ออกเดินทางจากโรงแรมเวลา 06:30 น. ในตอนเช้า โดยรถยนต์ไปยังหาดอโลน่า เพื่อเปลี่ยนเรือปูออกสู่ทะเล เริ่มต้นด้วยการตามล่าฝูงโลมาชมความน่ารักของพวกมันที่กระโดดเล่นข้างเรือ จากนั้นเดินทางต่อไปยังเกาะไวเวอร์เพื่อท่องเที่ยว หลังจากนั้นจะเดินทางต่อไปยังเกาะบาหลีคาซากเพื่อดำน้ำตื้น ว่ายน้ำร่วมกับเต่าทะเล และชมความสวยงามของฝูงปลาแนวปะการัง หลังจากกลับถึงเกาะปางเลาแล้วจะแวะที่โรงแรมเพื่อทำความสะอาดตัว จากนั้นออกเดินทางโดยรถยนต์ไปยังแม่น้ำโลโบ เพื่อล่องเรือพร้อมรับประทานอาหารกลางวันเวลา 12:00 น. ในช่วงบ่ายจะได้เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ตามลำดับ ได้แก่ เขตคุ้มครองทาร์เซียร์ (ชมทาร์เซียร์หายาก) ช็อคโกแลตฮิลล์ (ภูมิประเทศรูปกรวยอันเป็นเอกลักษณ์) และสวนผีเสื้อ (สนุกสนานกับการผสมผสานใกล้ชิดกับผีเสื้อ) ก่อนจะกลับถึงโรงแรมประมาณ 18:00 น. การเดินทางตลอดทั้งวันนี้จะพาคุณสัมผัสทั้งระบบนิเวศทางทะเลและความอัศจรรย์บนบกอย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณได้ซาบซึ้งกับความงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของเกาะโบโฮลอย่างเต็มที่

▲กิจกรรมชมโลมาที่เกาะโบโฮลเป็นประสบการณ์ทางธรรมชาติที่ยากจะลืมเลือน ในยามเช้า นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือแบบดั้งเดิมออกไปในทะเลเพื่อตามรอยโลมา โดยปกติแล้วโลมาจะมาหากินในบริเวณที่มีแพลงก์ตอนมากในช่วงเช้าตรู่ ดังนั้นกิจกรรมชมโลมาจึงต้องให้นักท่องเที่ยวตื่นแต่เช้า โลมาเหล่านี้เป็นสัตว์ป่า บางครั้งพวกมันจะกระโดดขึ้นจากผิวน้ำ สร้างความประหลาดใจและประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

▲เกาะบาหลีคาซาก (Balicasag Island) เป็นเกาะปะการังใกล้เส้นศูนย์สูตรที่อยู่ใกล้กับเกาะโบโฮล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีจากเกาะโบโฮล บนเกาะมีแนวปะการังบาหลีคาซากที่มีชื่อเสียง ซึ่งกล่าวกันว่ามีความลึกจากพื้นทะเลถึง 1,000-3,000 ฟุต เป็นสถานที่ดำน้ำระดับโลกและอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเล แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก รวมถึงแนวปะการังดำที่มีค่าและฝูงปลาเขตร้อน กิจกรรมดำน้ำที่เกาะบาหลีคาซากเป็นที่นิยมมาก และในทริปนี้จะมีการจัดกิจกรรมดำน้ำตื้นด้วย

▲เกาะไวเวอร์ (Virgin Island หรือที่รู้จักกันในชื่อ Puntod Island) ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งของเกาะปางเลาในเกาะโบโฮล ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นสันทรายธรรมชาติที่มีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยวซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสน้ำ เมื่อน้ำลง หาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวจะปรากฏขึ้นอย่างคดเคี้ยว น้ำใสจากสีฟ้าอ่อนไล่ระดับไปจนถึงสีเขียวมรกต สามารถมองเห็นปะการังและปลาตัวเล็กๆ ใต้ผิวน้ำได้อย่างชัดเจน ราวกับเป็นดินแดนลึกลับที่แยกตัวออกจากโลกภายนอก เมื่อน้ำขึ้น สันทรายส่วนใหญ่จะจมอยู่ใต้น้ำ ทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสน้ำนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งธรรมชาติอันบริสุทธิ์ บนเกาะมีชาวประมงท้องถิ่นขายอาหารทะเลสดๆ เช่น หอยเม่น หอยเชลล์ การเดินเล่นบนสันทราย ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ทะเล และลิ้มรสอาหารทะเล ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือนในการท่องเที่ยวเกาะใกล้เคียงของเกาะโบโฮล ซึ่งผสมผสานความโรแมนติกและเสน่ห์แห่งธรรมชาติไว้ด้วยกัน

▲ ช็อคโกแลตฮิลล์ (Chocolate Hills) บนเกาะโบโฮล เป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของฟิลิปปินส์ ประกอบด้วยเนินเขารูปกรวยขนาดเล็กจำนวน 1,268 ลูก ในช่วงฤดูฝนเนินเขาจะเป็นสีเขียว แต่ในฤดูแล้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง จึงเป็นที่มาของชื่อ เนินเขาเหล่านี้มีความสูงประมาณ 40 ถึง 120 เมตร ปกคลุมด้วยหญ้าบางๆ ไม่มีต้นไม้ขึ้น สร้างเป็นภูมิทัศน์ที่โดดเด่น
ช็อคโกแลตฮิลล์ไม่เพียงเป็นวัตถุการศึกษาของนักธรณีวิทยาเท่านั้น แต่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาเยี่ยมชมอีกด้วย ฤดูแล้งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการชมความงาม เพราะในเวลานี้ช็อคโกแลตฮิลล์จะปรากฏเป็นสีน้ำตาลเข้มอ่อนต่างระดับ ราวกับช็อคโกแลตบนผืนดิน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมทัศนียภาพอันน่าประทับใจนี้จากจุดชมวิว หรือจะเลือกเข้าร่วมทัวร์ท้องถิ่นเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์และตำนานเรื่องเล่าของช็อคโกแลตฮิลล์ก็ได้

▲ แม่น้ำโลบ็อก (Loboc River) เป็นแม่น้ำที่มีชื่อเสียงที่ไหลผ่านเกาะโบโฮลของฟิลิปปินส์ ได้รับการขนานนามว่า "อเมซอนแห่งตะวันออก" เนื่องจากมีพืชพันธุ์ที่อุดมสมบูรณ์และทัศนียภาพเขตร้อนอันบริสุทธิ์ตามสองฝั่งแม่น้ำ การล่องเรือในแม่น้ำโลบ็อกเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากบนเกาะโบโฮล นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือเล็กหรือแพไม้ไผ่ล่องตามแม่น้ำเพื่อชมความงามทางธรรมชาติและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ของสองฝั่งแม่น้ำ
ในระหว่างการล่องเรือแม่น้ำโลบ็อก นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมได้ เช่น การชิมอาหารท้องถิ่น การชมการแสดงนาฏศิลป์แบบดั้งเดิม เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้ทำให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติ พร้อมทั้งได้เรียนรู้วัฒนธรรมและประเพณีของฟิลิปปินส์อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

▲ ลิงทาร์เซียร์ (Tarsier) บนเกาะโบโฮลเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเฉพาะถิ่นของฟิลิปปินส์ ได้รับชื่อนี้เนื่องจากสามารถหมุนหัวได้ 180 องศาและมีดวงตาขนาดใหญ่ สัตว์ชนิดนี้เป็นหนึ่งในลิงที่เล็กที่สุดในโลก มีขนาดตัวเล็กมาก โดยตัวเต็มวัยมีความยาวเพียงประมาณ 9 ถึง 12 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 150 กรัม

▲ เกาะโบโฮลมีหุบเขาแห่งผีเสื้อ (Habitat Butterflies Conservation Center) ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่อุทิศให้กับการปกป้องและแสดงความหลากหลายของผีเสื้อในฟิลิปปินส์ พื้นที่อนุรักษ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและนักถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่สำคัญในการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับระบบนิเวศของผีเสื้อและความสำคัญของการอนุรักษ์อีกด้วย
