App
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฟรี
ช่วยเหลือ
ภายในไทย +66 2 700 8666 เวลาบริการ: 9:00-18:00 (เวลากรุงเทพฯ)
ศูนย์บริการลูกค้าหลัก +86 21 2226 8817 เวลาบริการ: 9:00-18:00 (เวลากรุงเทพฯ)

การห้ามเดินทางและข้อจำกัดการเดินทางตามประเทศ/ภูมิภาค

อัปเดตเมื่อ 28 ก.ค. 2021 เวลา 13:11 น. (UTC+8)
ต้นทาง
ปลายทาง

ฝรั่งเศส

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าฝรั่งเศสมีเงื่อนไขในการเดินทาง
การฉีดวัคซีน
Travelers fully vaccinated with an EMA-approved vaccine are exempt from pre-departure testing requirements.
การตรวจ COVID-19
ทุกคนต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ไม่มีข้อมูลในขณะนี้ โปรดติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำการเดินทางล่าสุด
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ

เยอรมนี

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าเยอรมนีมีเงื่อนไขในการเดินทาง
การฉีดวัคซีน
Travelers fully vaccinated with an EMA-approved vaccine are exempt from pre-departure testing requirements.
การตรวจ COVID-19
นักท่องเที่ยวต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบ PCR ที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
การกักตัว
ทุกคนที่เดินทางมาจากประเทศหรือภูมิภาคที่สถาบัน Robert-Koch-Institut ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงสำหรับ COVID-19 ต้องผ่านการกักตัว 10 วันเมื่อเดินทางถึง
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ตั้งแต่ 29 มิถุนายน 2021 ห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเยอรมนี นโยบายนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับผู้พำนักที่เดินทางมาจากประเทศหรือภูมิภาคในสหภาพยุโรป (ยกเว้นโปรตุเกส), ประเทศหรือภูมิภาคในพื้นที่ข้อตกลงวีซ่าเชงเก้น, แอลเบเนีย, ออสเตรเลีย, เขตปกครองพิเศษฮ่องกง, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, เลบานอน, เขตปกครองพิเศษมาเก๊า, นิวซีแลนด์, นอร์ทมาซิโดเนีย, เซอร์เบีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ไทย หรือสหรัฐอเมริกา ประกอบกับคนผู้นั้นไม่ได้เดินทางมาจากพื้นที่ซึ่งได้รับการระบุโดยสถาบัน Robert-Koch ว่ามีการแพร่ระบาด COVID-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์อันต้องเฝ้าระวัง มีข้อยกเว้นสำหรับผู้พำนักในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย, นักท่องเที่ยวผู้ได้รับวัคซีนครบโดสตามเกณฑ์อย่างน้อย 14 วันก่อนกำหนดออกเดินทาง ซึ่งต้องเป็นวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่ได้รับการยอมรับจากสถาบัน Paul-Ehrlich, ผู้โดยสารที่ทำการเปลี่ยนเครื่องซึ่งไม่ได้ออกจากโซนผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องภายในสนามบินนานาชาติ, ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน, นักศึกษาในหมวดที่กำหนดและบุคลากรที่มีทักษะขั้นสูง รวมทั้ง ""กรณีพิเศษอื่นๆ"" แนะนำให้นักท่องเที่ยวติดต่อสถานทูตเยอรมันหรือสถานกงสุลเยอรมันในพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าตนเองตรงตามเกณฑ์ในการได้สิทธิ์ยกเว้นในหมวดใดโดยเฉพาะหรือไม่
 
ทุกคน (รวมชาวเยอรมัน) ที่เดินทางมาเยอรมนีโดยทางอากาศ ไม่ว่ามีต้นทางจากที่ใด ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) ที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง และตรวจโดยผู้ให้บริการตรวจโรคซึ่งได้รับการยอมรับจากสถาบัน Robert-Koch ในอีกทางหนึ่ง นักท่องเที่ยวอาจแสดงหลักฐานที่บ่งบอกว่าได้รับวัคซีนครบโดสตามเกณฑ์อย่างน้อย 14 วันก่อนกำหนดออกเดินทาง โดยต้องเป็นวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่ได้รับการยอมรับจากสถาบัน Paul-Ehrlich หรือแสดงหลักฐานที่บ่งบอกว่าอาการติดเชื้อ COVID-19 ก่อนหน้านี้รักษาหายดีแล้ว นโยบายนี้ไม่รวมผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยอรมนี แต่ภายใน 10 วันก่อนถึงกำหนดวันออกเดินทางได้ไปเยือน ""พื้นที่เกิดสายพันธุ์กลายพันธุ์อันต้องเฝ้าระวัง"" ผู้เดินทางที่ตรงตามเกณฑ์นี้ ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) ที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
 
ทุกคน (รวมชาวเยอรมัน) ผู้ที่ภายใน 10 วันก่อนถึงกำหนดวันออกเดินทางได้ไปเยือน ""พื้นที่เสี่ยง"" ""พื้นที่มีรายงานการติดเชื้อสูง"" หรือ ""พื้นที่เกิดสายพันธุ์กลายพันธุ์"" ต้องส่งแบบฟอร์มลงทะเบียนสุขภาพทางออนไลน์ก่อนออกเดินทาง เมื่อเดินทางมาถึง ผู้ที่เดินทางมาจาก ""พื้นที่เสี่ยง"" หรือ ""พื้นที่มีรายงานการติดเชื้อสูง"" ต้องทำการแยกกักตัวเองเป็นเวลา 10 วัน นักท่องเที่ยวผู้ยินยอมให้ตรวจ COVID-19 เพิ่มเติมจะมีสิทธิ์ในการหยุดการแยกกักตัวเองหลังจากได้รับคำยืนยันว่าผลตรวจเป็นลบ ผู้ที่เดินทางมาจาก ""พื้นที่เกิดสายพันธุ์กลายพันธุ์อันต้องเฝ้าระวัง"" ต้องทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ดูแบบฟอร์มลงทะเบียนสุขภาพได้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.einreiseanmeldung.de/
 
โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐในเยอรมนีหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครอง คุณดูรายการพื้นที่เสี่ยงปัจจุบันได้ที่ URL ต่อไปนี้: https://www.rki.de/DE/Content/InfAZ/N/Neuartiges_Coronavirus/Risikogebiete_neu.html
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ

อิตาลี

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าอิตาลีมีเงื่อนไขในการเดินทาง
การตรวจ COVID-19
นักท่องเที่ยวต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 ที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง หรือต้องทำการตรวจ COVID-19 เมื่อเดินทางถึง
การกักตัว
ผู้ที่เดินทางมาจากบางประเทศหรือบางพื้นที่อาจจำเป็นต้องผ่านการกักตัว 10 วันเมื่อเดินทางถึง
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ไม่มีข้อมูลในขณะนี้ โปรดติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำการเดินทางล่าสุด
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ

เนเธอร์แลนด์

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าเนเธอร์แลนด์ปกติ
การตรวจ COVID-19
ไม่จำเป็นต้องตรวจ COVID-19 สำหรับการเดินทาง
การกักตัว
ประเทศปลายทางไม่บังคับให้มีการกักตัว โปรดปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยมาตรฐาน
บริการวีซ่า
บริการวีซ่าเปิดให้บริการตามปกติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สถานทูต
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2021 ห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเนเธอร์แลนด์ นโยบายนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับผู้ถือสัญชาติและผู้พำนักที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเดินทางมาจากประเทศหรือภูมิภาคในสหภาพยุโรป, ประเทศหรือภูมิภาคในพื้นที่ข้อตกลงวีซ่าเชงเก้น, แอลเบเนีย, ออสเตรเลีย, เขตปกครองพิเศษฮ่องกง, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, เลบานอน, เขตปกครองพิเศษมาเก๊า, นิวซีแลนด์, นอร์ทมาซิโดเนีย, รวันดา, ซานมารีโน, เซอร์เบีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, ไทย, สหรัฐอเมริกา หรือนครรัฐวาติกัน ข้อยกเว้นอื่นๆ ใช้กับผู้ที่ต้องการเดินทางซึ่งมาจากพื้นที่อื่นๆ และได้รับวัคซีนครบโดสตามเกณฑ์ โดยต้องเป็นวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่ได้รับการยอมรับจากทางการดัตช์ ประกอบกับคนผู้นั้นไม่ได้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีรายงานการแพร่เชื้อ COVID-19 ในสายพันธุ์กลายพันธุ์อันต้องเฝ้าระวังซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งมีการระบุโดยทางการดัตช์ มีข้อยกเว้นเพิ่มเติมในการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศสำหรับผู้ถือบัตรผู้อยู่อาศัยชาวดัตช์หรือใบอนุญาตพำนัก, ผู้ที่ถือวีซ่าพำนักระยะยาวอันถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าเนเธอร์แลนด์ในบางหมวดเพื่อทำงานหรือเล่าเรียน, ผู้ที่เดินทางด้วยเหตุผลจำเป็นเพื่อมาเยี่ยมเยือนสมาชิกครอบครัวในเนเธอร์แลนด์, ผู้ที่เดินทางด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม หรือผู้ที่ได้รับการพิทักษ์ในระดับข้ามชาติ ข้อมูลเพิ่มเติมว่าด้วยหมวดยกเว้นแจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.government.nl/topics/coronavirus-covid-19/visiting-the-netherlands-from-abroad/exemptions-to-the-entry-ban/eu-entry-ban-exemption-categories
 
ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปทุกคน (รวมชาวดัตช์) ต้องถือหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) ที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง นโยบายนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องหรือผู้ที่เดินทางมาจากประเทศหรือภูมิภาค ""ปลอดภัย"" ในสหภาพยุโรป, ประเทศหรือภูมิภาค ""ปลอดภัย"" ในพื้นที่ข้อตกลงวีซ่าเชงเก้น, แอลเบเนีย, ออสเตรเลีย, เขตปกครองพิเศษฮ่องกง, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, เลบานอน, เขตปกครองพิเศษมาเก๊า, นิวซีแลนด์, นอร์ทมาซิโดเนีย, รวันดา, ซานมารีโน, เซอร์เบีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, ไทย, สหรัฐอเมริกา หรือนครรัฐวาติกัน ทุกคนที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าเนเธอร์แลนด์ซึ่งเดินทางมาจากประเทศหรือภูมิภาคที่มีรายงานการแพร่เชื้อ COVID-19 ในสายพันธุ์กลายพันธุ์อันต้องเฝ้าระวังซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว ต้องถือหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบชุดตรวจเร็ว (Rapid Test) ที่เป็นลบเพิ่มเติม ซึ่งออกภายใน 24 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง และต้องผ่านการกักตัวเป็นเวลา 10 วันเมื่อเดินทางมาถึง ข้อมูลเพิ่มเติมว่าด้วยการตรวจ COVID-19 และการกักตัวภาคบังคับแจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.government.nl/topics/coronavirus-covid-19/visiting-the-netherlands-from-abroad
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ

โปรตุเกส

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าโปรตุเกสมีเงื่อนไขในการเดินทาง
การตรวจ COVID-19
ทุกคนต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
การกักตัว
ผู้ที่เดินทางมาจากบางประเทศหรือบางพื้นที่อาจจำเป็นต้องผ่านการกักตัว 14 วันเมื่อเดินทางถึง
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ไม่มีข้อมูลในขณะนี้ โปรดติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำการเดินทางล่าสุด
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ

ออสเตรเลีย

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าออสเตรเลียไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

นิวซีแลนด์

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้านิวซีแลนด์ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

อเมริกันซามัว

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าอเมริกันซามัวไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

หมู่เกาะคุก

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าหมู่เกาะคุกไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

ฟิจิ

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าฟิจิไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

แคนาดา

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าแคนาดาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

เม็กซิโก

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าเม็กซิโกปกติ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

แอนติกาและบาร์บูดา

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าแอนติกาและบาร์บูดามีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

บาฮามาส

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าบาฮามาสมีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

บาร์เบโดส

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าบาร์เบโดสมีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

อาร์เจนตินา

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าอาร์เจนตินาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

อารูบา

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าอารูบามีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

โบลิเวีย

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าโบลิเวียมีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

บราซิล

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าบราซิลมีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ

ชิลี

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าชิลีไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

แอลจีเรีย

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าแอลจีเรียไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

แองโกลา

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าแองโกลาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

เบนิน

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าเบนินมีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

บอตสวานา

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าบอตสวานามีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง

บูร์กินาฟาโซ

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าบูร์กินาฟาโซมีเงื่อนไขในการเดินทาง
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย
ข้อจำกัดการเดินทางช่วง COVID-19 มีการอัปเดตบ่อยแค่ไหน?
ฉันต้องกักตัวเมื่อเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่?
ข้อจำกัดการเดินทางช่วง COVID-19 ในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง?
ฉันเดินทางไปทุกพื้นที่ที่ไม่มีข้อจำกัดการเดินทางช่วง COVID-19 ได้หรือไม่?
ในกรณีที่เคยป่วยเป็น COVID-19 ฉันสามารถเดินทางได้หรือไม่?
สายการบินมีนโยบายอะไรบ้างในการรับมือกับ COVID-19?
ฉันตรวจสอบข้อจำกัดการเดินทางช่วง COVID-19 ได้อย่างไร?
ฉันแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่มีให้ถูกต้อง?
ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น นโยบายนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับผู้พำนักถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบกับคนผู้นั้นไม่ได้พักอยู่ในอัฟกานิสถาน, บังกลาเทศ, อินเดีย, มัลดีฟส์, เนปาล, ปากีสถาน หรือศรีลังกา ภายใน 14 วันของกำหนดออกเดินทาง ทุกคน (รวมชาวญี่ปุ่น) ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับจากต่างประเทศต้องเซ็นชื่อใน "สัญญาลายลักษณ์อักษร" ระบุว่าตนเข้าใจและเห็นด้วยที่จะยอมรับการตรวจ COVID-19 และปฏิบัติตามการกักตัวภาคบังคับทั้งหมดที่มีผลบังคับใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน นอกจากนี้ ทุกคนยังต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง ผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินเดินทางสู่ญี่ปุ่น เมื่อเดินทางมาถึง ทุกคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าญี่ปุ่น ซึ่งภายใน 14 วันของกำหนดเดินทางมาถึงได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคที่มีรายงานการแพร่เชื้อ COVID-19 ในสายพันธุ์กลายพันธุ์อันต้องเฝ้าระวังซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว ต้องผ่านการกักตัวยังพื้นที่ที่กำหนดไว้เป็นเวลา 6 วัน ตามด้วยการตรวจ COVID-19 ผู้ที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นลบต้องเดินทางต่อไปที่บ้านของตนเองหรือพื้นที่อื่นๆ ซึ่งกำหนดไว้ และทำการแยกกักตัวเองเป็นเวลาอีก 14 วัน แนะนำให้นักท่องเที่ยวติดต่อสถานทูตญี่ปุ่นหรือสถานกงสุลญี่ปุ่นในพื้นที่เพื่อทำการยืนยันสิทธิ์ในการเข้าประเทศของตนเองก่อนวางแผนการเดินทาง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.mofa.go.jp/ca/fna/page4e_001053.html
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง
การตรวจ COVID-19
ทุกคนต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบกรดนิวคลีอิกหรือแอนติเจนที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง หรือต้องแสดงเอกสารแสดงการฟื้นตัว (Documentation of Recovery)
การกักตัว
นักท่องเที่ยวควรผ่านการตรวจ COVID-19 ภายใน 3-5 วันเมื่อเดินทางถึง และแยกกักตัวอีก 7 วัน ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ
สิงคโปร์

สิงคโปร์

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าสิงคโปร์ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
นักท่องเที่ยวผู้เดินทางจากพื้นที่ที่กำหนดใช้บัตรผ่าน "Air Travel Pass" ได้
อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากออสเตรเลีย (ยกเว้นรัฐนิวเซาท์เวลส์), บรูไน, จีน (ยกเว้นมณฑลกวางตุ้ง) หรือนิวซีแลนด์ เข้าประเทศสิงคโปร์ในระยะสั้นได้ รวมถึงการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต้องทำการสมัครบัตรผ่าน ""Air Travel Pass"" หรือ ATP ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน และไม่เร็วไปกว่า 30 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสิงคโปร์ และต้องเดินทางมาจากเมืองต้นทางที่ได้รับอนุญาตตลอดระยะเวลา 21 วันก่อนกำหนดออกเดินทาง นักท่องเที่ยวที่ทำการสมัคร ATP ต้องมีหลักฐานประกันสุขภาพอันมีผลถูกต้องตามกฎหมายเมื่อใช้ในสิงคโปร์ตลอดระยะเวลาพำนัก ควรมีจำนวนวงเงินขั้นต่ำครอบคลุมไม่น้อยกว่า SGD30,000 เมื่อเดินทางมาถึง นักท่องเที่ยวต้องผ่านการตรวจ COVID-19 แบบ PCR และต้องทำการแยกกักตัวเองเป็นเวลา 1-2 วันยังที่พักซึ่งไม่ใช่ประเภทที่อยู่อาศัยและได้ทำการจองไว้ล่วงหน้าขณะรอผลตรวจด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง ทุกคน (รวมชาวสิงคโปร์) ซึ่งภายใน 21 วันก่อนวันออกเดินทางได้ไปเยือนรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย ต้องผ่านการตรวจ COVID-19 แบบ PCR เมื่อเดินทางมาถึงสิงคโปร์, ต้องแยกกักตัวเองเป็นเวลา 7 วันยังที่อยู่อาศัยของตนเอง และต้องผ่านการตรวจ COVID-19 แบบ PCR เพิ่มเติมระหว่างช่วงแยกกักตัว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องติดตั้งแอปมือถือ ""TraceTogether"" เพื่อจุดประสงค์ในการติดตาม และทำการส่งข้อมูลส่วนตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ ""SG Arrival Card"" นักท่องเที่ยวผู้ถือหนังสือเดินทางที่ต้องใช้วีซ่าในการเดินทางเข้าสิงคโปร์ ต้องได้รับวีซ่าอันถูกต้องตามกฎหมายก่อนออกเดินทางแยกต่างหาก ATP ไม่สามารถใช้แทนวีซ่าตามข้อกำหนดได้ ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งลิงก์แอป ATP แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://safetravel.ica.gov.sg/arriving/overview
 
แผน "Reciprocal Green Lane" สำหรับผู้พำนักซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่ที่กำหนด
ผู้พำนักซึ่งเดินทางมาจากบรูไนและพื้นที่บางแห่งของจีนมีสิทธิ์เดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ด้วยเหตุผลด้านธุรกิจหรือเพื่อทำงานราชการ โดยใช้แผนที่เรียกว่า ""Reciprocal Green Lane - (RGL)"" ผู้ที่ต้องการใช้แผน RGL ต้องได้รับการค้ำประกันโดยบริษัทที่มีฐานอยู่ในสิงคโปร์หรือไม่ก็หน่วยงานรัฐของสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นผู้แทนจัดทำเอกสารใบสมัครสำหรับออกบัตรผ่าน ""Safe Travel Pass"" เมื่อได้รับอนุมัติ จากนั้นผู้ถือบัตรผ่าน ""SafeTravel Pass"" จะทำเรื่องขอวีซ่าเดินทางแบบมาตรฐานได้ (ผู้ที่ถือวีซ่าอันยังมีผลถูกต้องตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าใหม่) ผู้พำนักที่เดินทางมาจากจีนในพื้นที่ดังต่อไปนี้อันได้แก่: ฉงชิ่ง, กวางตุ้ง, เจียงซู, เซี่ยงไฮ้, เทียนจิ้น และเจ้อเจียง มีสิทธิ์ใช้แผน RGL ข้อมูลเพิ่มเติมแจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://safetravel.ica.gov.sg/rgl/overview
 
แผน "Periodic Commuting Arrangement" สำหรับผู้พำนักในมาเลเซีย
ชาวมาเลเซียและผู้พำนักถาวรซึ่งถือบัตรผ่านไปทำงานในสิงคโปร์อันมีผลถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิ์ใช้แผน ""การจัดการระบบเดินทางตามช่วงเวลา (Periodic Commuting Arrangement - PCA)"" ซึ่งออกใหม่ เป็นแผนที่อนุญาตให้เดินทางผ่านทางยกระดับยะโฮร์-สิงคโปร์และด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินที่เชื่อมระหว่างมาเลเซีย-สิงคโปร์ได้ นายจ้างที่มีฐานอยู่ในสิงคโปร์ต้องส่งใบสมัครเพื่อเป็นผู้แทนใช้งาน PCA ให้กับลูกจ้าง ต้องส่งใบสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสิงคโปร์ของลูกจ้าง และลูกจ้างต้องสมัครใจพำนักอยู่ในสิงคโปร์เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 90 วันก่อนกลับไปมาเลเซีย ข้อมูลว่าด้วยข้อกำหนดเฉพาะของการส่งใบสมัคร PCA แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://safetravel.ica.gov.sg/pca/overview
 
พื้นที่อื่นๆ
ตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2021 นโยบายดังต่อไปนี้มีผลบังคับใช้:
 1) ห้ามนักท่องเที่ยวระยะสั้นทุกคน ไม่ว่าจะเดินทางมาจากที่ใด เข้าประเทศสิงคโปร์หรือมาทำการเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์
 2) ห้ามชาวต่างชาติ (รวมผู้ถือวีซ่าระยะยาว) ผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 21 วันก่อนกำหนดออกเดินทาง ได้ไปเยือนหรือทำการเปลี่ยนเครื่องที่บังกลาเทศ, เนปาล, ปากีสถาน หรือศรีลังกา เดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์
 3) ทุกคน (รวมชาวสิงคโปร์) ไม่ว่าจะเดินทางมาจากที่ใด ต้องผ่านการตรวจ COVID-19 แบบ PCR เมื่อเดินทางมาถึง นักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียน แล้วทำการชำระเงินล่วงหน้าก่อนออกเดินทางมายังสิงคโปร์เพื่อจองบริการตรวจ COVID-19 เมื่อเดินทางมาถึง
 4) ทุกคน (รวมชาวสิงคโปร์) ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าสิงคโปร์ ต้องถือหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบ PCR ที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง นโยบายนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับชาวสิงคโปร์และผู้พำนักถาวรที่เดินทางมาจากออสเตรเลีย (ยกเว้นรัฐนิวเซาท์เวลส์), บรูไน, เขตปกครองพิเศษฮ่องกง, เขตปกครองพิเศษมาเก๊า, จีน (ยกเว้นมณฑลกวางตุ้ง) หรือนิวซีแลนด์ ประกอบกับคนผู้นั้นอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลา 21 วันก่อนกำหนดออกเดินทาง
 5) ทุกคน (รวมชาวสิงคโปร์) จะถูกพาตัวไปยังห้องในสถานรับรองสำหรับแยกกักตัวเองหรือทำการกักตัวที่กำหนดไว้ ระยะเวลาระหว่าง 7-14 วัน โดยขึ้นอยู่กับประวัติการเดินทางช่วง 21 วันก่อนเดินทางมาถึง ทุกคนต้องยอมผ่านการตรวจ COVID-19 แบบ PCR เพิ่มเติมตามกำหนดระหว่างช่วงแยกกักตัวเองหรือทำการกักตัว
 6) ชาวต่างชาติผู้ถือวีซ่าระยะยาวซึ่งออกโดยสำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมือง (ICA) ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทางมายังสิงคโปร์ นโยบายนี้รวมไปถึงวีซ่าระยะยาว (LTVP), หรือวีซ่านักเรียน (STP), หรือหนังสือประกอบคำอนุมัติ (IPA) สำหรับวีซ่าระยะยาวหรือวีซ่านักเรียน
 
แนะนำอย่างยิ่งให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสิงคโปร์หรือสถานกงสุลสิงคโปร์ในพื้นที่เพื่อทำการยืนยันสิทธิ์ในการเข้าประเทศของตนเองก่อนวางแผนการเดินทาง ข้อมูลเพิ่มเติมแจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://safetravel.ica.gov.sg/arriving/overview

เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง
การตรวจ COVID-19
ทุกคนต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบกรดนิวคลีอิกหรือแอนติเจนที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง หรือต้องแสดงเอกสารแสดงการฟื้นตัว (Documentation of Recovery)
การกักตัว
นักท่องเที่ยวควรผ่านการตรวจ COVID-19 ภายใน 3-5 วันเมื่อเดินทางถึง และแยกกักตัวอีก 7 วัน ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ
เกาหลีใต้

เกาหลีใต้

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าเกาหลีใต้มีเงื่อนไขในการเดินทาง
การฉีดวัคซีน
Travelers fully vaccinated with a WHO-approved vaccine are exempt from quarantine requirements depending on their recent travel history.
การตรวจ COVID-19
ชาวต่างชาติต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบ PCR ที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
การกักตัว
ทุกคนที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้ต้องทำการแยกกักตัวหรือกักตัวในสถานที่ที่กำหนด โดยจะดูตามเมืองต้นทาง
ข้อจำกัดโดยละเอียด
การตรวจ COVID-19 และการแยกกักตัวสำหรับชาวต่างชาติ
ชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเดินทางมาจากที่ใดก็ตาม ต้องถือหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบ PCR ที่เป็นลบ ซึ่งตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางโดยโรงพยาบาลหรือผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขซึ่งได้รับอนญาตจากสถานทูตเกาหลีใต้หรือสถานกงสุลเกาหลีใต้ในพื้นที่ เมื่อเดินทางมาถึง ชาวต่างชาติต้องผ่านการกักตัวเป็นเวลา 14 วันยังสถานรับรองที่กำหนดไว้ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2021 ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้เพื่อเยี่ยมเยือนญาติใกล้ชิด, เพื่อทำธุรกิจสำคัญ, เพื่อทำงานวิชาการหรืองานเพื่อสาธารณประโยชน์, หรือด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม ซึ่งได้รับวัคซีนครบโดสตามเกณฑ์อย่างน้อย 14 วันก่อนกำหนดออกเดินทาง โดยต้องเป็นวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินโดยองค์การอนามัยโลก (​WHO) มีสิทธิ์ทำเรื่องขอยกเว้นการกักตัวภาคบังคับ ประกอบกับคนผู้นั้นไม่ได้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีรายงานการแพร่เชื้อ COVID-19 ในสายพันธุ์กลายพันธุ์อันต้องเฝ้าระวังซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว นักท่องเที่ยวที่ต้องการยกเว้นการกักตัวควรส่งเอกสารตามที่กำหนด รวมทั้งหลักฐานการฉีดวัคซีน ให้แก่สถานทูตเกาหลีใต้หรือสถานกงสุลเกาหลีใต้ในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง แนะนำอย่างยิ่งให้นักท่องเที่ยวติดต่อสถานทูตเกาหลีใต้หรือสถานกงสุลเกาหลีใต้ในพื้นที่ว่าด้วยข้อจำกัดการเดินทางจากพื้นที่ ณ ปัจจุบันโดยเฉพาะ รวมทั้งข้อมูลการห้ามเที่ยวบินเข้า ข้อกำหนดในการตรวจ COVID-19 และการออกวีซ่า
 
ผู้ถือบัตรลงทะเบียนต่างด้าวต้องได้รับ "คำอนุญาตให้กลับเข้าประเทศ"
ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2020 ผู้ถือบัตรลงทะเบียนต่างด้าว (ARC) ต้องได้รับ ""คำอนุญาตให้กลับเข้าประเทศ"" ก่อนเดินทางออกจากเกาหลีใต้หากต้องการกลับเข้าประเทศอีกครั้ง หากไม่ปฏิบัติตาม บัตรลงทะเบียนต่างด้าวจะถูกยกเลิก นโยบายนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับทูต เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้ถือสถานะเป็นชาวเกาหลีใต้ใต้ต่างแดน (F-4) ในการเดินทางกลับเกาหลีใต้ ผู้ถือบัตรลงทะเบียนต่างด้าวอันถูกต้องตามกฎหมายต้องผ่านการตรวจ COVID-19 ซึ่งออกภายใน 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางและต้องแสดงใบรับรองแพทย์ (เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเกาหลี) ระบุผลตรวจเมื่อเดินทางไปถึงเกาหลีใต้
 
"ช่องด่วนพิเศษ (Fast-Track)" ของด่านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับชาวจีน
ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2020 ชาวจีนที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้ด้วยเหตุผลทางธุรกิจจะเข้าเกณฑ์มีสิทธิ์ใช้ ""ช่องด่วนพิเศษ (Fast-Track)"" ของด่านตรวจคนเข้าเมือง ประกอบกับคนผู้นั้นถือหลักฐานผลตรวจ COVID-19 ที่เป็นลบ ซึ่งตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง กลุ่มนี้ต้องผ่านการตรวจ COVID-19 เมื่อเดินทางไปถึงเกาหลีใต้อีกครั้ง และต้องมีผลเป็นลบเพื่อจะได้รับการยกเว้นจากกระบวนการกักตัวภาคบังคับดังอธิบายด้านล่าง ผู้ที่ใช้ ""ช่องด่วนพิเศษ (Fast-Track)"" ของด่านตรวจคนเข้าเมืองต้องปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังตามมาตรฐานของรัฐเพื่อเป็นการป้อง COVID-19
 
ขั้นตอนเข้าประเทศแบบพิเศษ
กระบวนการ ""ขั้นตอนเข้าประเทศแบบพิเศษ"" ที่ว่านี้มีผลบังคับใช้กับทุกคนที่เดินทางมายังเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเดินทางมาจากที่ใด ทุกคนต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองยังท่าอากาศยานแรกที่เข้าเกาหลีใต้ และจะต่อเครื่องโดยนั่งเที่ยวบินในประเทศเลยไม่ได้ นโยบายนี้ไม่มีผลบังคับใช้กับผู้พำนักของเกาะเชจูหรือผู้โดยสารของ ""เที่ยวบินต่อเครื่องในประเทศแบบพิเศษ"" ที่จะนั่งต่อจากสนามบินอินชอน (IIA) ไปยังสนามบินนานาชาติกิมแฮ (PUS) ในปูซาน อนุญาตให้ตัวบุคคลเข้าประเทศได้ หลังจากให้ข้อมูลติดต่อและที่อยู่ในเกาหลีใต้อันถูกต้องสำหรับช่วงเข้าพักและต้องสามารถทำการยืนยันได้เท่านั้น ทุกต้องคนต้องติดตั้งแอปซึ่งให้ข้อมูลแยกกักตัวเองโดยปลอดภัย หรือไม่ก็แอปสำหรับวินิจฉัยตัวเองในโทรศัพท์มือถือ และตามด้วยการรับคำแนะนำสำหรับออกเอกสารตรวจสุขภาพรายวันเป็นเวลา 14 วัน ทุกคนที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา (รวมชาวเกาหลีใต้) ต้องแยกกักตัวเอง และต้องผ่านการตรวจ COVID-19 ภายใน 3 วันหลังจากเริ่มช่วงกักตัว
 
ผู้โดยสารที่มีอาการติดเชื้อ
ทุกคน (รวมชาวเกาหลีใต้) ต้องผ่านการตรวจวินิจฉัยหากมีไข้และได้รับการระบุว่ามีอาการเรื่องระบบหายใจระหว่างช่วงกักตัว ผู้ที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวกจะได้รับการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลหรือศูนย์อภิบาลของชุมชน ชาวเกาหลีใต้ใต้และชาวต่างชาติผู้เข้ามาพำนักระยะยาวซึ่งมีผลตรวจ COVID-19 เป็นลบจะต้องแยกกักตัวเอง ชาวต่างชาติผู้เข้ามาพำนักระยะสั้นจะต้องเข้ารับการกักตัวยังสถานรับรองที่กำหนดไว้
 
ผู้โดยสารที่ไม่มีอาการติดเชื้อ
ชาวเกาหลีใต้ที่ไม่มีอาการติดเชื้อ ซึ่งเดินทางมาจากประเทศยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาจะต้องแยกกักตัวเอง และได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ศูนย์การแพทย์ภายใน 3 วันหลังจากเดินทางไปถึง ชาวเกาหลีใต้ที่ไม่มีอาการติดเชื้อ ซึ่งเดินทางมาจากประเทศนอกกลุ่มยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาจะต้องแยกกักตัวเอง และได้รับการตรวจวินิจฉัยหากมีการแสดงอาการใดๆ ชาวต่างชาติผู้เข้ามาพำนักระยะยาวที่ไม่มีอาการติดเชื้อซึ่งเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกาจะต้องแยกกักตัวเอง และต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยที่สถานพยาบาลของรัฐภายใน 3 วัน ชาวต่างชาติผู้เข้ามาพำนักระยะยาวและระยะสั้น ที่ไม่มีอาการติดเชื้อ ซึ่งเดินทางมาจากประเทศยุโรป จะได้รับการตรวจวินิจฉัยที่สนามบิน หลังจากนั้นชาวต่างชาติผู้เข้ามาพำนักระยะยาวจะต้องแยกกักตัวเอง ขณะที่ชาวต่างชาติผู้เข้ามาพำนักระยะสั้นจะต้องเข้ารับการกักตัวยังสถานรับรองที่กำหนดไว้ ชาวต่างชาติผู้เข้ามาพำนักระยะยาว ที่ไม่มีอาการติดเชื้อ ซึ่งเดินทางมาจากประเทศนอกกลุ่มยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา จะต้องแยกกักตัวเอง และได้รับการตรวจวินิจฉัยหากมีการแสดงอาการใดๆ ชาวต่างชาติผู้เข้ามาพำนักระยะสั้น ที่ไม่มีอาการติดเชื้อ ซึ่งเดินทางมาจากประเทศนอกกลุ่มยุโรป จะต้องเข้ารับการกักตัวยังสถานรับรองที่กำหนดไว้ และได้รับการตรวจวินิจฉัยหากมีการแสดงอาการใดๆ
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง
การตรวจ COVID-19
ทุกคนต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบกรดนิวคลีอิกหรือแอนติเจนที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง หรือต้องแสดงเอกสารแสดงการฟื้นตัว (Documentation of Recovery)
การกักตัว
นักท่องเที่ยวควรผ่านการตรวจ COVID-19 ภายใน 3-5 วันเมื่อเดินทางถึง และแยกกักตัวอีก 7 วัน ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ
ดาวน์โหลดแอป Trip.com เพื่อนคู่ใจ เดินทางไร้กังวล
ไม่มีพลาดข่าวสารนโยบายการเข้าและออกประเทศล่าสุด
ดีลพิเศษเมื่อจองเที่ยวบิน รถไฟ และโรงแรมผ่านแอป
ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง
หรือ
ดาวน์โหลดง่าย
สแกน QR Code
ฮ่องกง

ฮ่องกง

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าฮ่องกงไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ไม่มีข้อมูลในขณะนี้ โปรดติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำการเดินทางล่าสุด
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกามีเงื่อนไขในการเดินทาง
การตรวจ COVID-19
ทุกคนต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบกรดนิวคลีอิกหรือแอนติเจนที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง หรือต้องแสดงเอกสารแสดงการฟื้นตัว (Documentation of Recovery)
การกักตัว
นักท่องเที่ยวควรผ่านการตรวจ COVID-19 ภายใน 3-5 วันเมื่อเดินทางถึง และแยกกักตัวอีก 7 วัน ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ
อินเดีย

อินเดีย

ติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
การเดินทางเข้าอินเดียมีเงื่อนไขในการเดินทาง
การตรวจ COVID-19
ทุกคนต้องมีหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR ที่เป็นลบ โดยมีการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
บริการวีซ่า
วีซ่าที่ถูกระงับก่อนหน้านี้ทั้งหมดพร้อมบริการแล้ว ยกเว้น E-Visa, วีซ่าท่องเที่ยว และวีซ่าทางการแพทย์ที่ยังคงมีการระงับบริการ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ไม่มีข้อมูลในขณะนี้ โปรดติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำการเดินทางล่าสุด
เดินทางกลับสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
ข้อจำกัดโดยละเอียด
ห้ามชาวต่างชาติผู้ซึ่งภายในระยะเวลา 14 วันก่อนกำหนดเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ไปเยือนประเทศหรือภูมิภาคต่อไปนี้ อันได้แก่ ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บราซิล, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, อินเดีย, อิหร่าน, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, จีน, มอลตา, โมนาโก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, ซานมารีโน, สโลวะเกีย, สโลวีเนีย, แอฟริกาใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, นครรัฐวาติกัน และสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ นโยบายนี้มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็น, ผู้สื่อข่าว, นักศึกษา และนักวิชาการในบางสาขาที่โปรแกรมแลกเปลี่ยนครอบคลุม
 
ทุกคนที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา (รวมชาวอเมริกัน) ต้องแสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 แบบทดสอบกรดนิวคลีอิก (NAAT) หรือแอนติเจนที่เป็นลบ ซึ่งออกภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง ในอีกทางหนึ่ง ผู้ที่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนกำหนดออกเดินทางมาสหรัฐอเมริกาที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก สามารถแสดงเอกสารยืนยันการรักษาว่าหายดีแล้ว เพื่อเดินทางมาสหรัฐอเมริกาได้ โดยใช้หลักฐานการตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นบวกประกอบกับใบรับรองจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่ได้รับการอนุญาต ลงชื่อเป็นพยานว่า ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้สำแดงอาการที่สอดคล้องกับ COVID-19 และปลอดภัยสำหรับการเดินทางแล้ว นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงชื่อในแบบฟอร์มเป็นการเพิ่มเติม เพื่อเป็นพยานว่าข้อมูลที่ได้ให้กับทางสายการบินนั้นเป็นความจริงและถูกต้องที่สุดตามความเข้าใจของตัวนักท่องเที่ยว ห้ามผู้ที่ขาดหลักฐานดังกล่าวขึ้นเครื่องเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งข้อแนะนำหลังการเดินทาง แจ้งไว้ตามที่อยู่ URL ต่อไปนี้: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/travelers/testing-international-air-travelers.html
 
รัฐบาลสหรัฐอเมริการะงับการออกวีซ่าใหม่โดยมาก และปิดด่านตรวจชายแดนภาคพื้นดินระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดารวมทั้งเม็กซิโก สำหรับการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น ข้อจำกัดเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้กับผู้ที่ถือวีซ่าประเภทพิเศษ อันได้แก่วีซ่าประเภท H-1B, H-2B, J-1 และ L-1 แนะนำให้นักท่องเที่ยวทุกคนติดต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาหรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ ก่อนวางแผนการเดินทางเสร็จสิ้น เมื่อเดินทางมาถึงหรือเมื่อเดินทางภายในสหรัฐอเมริกา ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยคลุมปากและจมูกขณะขึ้นยานพาหนะหรืออยู่ที่สถานีขนส่งใดก็ตาม โปรดทราบว่า หน่วยงานการปกครองระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งได้ออกนโยบายและกฎข้อบังคับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในเขตปกครองนั้นๆ
คำถามที่พบบ่อย
ข้อจำกัดการเดินทางช่วง COVID-19 มีการอัปเดตบ่อยแค่ไหน?
ฉันต้องกักตัวเมื่อเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่?
ข้อจำกัดการเดินทางช่วง COVID-19 ในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง?
ฉันเดินทางไปทุกพื้นที่ที่ไม่มีข้อจำกัดการเดินทางช่วง COVID-19 ได้หรือไม่?
ในกรณีที่เคยป่วยเป็น COVID-19 ฉันสามารถเดินทางได้หรือไม่?
สายการบินมีนโยบายอะไรบ้างในการรับมือกับ COVID-19?
ฉันตรวจสอบข้อจำกัดการเดินทางช่วง COVID-19 ได้อย่างไร?
ฉันแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่มีให้ถูกต้อง?
Trip.com เป็นธุรกิจในกลุ่มบริษัทจำกัด Trip.com Group หนึ่งในบริษัทผู้นำการจองการท่องเที่ยวออนไลน์ของโลก
Skyscanner Trip
Brand of the Year Awards 2020 - เกาหลีใต้
Google Material Design Awards 2019
Asia eCommerce Awards 2019 - ฮ่องกง