
▲ อุทยานธรณีเย่หลิว สิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาอันหายากซึ่งเกิดจากการกัดเซาะและผุพังมานานหลายล้านปี เป็นภาพที่งดงามจับใจ เมื่อมองจากปลายแหลมเย่หลิว จะเห็นหินรูปร่างคล้ายเห็ดที่ยื่นออกมาจากชายฝั่ง ซึ่งงดงามจับใจเป็นอย่างยิ่ง สัญลักษณ์ของอุทยานธรณีเย่หลิวคือรูปหัวราชินีอันสง่างาม

▲ ทะเลหยินหยางมีชื่อเสียงในเรื่องน้ำสีทองอร่ามและสีฟ้าครามอันเป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากภูเขาจิงกวาฉืออุดมไปด้วยไพไรต์ ซึ่งผุพังกลายเป็นไอออนของทองแดงและเหล็ก จากนั้นจึงถูกผสมเข้ากับน้ำใต้ดิน ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์สีเหลืองและสีน้ำเงินอันงดงามของทะเลหยินหยาง ซึ่งเป็นจานสีธรรมชาติที่แท้จริง!

▲ กุลล์ฟอสส์เคยเป็นพื้นที่ทำเหมืองทองแดง น้ำฝนที่ซึมเข้าไปในเหมืองทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของน้ำ จนในที่สุดกลายเป็นน้ำตกสีทองอร่ามอันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้ น้ำที่ไหลลงมาราวกับสายน้ำไหลจากพื้นดินเป็นชั้นๆ แม้จะไม่ได้งดงามตระการตาและน่าประทับใจเท่า แต่ก็มีความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์

▲ ถนนโบราณจิ่วเฟิ่น เปี่ยมล้นด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวย เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติต้องมาเยือนไต้หวัน จิ่วเฟิ่นซึ่งครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองจากการทำเหมืองทองคำ กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งจากภาพยนตร์เรื่อง "เมืองแห่งความโศกเศร้า" บ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่ยุคอาณานิคมญี่ปุ่นตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา บริเวณโดยรอบคึกคักไปด้วยโคมไฟสีแดงสด เส้นทางหินสีฟ้าแคบๆ บันไดหินสูงชัน และร้านขายของชำและแผงขายอาหารมากมาย


▲ หมู่บ้านแมวหูทงเคยเป็นเหมืองถ่านหินมาก่อน แต่แหล่งถ่านหินกลับเหือดแห้งและถูกลืมเลือนไป ต่อมาเหล่าแมวเหมียวก็มาเยือน คนรักแมวแห่กันมา ตามมาด้วยนักท่องเที่ยว ปัจจุบัน หมู่บ้านแมวหูทงกลายเป็นหนึ่งในหกจุดชมแมวที่ดีที่สุดในโลก ที่ซึ่งเหล่าแมวเหมียวครองใจผู้คน


▲ สือเฟินมีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมโคมลอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาพยนตร์เรื่อง "Those Years, We Chased the Girl" ที่คนหนุ่มสาวเดินทางมาที่สือเฟินเพื่อปล่อยโคมลอยและขอพร ไม่ว่าคุณจะมากับเพื่อนหรือคนรัก มาที่นี่เพื่อปล่อยโคมลอยและขอให้คำอธิษฐานของคุณเป็นจริงเร็วขึ้น

▲ น้ำตกสือเฟินเป็นน้ำตกม่านคล้ายม่าน คล้ายกับน้ำตกไนแอการาในอเมริกาเหนือ ซึ่งทำให้ที่นี่ได้รับฉายาว่าน้ำตกไนแอการาแห่งไต้หวัน น้ำตกแห่งนี้เปรียบเสมือนกองทัพทหารที่กำลังควบม้า ไหลลงมาราวกับผ้าไหมสีขาว ไหลลงสู่แอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ลึกและกว้าง เมื่อถูกแสงแดดจะเกิดรุ้งกินน้ำ เผยให้เห็นแสงนีออนระยิบระยับบนท้องฟ้าใส จึงเป็นที่มาของชื่อ "เหวสายรุ้ง"
