
▲ ปราสาทเคลลีส์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ เริ่มก่อสร้างในปี 1915 โดยชื่อของปราสาทได้มาจากวิลเลียม สมิธ ชาวอังกฤษที่ตั้งชื่อตามแม่ของเขา สะพานหินที่นำไปสู่ปราสาทมีลักษณะภูมิประเทศเหมือนเขาวงกต อบอวนไปด้วยบรรยากาศลึกลับอันเป็นเอกลักษณ์ ปราสาทเคลลีส์เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป มีทั้งหมด 6 ชั้น ภายในประกอบด้วยลิฟต์ ห้องเก็บไวน์ใต้ดิน และห้องหลบภัย ชั้น 1 ถึงชั้น 4 มีห้องกว้างขวางหลายห้อง โครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ งานก่ออิฐตรงแนว หน้าต่างและประตูที่แกะสลักอย่างประณีต แลดูหรูหราอยู่บ้าง


▲ สถานีรถไฟอีโปะฮ์ถูกเรียกโดยคนท้องถิ่นว่า TAJ MAHAL เป็นอาคารที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบมัวร์และวิกตอเรีย ที่นี่มีโรงแรมสถานีรถไฟที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในมาเลเซียชื่อว่า MAJESTIC HOTEL เมื่อเดินผ่านสถานีรถไฟไปจะเห็นอาคารสีขาวขนาดใหญ่สไตล์นีโอคลาสสิก นั่นคือศาลาว่าการเมืองอีโปะฮ์ อาคารทั้งสองนี้เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความมั่งคั่งของเมืองอีโปะฮ์


▲ ในสมัยปลายราชวงศ์ชิง อีโปะฮ์เป็นแหล่งผลิตแร่ดีบุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้พ่อค้าชาวจีนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจากแผ่นดินใหญ่เริ่มร่ำรวยจากธุรกิจแร่ดีบุกนี้ ในบรรดาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งคือ "เหยาเต๋อเซิง" ซึ่งมีภรรยาทั้งหมด 8 คน เขาซื้อตรอกซอกซอย 3 แห่งในอีโปะฮ์เพื่อมอบให้ภรรยาหลวง ภรรยาที่สอง และภรรยาที่สาม (แต่ละคนแต่งงานมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย) โดยเฉพาะ ลงนองปังลิมา ของภรรยาที่สองเป็นย่านที่คึกคักที่สุดในบรรดาทั้งสามตรอก ในอดีตส่วนใหญ่จะให้เช่าเพื่อทำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค


▲ ที่นี่มักเป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ในศาสนาพุธทำสมาธิและปฏิบัติธรรม วัดถ้ำผาไทเป็นหนึ่งในนั้น สร้างขึ้นในส่วนลึกของถ้ำ โดยในมุมต่างๆ ของถ้ำมีรูปปั้นพระพุทธรูปและภาพวาดพระพุทธรูปในที่ซ่อนเร้น จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวคือพระพุทธรูปปางนั่งสูง 12.8 เมตร ที่นี่มีทางเดินที่นำไปสู่ส่วนลึกของถ้ำ หลังจากปีนบันไดชันจำนวน 385 ขั้นแล้ว จะพบลานกว้างที่ยื่นออกมา สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของชนบทได้

▲ กาแฟขาวนัมเฮียงอีโปะฮ์

▲ อีโปะฮ์มีน้ำคุณภาพดีที่ทำให้เนื้อไก่ที่นี่นุ่มและชุ่มฉ่ำ ส่วนถั่วงอกก็อวบใหญ่และกรอบกว่าถั่วงอกทั่วไป ที่นี่นิยมลวกถั่วงอกแล้วราดซอส กินคู่กับไก่ต้มคล้ายไก่ต้มน้ำปลา ไก่ที่ราดซอสจะมีรสชาติหอมอร่อยเป็นพิเศษ กินถั่วงอกสลับกับเนื้อไก่แล้วอร่อยมาก

