |
ไฮไลต์ของรอบแบ่งกลุ่มปีนี้คือการที่เอกวาดอร์เอาชนะเยอรมนี 2-1 แม้เยอรมนีจะผ่านเข้ารอบแล้ว ส่งผลให้เอกวาดอร์คว้าตั๋วเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ขณะที่เม็กซิโกและฝรั่งเศสเป็นสองทีมที่โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอที่สุดด้วยการเก็บชัยชนะต่อเนื่อง
สรุปทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026
สถานะ | ทีมที่ผ่านเข้ารอบ |
แชมป์กลุ่ม | เม็กซิโก (A), สวิตเซอร์แลนด์ (B), บราซิล (C), สหรัฐอเมริกา (D), เยอรมนี (E), เนเธอร์แลนด์ (F), เบลเยียม (G), สเปน (H), ฝรั่งเศส (I), อาร์เจนตินา (J), โคลอมเบีย (K), อังกฤษ (L) |
รองแชมป์กลุ่ม | แอฟริกาใต้ (A), แคนาดา (B), โมร็อกโก (C), ออสเตรเลีย (D), ไอวอรีโคสต์ (E), ญี่ปุ่น (F), อียิปต์ (G), กาบูเวร์ดี (H), นอร์เวย์ (I), ออสเตรีย (J), โปรตุเกส (K), เกาหลีใต้ (L) |
ทีมอันดับ 3 ที่ผ่านเข้ารอบแล้ว | บอสเนียฯ (B), เซเนกัล (I), ตุรกี (J), เอกวาดอร์ (E), สวีเดน (F), จอร์แดน (G), ยูเครน (K), กานา (L) |
วิเคราะห์บอลโลก 2026: ทีมเต็งแชมป์และม้ามืดที่น่าจับตา
ฟุตบอลโลก 2026 กำลังเข้าสู่ช่วงที่การแข่งขันเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยหลายทีมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสมกับการเป็นตัวเต็ง ขณะที่บางชาติสร้างผลงานเกินความคาดหมายจนถูกยกให้เป็นม้ามืดของรายการ การแข่งขันในรอบน็อกเอาต์ซึ่งตัดสินกันแบบแพ้คัดออก ทำให้รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างประสิทธิภาพในการจบสกอร์ ความแข็งแกร่งของเกมรับ และความลึกของขุมกำลัง อาจเป็นปัจจัยที่ชี้ขาดว่าใครจะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลก

ที่มาของภาพ: Freepik
ทีมเต็งแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026: ฝรั่งเศส บราซิล อาร์เจนตินา และคู่แข่งระดับโลก
ฝรั่งเศส ยังคงถูกมองว่าเป็นทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์มากที่สุดทีมหนึ่ง ด้วยขุมกำลังที่สมดุลในทุกตำแหน่ง ทั้งเกมรุกที่เฉียบคม กองกลางที่สามารถควบคุมจังหวะการแข่งขัน และแนวรับที่เล่นได้อย่างมีวินัย ผลงานในรอบแบ่งกลุ่มที่เก็บชัยชนะต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่าทีมยังคงรักษามาตรฐานระดับสูงเอาไว้ได้ หากไม่มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลัก ฝรั่งเศสมีศักยภาพเพียงพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
บราซิล ยังคงเป็นทีมที่คู่แข่งทุกชาติให้ความเคารพเสมอ จุดแข็งอยู่ที่เกมรุกอันหลากหลาย นักเตะสามารถสร้างโอกาสได้จากทั้งการเล่นริมเส้น การเข้าทำตรงกลาง และลูกตั้งเตะ อีกทั้งยังมีขุมกำลังสำรองที่ทดแทนกันได้เกือบทุกตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บราซิลต้องระวังคือความผิดพลาดในเกมรับเมื่อเจอกับทีมที่เล่นเกมสวนกลับเร็ว เพราะในรอบน็อกเอาต์ ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการตกรอบ
อาร์เจนตินา แม้จะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากชุดแชมป์โลกปี 2022 แต่ยังคงเป็นทีมที่เล่นอย่างมีระบบและมีความมั่นใจสูง จุดเด่นคือการเล่นเป็นทีม ความเข้าใจเกมของนักเตะ และประสบการณ์ในแมตช์สำคัญ หากสามารถรักษามาตรฐานการเล่นในเกมใหญ่ได้เหมือนที่ผ่านมา ก็มีโอกาสป้องกันแชมป์ได้เช่นกัน
สเปน เป็นทีมที่มีเอกลักษณ์เรื่องการครองบอลและการต่อบอลที่แม่นยำ นักเตะรุ่นใหม่หลายคนเริ่มก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลัก ทำให้ทีมมีทั้งพลังและความสด อย่างไรก็ตาม หากต้องเจอกับทีมที่ตั้งรับลึกและสวนกลับเร็ว สเปนอาจต้องหาวิธีเปลี่ยนเกมให้มีความหลากหลายมากขึ้น
อังกฤษ ถือเป็นอีกทีมที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งที่สุดทีมหนึ่งในรายการ นักเตะหลายคนกำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพ ทั้งในเกมรุกและเกมรับ หากสามารถเปลี่ยนโอกาสที่สร้างได้ให้เป็นประตูอย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับความกดดันในรอบลึก ๆ ได้ อังกฤษก็มีศักยภาพมากพอที่จะลุ้นแชมป์โลกครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ
โปรตุเกส อาจไม่ถูกยกเป็นตัวเต็งอันดับแรกเหมือนฝรั่งเศสหรือบราซิล แต่ยังเป็นทีมที่มีคุณภาพสูงในทุกตำแหน่ง จุดเด่นคือความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นเกมรุกและการเล่นเกมโต้กลับที่รวดเร็ว หากจับจังหวะการแข่งขันได้และไม่เสียสมาธิในช่วงท้ายเกม โปรตุเกสก็พร้อมสร้างผลงานเหนือความคาดหมาย
ม้ามืด ฟุตบอลโลก 2026: ทีมที่อาจพลิกล็อกสร้างประวัติศาสตร์
หากพูดถึงทีมที่มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ ญี่ปุ่น คือหนึ่งในชื่อแรกที่หลายฝ่ายนึกถึง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นพัฒนาคุณภาพทีมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านแท็กติก ความฟิต และประสบการณ์ของนักเตะที่ค้าแข้งในลีกยุโรป จุดเด่นคือการเล่นที่มีวินัยสูง การเพรสซิงที่เป็นระบบ และความสามารถในการเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถสร้างปัญหาให้ทีมระดับโลกได้เสมอ
โมร็อกโก ยังคงพิสูจน์ว่าความสำเร็จในฟุตบอลโลก 2022 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทีมมีเกมรับที่แข็งแกร่ง เล่นอย่างมีระเบียบ และใช้จังหวะสวนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ โมร็อกโกมีโอกาสผ่านเข้าสู่รอบลึกอีกครั้ง
เม็กซิโก ได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งหมายถึงการเล่นท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลจำนวนมหาศาล ความคุ้นเคยกับสภาพสนามและสภาพอากาศอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ที่ทุกเกมมีความกดดันสูง
ส่วน เนเธอร์แลนด์ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นทีมระดับแนวหน้า แต่เมื่อเทียบกับฝรั่งเศส บราซิล หรืออาร์เจนตินา ก็ยังถูกจัดเป็นม้ามืดในแง่ของโอกาสคว้าแชมป์ ทีมมีจุดเด่นเรื่องเกมรุกที่รวดเร็ว การต่อบอลจากแนวรับ และนักเตะดาวรุ่งที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากจับจังหวะการแข่งขันได้ดี เนเธอร์แลนด์ก็มีศักยภาพพอที่จะโค่นทีมเต็งและไปถึงรอบรองชนะเลิศหรือรอบชิงชนะเลิศได้
แม้ชื่อของทีมเต็งจะยังคงเป็นฝรั่งเศส บราซิล และอาร์เจนตินา แต่ฟุตบอลโลกก็พิสูจน์มาแล้วหลายครั้งว่าชื่อไม่ใช่สิ่งที่การันตีความสำเร็จ ในการแข่งขันแบบแพ้คัดออก ทุกทีมมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ได้ หากรักษาฟอร์มการเล่น รับมือกับความกดดัน และใช้โอกาสที่มีได้อย่างเฉียบคม
แชมป์บอลโลกแต่ละปี: ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่คุณควรรู้
ตลอดประวัติศาสตร์กว่า 90 ปีของการแข่งขันฟุตบอลโลก มีเพียง 8 ชาติเท่านั้นที่เคยคว้าแชมป์โลก สะท้อนให้เห็นถึงความยากของการก้าวขึ้นเป็นทีมอันดับหนึ่งของโลก โดย บราซิล ยังคงครองสถิติเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยการคว้าแชมป์ 5 สมัย ตามมาด้วย เยอรมนี และ อิตาลี ที่คว้าแชมป์ประเทศละ 4 สมัย ส่วนแชมป์โลกคนล่าสุดก่อนฟุตบอลโลก 2026 คือ อาร์เจนตินา ที่เอาชนะฝรั่งเศสในการดวลจุดโทษนัดชิงชนะเลิศปี 2022
สรุปแชมป์ฟุตบอลโลกทุกสมัย: จากอุรุกวัย 1930 ถึงอาร์เจนตินา 2022
ปี | เจ้าภาพ | แชมป์ | รองแชมป์ |
1930 | อุรุกวัย | อุรุกวัย | อาร์เจนตินา |
1934 | อิตาลี | อิตาลี | เชโกสโลวาเกีย |
1938 | ฝรั่งเศส | อิตาลี | ฮังการี |
1942 | - | ยกเลิกการแข่งขัน (สงครามโลกครั้งที่ 2) | - |
1946 | - | ยกเลิกการแข่งขัน (สงครามโลกครั้งที่ 2) | - |
1950 | บราซิล | อุรุกวัย | บราซิล* |
1954 | สวิตเซอร์แลนด์ | เยอรมนีตะวันตก | ฮังการี |
1958 | สวีเดน | บราซิล | สวีเดน |
1962 | ชิลี | บราซิล | เชโกสโลวาเกีย |
1966 | อังกฤษ | อังกฤษ | เยอรมนีตะวันตก |
1970 | เม็กซิโก | บราซิล | อิตาลี |
1974 | เยอรมนีตะวันตก | เยอรมนีตะวันตก | เนเธอร์แลนด์ |
1978 | อาร์เจนตินา | อาร์เจนตินา | เนเธอร์แลนด์ |
1982 | สเปน | อิตาลี | เยอรมนีตะวันตก |
1986 | เม็กซิโก | อาร์เจนตินา | เยอรมนีตะวันตก |
1990 | อิตาลี | เยอรมนีตะวันตก | อาร์เจนตินา |
1994 | สหรัฐอเมริกา | บราซิล | อิตาลี |
1998 | ฝรั่งเศส | ฝรั่งเศส | บราซิล |
2002 | เกาหลีใต้ / ญี่ปุ่น | บราซิล | เยอรมนี |
2006 | เยอรมนี | อิตาลี | ฝรั่งเศส |
2010 | แอฟริกาใต้ | สเปน | เนเธอร์แลนด์ |
2014 | บราซิล | เยอรมนี | อาร์เจนตินา |
2018 | รัสเซีย | ฝรั่งเศส | โครเอเชีย |
2022 | กาตาร์ | อาร์เจนตินา | ฝรั่งเศส |
หมายเหตุ: ฟุตบอลโลกปี 1950 ไม่มีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ แต่ตัดสินแชมป์จากรอบสุดท้ายแบบพบกันหมด ซึ่งอุรุกวัยจบอันดับ 1 เหนือบราซิลในนัดที่ได้รับการขนานนามว่า "Maracanazo"
NO.4
โรงแรมในเกรปไวน์
NO.6
โรงแรมในแดลลัส
NO.7
โรงแรมในแดลลัสแผนเดินทางชม ฟุตบอลโลก 2026 สำหรับแฟนบอลชาวไทย

ที่มาของภาพ: Freepik
เดินทางไปชม ฟุตบอลโลก 2026: ตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในเมืองเจ้าภาพ
การเดินทางจากประเทศไทยไปชมฟุตบอลโลก 2026 ไม่มีเที่ยวบินตรงไปยังทุกเมืองเจ้าภาพ ดังนั้นแฟนบอลส่วนใหญ่มักเลือกบินเข้าสู่เมืองหลัก เช่น ลอสแอนเจลิส, นิวยอร์ก, ดัลลัส, แวนคูเวอร์, โทรอนโต หรือเม็กซิโกซิตี้ ก่อนต่อเที่ยวบินภายในประเทศไปยังเมืองที่จัดการแข่งขัน
หากมีแผนชมหลายแมตช์ ควรวางโปรแกรมการแข่งขันให้ต่อเนื่องในภูมิภาคเดียวกัน เช่น เลือกชมเฉพาะสนามในฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ หรือโซนตะวันออก เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง เพราะการบินข้ามประเทศหรือข้ามรัฐอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง
สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน แนะนำให้เริ่มจองล่วงหน้าอย่างน้อย 6-9 เดือน หลังทราบโปรแกรมการแข่งขัน โดยเฉพาะช่วงรอบน็อกเอาต์ที่มีความต้องการเดินทางสูง ราคาตั๋วมีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อใกล้วันแข่งขัน
ในส่วนของที่พัก เมืองเจ้าภาพหลายแห่งมีโรงแรมให้เลือกตั้งแต่ระดับประหยัดไปจนถึงโรงแรมหรู แต่ในช่วงฟุตบอลโลก ห้องพักใกล้สนามแข่งขันมักเต็มอย่างรวดเร็ว ควรเลือกพักใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟใต้ดิน รถไฟ หรือรถราง เพื่อเดินทางเข้าสนามได้สะดวก และยังช่วยประหยัดค่าเดินทางอีกด้วย
นอกจากนี้ แฟนบอลควรติดตามการเปิดจำหน่าย บัตรเข้าชมการแข่งขัน (Match Tickets) ผ่านเว็บไซต์ทางการของ FIFA เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อบัตรจากผู้ขายที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจมีความเสี่ยงเรื่องบัตรปลอมหรือราคาสูงกว่าปกติ
เมืองเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก 2026 น่าเที่ยว: ไปดูบอลควบคู่ท่องเที่ยวได้ที่ไหน?
ข้อดีของฟุตบอลโลก 2026 คือ เมืองเจ้าภาพหลายแห่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ทำให้แฟนบอลสามารถวางแผนเที่ยวต่อได้อย่างคุ้มค่า
- นิวยอร์ก / นิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสแลนด์มาร์กระดับโลก เช่น Times Square, Central Park, Statue of Liberty และชมวิวมหานครจากตึกระฟ้า
- ลอสแอนเจลิส เป็นเมืองแห่งความบันเทิง มีทั้ง Hollywood, Universal Studios Hollywood, ชายหาด Santa Monica และแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง
- ไมอามี โดดเด่นด้วยชายหาดสีขาว บรรยากาศริมทะเล คาเฟ่ และชีวิตยามค่ำคืน เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังชมการแข่งขัน
- ดัลลัส และ ฮิวสตัน เป็นศูนย์กลางด้านกีฬาและวัฒนธรรมของรัฐเท็กซัส มีพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่
- แวนคูเวอร์ และ โทรอนโต ในแคนาดา เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ เมืองสะอาด และการเดินทางที่สะดวก สามารถเที่ยวอุทยานแห่งชาติ น้ำตกไนแอการา หรือย่านใจกลางเมืองได้
- เม็กซิโกซิตี้ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่น พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างจัตุรัส Zócalo พิพิธภัณฑ์ระดับโลก และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม
หากมีเวลาประมาณ 10-14 วัน แนะนำให้เลือกเที่ยวในประเทศเดียวหรือเมืองที่อยู่ใกล้กัน เพื่อให้เดินทางสะดวกและมีเวลาชมการแข่งขันหลายแมตช์ แต่หากวางแผนเดินทางนานกว่า 2 สัปดาห์ ก็สามารถจัดทริปข้ามทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เพื่อสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกที่หลากหลาย พร้อมท่องเที่ยวเมืองสำคัญของอเมริกาเหนือได้ในทริปเดียว
ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลโลก ทั้งการขยายจำนวนทีมเป็น 48 ทีม การแข่งขันที่จัดขึ้นใน 3 ประเทศ และรูปแบบการแข่งขันใหม่ที่เข้มข้นกว่าเดิม ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลที่ติดตามผลการแข่งขันแบบวันต่อวัน กำลังมองหาตารางแข่ง ตารางคะแนน วิเคราะห์ทีมเต็ง หรือวางแผนเดินทางไปเชียร์ถึงขอบสนาม บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ในที่เดียว โดยเราจะอัปเดตโปรแกรมการแข่งขัน ผลการแข่งขัน ตารางคะแนน และสถานการณ์ของแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่องตลอดทัวร์นาเมนต์ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของฟุตบอลโลก 2026 จนถึงวันที่ได้รู้ว่าใครจะเป็นแชมป์โลกทีมต่อไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฟุตบอลโลก 2026
-
ฟุตบอลโลก 2026 จัดที่ไหน?
ฟุตบอลโลก 2026 จัดขึ้นใน 3 ประเทศร่วมเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยมีการแข่งขันกระจายใน 16 เมืองเจ้าภาพ ทั่วอเมริกาเหนือ ส่วนรอบชิงชนะเลิศจะแข่งขันที่ MetLife Stadium เมืองอีสต์รัทเทอร์ฟอร์ด รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา -
ฟุตบอลโลก 2026 มีกี่ทีม?
ฟุตบอลโลก 2026 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 48 ทีม เพิ่มขึ้นจากเดิม 32 ทีม โดยแบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่ม รวมถึง ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 8 ทีม จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย -
ดูฟุตบอลโลก 2026 ได้ทางช่องไหน?
ในประเทศไทย สามารถรับชมฟุตบอลโลก 2026 ผ่าน ช่องโทรทัศน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ โดยควรติดตามประกาศจากผู้ถือลิขสิทธิ์ก่อนการแข่งขัน เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับช่องทางการรับชม ตารางถ่ายทอดสด และแพ็กเกจสตรีมมิง -
ฟุตบอลโลก 2026 มีประเทศอะไรบ้าง?
ฟุตบอลโลก 2026 มี 48 ชาติ ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย โดยมาจากทุกสมาพันธ์ฟุตบอลทั่วโลก ได้แก่ UEFA (ยุโรป) 16 ทีม, CAF (แอฟริกา) 9 ทีม, AFC (เอเชีย) 8 ทีม, CONMEBOL (อเมริกาใต้) 6 ทีม, CONCACAF (อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน) 6 ทีม, OFC (โอเชียเนีย) 1 ทีม และอีก 2 ทีมจากรอบเพลย์ออฟระหว่างทวีป ตัวอย่างทีมที่ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ บราซิล อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ ญี่ปุ่น และโปรตุเกส -
ใครคือแชมป์บอลโลกครั้งล่าสุด?
แชมป์ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 คือ อาร์เจนตินา ซึ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ หลังเอาชนะฝรั่งเศสในการดวลจุดโทษ 4-2 ภายหลังเสมอกัน 3-3 ในเวลา 120 นาที ส่งผลให้อาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 -
ตั๋วฟุตบอลโลก 2026 ซื้อได้ที่ไหน?
ตั๋วเข้าชมฟุตบอลโลก 2026 จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ทางการของ FIFA โดยมีการเปิดจำหน่ายหลายรอบ ทั้งระบบสุ่มสิทธิ์ (Ballot) และการจำหน่ายทั่วไป แนะนำให้ลงทะเบียนบัญชี FIFA ล่วงหน้า พร้อมวางแผนจองตั๋วเครื่องบินและที่พักตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มค่า -
ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่?
ทีมชาติไทยไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 หลังตกรอบในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย (AFC) แม้จะไม่ได้ร่วมแข่งขันในรอบสุดท้าย แต่แฟนบอลไทยยังสามารถติดตามเชียร์ทีมชั้นนำจากทั่วโลกและรับชมการแข่งขันได้ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ -
ฟุตบอลโลก 2026 ของญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง?
ทีมชาติญี่ปุ่นผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 และอยู่ใน กลุ่ม F ร่วมกับ เนเธอร์แลนด์ สวีเดน และตูนิเซีย โดยทัพ "ซามูไรบลูส์" ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในรอบแบ่งกลุ่ม และยังคงเป็นหนึ่งในตัวแทนจากเอเชียที่ถูกจับตามองว่าจะมีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ในรอบน็อกเอาต์
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ฟุตบอลโลก 2026: ตาราง โปรแกรม และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้
- ● ฟุตบอลโลก 2026 คืออะไร? ภาพรวมมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
- ● ตารางการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026: โปรแกรมบอลครบทุกนัด
- ● ตารางกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2026
- ● ผลการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก: อัปเดตล่าสุด
- ● วิเคราะห์บอลโลก 2026: ทีมเต็งแชมป์และม้ามืดที่น่าจับตา
- ● แชมป์บอลโลกแต่ละปี: ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่คุณควรรู้
- ● แผนเดินทางชม ฟุตบอลโลก 2026 สำหรับแฟนบอลชาวไทย
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ฟุตบอลโลก 2026
เราคือ Porlaoongkum ผู้รักการถ่ายรูปและการท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดโลกการเที่ยวของตัวเองในทุกมุมมอง ไปเที่ยวมาแล้วทั้งในไทย และต่างประเทศ ทั้งลาว, ไต้หวัน, ฮ่องกง และเวียดนาม วันว่างๆ เราชอบออกไปเที่ยวและถ่ายรูป เก็บภาพสวยๆ ของแต่ละที่ที่ไม่ค่อยมีใครเห็น พร้อมพาทุกคนออกเดินทางไปพร้อมๆ กัน
เนื้อหายอดฮิต
-
เนื้อหายอดนิยม
-
โปรโมชั่น Trip.com
- กิจกรรมยอดนิยมปี 2026
- คอนเสิร์ตปี 2026
- คอนเสิร์ตไทย
- กิจกรรมล่าสุดในจีน
- คอนเสิร์ต SEVENTEEN
- กิจกรรมล่าสุดในไทย
- เทศกาลปี 2026
- คอนเสิร์ตในเกาหลี
- กิจกรรมล่าสุดในฮ่องกง
- เทศกาลดนตรีกรุงเทพฯ
- กิจกรรมล่าสุดในกรุงเทพฯ
- การแข่งขันกีฬา 2026
- คอนเสิร์ตในญี่ปุ่น
- กิจกรรมล่าสุดในไต้หวัน
- นิทรรศการ 2026
- กิจกรรมล่าสุดในภูเก็ต
- กิจกรรมในกรุงเทพฯ ปี 2026
- คอนเสิร์ตในจีน
- กิจกรรมล่าสุดในมาเก๊า
- กิจกรรมวันหยุดในไทย ปี 2026
- กิจกรรมล่าสุดในเชียงใหม่
- กิจกรรมในประเทศไทย ปี 2026
- คอนเสิร์ตในสิงคโปร์
- กิจกรรมล่าสุดในสิงคโปร์
- กิจกรรมยอดนิยมในญี่ปุ่น




































