Trip.com Group จับมือ Simon Cabaret Phuket ลงนามข้อตกลงความร่วมมือระยะยาว มุ่งยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว

9 ก.พ. 2026Trip.com

Trip.com Attractions & Tours ภายใต้ Trip.com Group ประกาศลงนามในข้อตกลงเป็นตัวแทนจำหน่ายระยะเวลา 3 ปีกับ Simon Cabaret Phuket หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวและความบันเทิงชั้นนำของภูเก็ต ภายหลังการประชุมหารือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่จัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสององค์กร โดยเป็นการสร้างกรอบการทำงานที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ร่วมกันในอีก 3 ปีข้างหน้า ในการประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แคมเปญการตลาดร่วมกัน การยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว รวมถึงทิศทางความร่วมมือในระยะยาว ซึ่งการหารือที่ครอบคลุมในครั้งนี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะผลักดันเป้าหมายความร่วมมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารจาก Trip.com Group ได้เข้าชมการแสดงของ Simon Cabaret Phuket และได้สัมผัสกับคุณภาพการแสดงที่โดดเด่น ความเป็นมืออาชีพของศิลปิน และเสน่ห์ในการแสดงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในโอกาสนี้ คุณ Chase Liu ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของ Trip.com Attractions & Tours ได้มอบรางวัล Trip.Best Global 100 ประจำปี 2026 ในนามของ Trip.com Group ให้กับนายพรเทพ รวยริน รองประธานกรรมการ บริษัท ภูเก็ตไซม่อนคาบาเรต์ จำกัด และคุณวริยา ฉัตรเท กรรมการผู้จัดการ เพื่อเป็นการยกย่องมาตรฐานที่เป็นเลิศด้านคุณภาพเนื้อหา การบริการ และความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ในอนาคต Trip.com Group มุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือกับ Simon Cabaret Phuket ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายระดับโลกและความเชี่ยวชาญด้านประสบการณ์การท่องเที่ยว เพื่อส่งมอบความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

Trip.com Group เปิดเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2569 เที่ยวไทยยังฮิตติด Top 3 เทรนด์ใหม่นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวตาม สวนสนุก เทศกาลดนตรี-คอนเสิร์ต

14 ม.ค. 2026Trip.com

• จีนและตุรกีกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป • การท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงเติบโตแรง ทั้งสวนสนุก คอนเสิร์ต และสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์-ซีรีส์ดัง • นักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์ที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมที่สร้างความประทับใจ Trip.com Group เผยเทรนด์การท่องเที่ยวที่น่าจับตามองในปี 2569 พร้อมไฮไลท์ จุดหมายปลายทางยอดนิยม สถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรม และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จุดหมายปลายทางระดับโลกที่คนนิยมเที่ยวมากที่สุด 3 อันดับแรก: ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศไทย จากข้อมูลการจองของ Trip.com Group ในปี 2569 พบว่า ญี่ปุ่นครองแชมป์เป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยติดอันดับท็อป 3 ของประเทศที่นักท่องเที่ยวจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และประเทศไทยเลือกเดินทางไปมากที่สุด โดยเฉพาะ 2 เมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโอซาก้า คาดว่าจะได้รับความนิยมสูงและติดอันดับท็อป 10 เมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ วางแผนจะไปเยือนในปีนี้ จุดหมายปลายทางยอดนิยมอื่นๆ ที่จะอยู่ในแพลนการเที่ยวปี 2569 ได้แก่ จีน ประเทศไทย สหราชอาณาจักร และเวียดนามโดยกลุ่มมิลเลนเนียล หรือผู้ที่มีอายุระหว่าง 29-44 ปี จะเป็นกลุ่มนักเดินทางที่ใหญ่ที่สุดในปีหน้า คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณการจองทั้งหมด ตามมาด้วยกลุ่ม Gen Z ที่มีอายุ 15-28 ปี จุดหมายปลายทางที่กำลังมาแรง: จีนและตุรกี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ จีนได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตด้วยเสน่ห์ที่หลากหลาย มรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนาน และประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ข้อมูลการจองล่าสุดของ Trip.com แสดงให้เห็นว่า จีนจะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2569 โดยคาดว่า การจองตั๋วเครื่องบินจากหลายประเทศในภูมิภาคนี้จะเติบโตแบบก้าวกระโดดเป็นสามหลักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย จะเป็นกลุ่มหลักที่เดินทางไปจีนมากที่สุดในปีนี้ ขณะที่เมืองใหญ่ของจีนอย่างเซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเฉิงตู คาดว่าจะได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เมืองอื่นๆในจีน อย่างเช่น ปักกิ่ง ฮาร์บิน ฉงชิ่ง เซินเจิ้น และซีอาน ก็คาดว่าจะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นเช่นกันโดยการจองตั๋วเครื่องบินจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน เทรนด์นี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในยุโรปเช่นกัน เมื่อชาวยุโรปเริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ จุดหมายปลายทางในเอเชียอย่าง จีน ญี่ปุ่น ประเทศไทย และตุรกี จะกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปในปีนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า นักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรจะติดอันดับท็อป 10 ของกลุ่มที่เดินทางไปจีนมากที่สุดในปี 2569 ในขณะที่ประเทศไทยและตุรกี จะกลายเป็น 2 อันดับแรกของจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันนิยมเดินทางไปมากที่สุด ความบันเทิงกำลังบูม: สวนสนุก โชว์สุดอลังการ และการเที่ยวตามเทศกาลดนตรี-คอนเสิร์ต สวนสนุกระดับตำนานอย่าง Shanghai Disneyland Resort, Hong Kong Disneyland และ Universal Studios Japan จะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วทั้งเอเชีย โดยติดอันดับท็อปแอทแทรคชั่นที่นักเดินทางใส่ไว้ในแพลนปี 2569 สถานที่ท่องเที่ยวอย่างสตูดิโอถ่ายทำ Harry Potter และ คอนเสิร์ต K-pop ของศิลปินอย่าง Seventeen และ Taemin คาดว่าจะเป็นที่ต้องการอย่างสูงในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ประสบการณ์จากแฟรนไชส์ระดับโลก ที่คนมากมายชื่นชอบอย่าง Jurassic World: The Experience ในประเทศไทย และนิทรรศการ EVANGELION Anniversary Exhibition ในโตเกียว ก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยววางแผนจะไปเยี่ยมชมในปีนี้ นักท่องเที่ยวยังมองหาประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ อย่างโชว์และการแสดงสุดตระการตา โปรดักชั่นระดับโลกอย่าง Aladdin the Musical, โชว์ Broadway (นิวยอร์ก), The Sphere (ลาสเวกัส) และ The House of Dancing Water (มาเก๊า) คาดว่าจะได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวนานาชาติ เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและผจญภัยวัฒนธรรม และการเดินทางรูปแบบใหม่ๆ เทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเยอรมนีคือ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและผจญภัย โดยความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางอย่างนิวซีแลนด์และจีนจะเพิ่มขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่าง Milford Sound และถ้ำหิ่งห้อย (Glowworm Caves) ในนิวซีแลนด์ รวมถึง Wulong Karst ในจีน กำลังจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ในปีหน้า สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในจีนอื่นๆ อย่าง Chimelong Safari Park ในกว่างโจว รวมถึงภูเขาซื่อกู่เหนียง (Mount Siguniang), Bipenggou และอุทยานแห่งชาติหวงหลง (Huanglong National Scenic Area) ในมณฑลเสฉวน ก็คาดว่าจะได้รับความนิยมสูง จากนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในยุโรป นักท่องเที่ยวจะกระตือรือร้นที่จะดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์ โดยสถานที่ทางวัฒนธรรมอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปารีส, Sagrada Familia ในบาร์เซโลนา และ Grossmünster ในซูริค จะติดอันดับแอทแทรคชั่นที่มีการจองมากที่สุดในปีนี้ เทรนด์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้คือความนิยมการเดินทางด้วยรถไฟและเรือสำราญ ข้อมูลการจองล่าสุดของ Trip.com Group ชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวชาวเวียดนามสนใจรถไฟสายโรแมนติก Arashiyama Sagano มากขึ้น ขณะที่เรือสำราญหรูอย่าง Royal Princess Cruise และ Opulence Cruise คาดว่าจะได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ความนิยมในการขับรถเที่ยวเองและรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มตระหนักถึงการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น และมองหาทางเลือกที่ยั่งยืนในการเดินทาง ข้อมูลล่าสุดของ Trip.com แสดงให้เห็นว่า นับตั้งแต่มีการแสดงสัญลักษณ์กำกับเกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนในเดือนเมษายน 2568 ยอดจองรถเช่าไฟฟ้าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนอร์เวย์ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น โดยกลุ่มที่ผลักดันการเติบโตนี้คือนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการขับรถเที่ยวเอง ในยุโรปและออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวชาวเอเชีย โดยเฉพาะจากเกาหลีใต้ เลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นพาหนะในการสำรวจสถานที่ต่างๆ ด้วยตนเองอย่างสะดวกสบาย สรุปใครเที่ยวมากที่สุดในปี 2568 ที่ผ่านมา เมื่อสิ้นปี 2568 Trip.com Group ได้เปิดเผยสถิติการเดินทางประจำปี โดยจัดอันดับนักเดินทางตัวยงของปี จากข้อมูลล่าสุด นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางไปต่างประเทศเฉลี่ย 2.4 เที่ยวบินในปีนี้ และใช้เวลาบินเฉลี่ย 4.6 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นกลุ่มที่เดินทางมากที่สุด โดยมีเที่ยวบินไปต่างประเทศเฉลี่ย 3 เที่ยวขึ้นไปต่อคนในปี 2568 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรและเยอรมนีใช้เวลาบนเครื่องบินมากที่สุดในปีนี้ โดยมีระยะเวลาบินเฉลี่ย 5.7 ชั่วโมงขึ้นไปต่อคน

ส่งท้ายปี Trip.com จัดโปรฯ 12.12 ดีลท่องด้วยเที่ยวครบจบในที่เดียว ที่พักคืนละ 299 บาท ตั๋วเครื่องบิน One Price Sale และตั๋วท่องเที่ยวซื้อ 1 แถม 1*

11 ธ.ค. 2025Trip.com

Trip.com ผู้ให้บริการท่องเที่ยวชั้นนำ จัดโปรโมชัน 12.12 Mega Sale ครั้งใหญ่ส่งท้ายปี ในระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 2568 พร้อมดีลท่องเที่ยวสุดคุ้มครบทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า และตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยว โปรโมชั่นครั้งนี้มีไฮไลท์เป็นดีลโรงแรมราคาคืนละ 299 บาท ตั๋วเครื่องบินสายการบินไทยแบบ One Price Sale และส่วนลดสูงสุดสำหรับการเช่ารถและตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก โดยโปรโมชั่น 12.12 Mega Sale มีดีลท่องเที่ยวที่หลากหลายมาให้จองตลอดทั้งวัน เพื่อให้นักเดินทางสามารถเลือกดีลที่ตรงกับความต้องการในการเดินทาง ไฮไลท์สำคัญของ 12.12 Mega Sale Trip.com นำเสนอโปรโมชั่นพิเศษมากมายผ่านโปรโมชั่น 12.12 Mega Sale เพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางของลูกค้าที่แตกต่างกัน เริ่มต้นด้วยดีลโรงแรมที่เข้าร่วมรายการที่เปิดให้จองในราคาพิเศษ 299 บาท* โดยเปิดให้จองทุกวันเวลาเที่ยงตรงตั้งแต่วันที่ 12-15 ธันวาคม 2568 โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน One Price Sale ราคาเดียวจากการบินไทยเปิดให้จองตลอดวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ซึ่งช่วงเที่ยงนำเสนอโปรโมชันตั๋วเครื่องบิน เส้นทางกรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้ ไป-กลับ ราคา 8,990 บาท* ต่อด้วยในช่วงค่ำ 20.00 น. มีโปรโมชั่น One Price เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต และกรุงเทพฯ-อุดรธานี ราคาเที่ยวละ 1,200 บาท* เท่านั้น นอกจากนี้ 12.12 Mega Sale ยังรวมถึงข้อเสนอโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1* สำหรับตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ร่วมรายการ และส่วนลด 50%* สำหรับแพ็คเกจ eSIM ที่เปิดให้ใช้วันละสองรอบเวลา 12.00 และ 20.00 น. ตั้งแต่วันที่ 12-15 ธันวาคม 2568 เพื่อให้ครอบคลุมทุกด้านของประสบการณ์การเดินทาง โค้ดส่วนลดเที่ยวบินที่ครอบคลุม Trip.com นำเสนอโค้ดส่วนลดสำหรับการจองเที่ยวบินที่หลากหลายและครอบคลุม เพื่อตอบโจทย์ทุกการเดินทางในงบประมาณของลูกค้าที่ต่างกันออกไป โปรโมชันโค้ดส่วนลดเริ่มต้นเที่ยงคืนวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ด้วยโค้ดส่วนลดสูงถึง 50%* (ลดสูงสุด 1,000 บาท) พร้อมตัวเลือกลด 15%* (ลดสูงสุด 200 บาท) สำหรับการจองขั้นต่ำ 2 ผู้โดยสาร โดยตลอดวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ลูกค้ายังสามารถใช้โค้ดส่วนลดหลายระดับ รวมถึงโค้ดส่วนลด 100 บาท* (ยอดจองขั้นต่ำ 500 บาท) ที่เปิดให้เก็บโค้ดส่วนลด เวลา 9.00 และ 20.00 น. และโค้ดส่วนลด 15%* (ลดสูงสุด 200 บาท สำหรับการจองขั้นต่ำ 2 คน) ที่เปิดให้เก็บโค้ดส่วนลดในหลายช่วงเวลา รวมถึงเที่ยงคืน เที่ยงตรง และช่วงเย็นเวลา 21.00, 22.00, และ 23.00 น. สำหรับนักเดินทางที่วางแผนทริปเที่ยว ยังมีโค้ดส่วนลด 500 บาท* (ยอดจองขั้นต่ำ 8,000 บาท) ซึ่งเปิดให้เก็บโค้ดส่วนลด เวลา 12.00 และ 20.00 น. ของทุกวันตั้งแต่วันที่ 12-15 ธันวาคม 2568 พร้อมโปรโมชันเพิ่มเติมช่วงเย็นเวลา 21.00, 22.00, และ 23.00 น. ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะมีโอกาสในการจองทริปอย่างประหยัดตลอดระยะเวลาโปรโมชั่น โค้ดส่วนลดสำหรับการจองที่พักหลากหลาย โค้ดส่วนลดสำหรับการจองที่พักเพิ่มโอกาสให้นักเดินทางสามารถจองที่พักได้ประหยัดในหลายระดับราคาตลอดระยะเวลาโปรโมชัน โดยแคมเปญโค้ดส่วนลดที่พักจะเริ่มต้นตอนเที่ยงคืนวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ด้วยโค้ดส่วนลด 20%* (ลดสูงสุด 1,000 บาท) พร้อมตัวเลือกโค้ดส่วนลด 20%* (ลดสูงสุด 200 บาท) ช่วงเที่ยงตรงวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ลูกค้าสามารถรับโค้ดส่วนลด 20%* เพิ่มเติม (ลดสูงสุด 500 บาท) พร้อมกับโค้ดส่วนลด 20%* (ลดสูงสุด 200 บาท) และในช่วงตลอดระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 12-15 ธันวาคม 2568 ลูกค้าสามารถรับโค้ดส่วนลด 20%* (ลดสูงสุด 200 บาท) โดยเปิดให้เก็บโค้ดทุกวันเวลา 12.00 และ 20.00 น. คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับดีลเช่ารถราคาพิเศษ โปรโมชั่น 12.12 Mega Sale นำเสนอบริการเช่ารถที่ครอบคลุมของ Trip.com พร้อมส่วนลดสุดคุ้ม ผู้ให้บริการที่ร่วมรายการมอบส่วนลดสูงสุด 30% พร้อมกับคูปองส่วนลดเพิ่มเติมจาก Trip.com อีกสูงสุด 30% ข้อเสนอโปรโมชันประกอบด้วย คูปองส่วนลดพิเศษ 30% (ลดสูงสุด 250 บาท) ส่วนลดพิเศษ asap Car Rental 10% (เฉพาะการเช่ารถกับ asap เท่านั้น) และคูปองส่วนลด 8% ตลอดช่วงแคมเปญ เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการการเดินทางที่หลากหลาย ผู้ที่สนใจสามารถจองบริการเช่ารถได้ที่ https://th.trip.com/carhire/ โปรโมชั่น 12.12 Mega Sale แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของ Trip.com ในการให้บริการท่องเที่ยวอย่างครบครันผ่านส่วนลดมากมายสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวและบริการท่องเที่ยวทั่วโลก ลูกค้าสามารถจองอย่างคุ้มค่าด้วยข้อเสนอซื้อ 1 แถม 1* ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม โดยเปิดให้ใช้วันละสองรอบเวลา 12.00 และ 20.00 น. ตั้งแต่วันที่ 12-15 ธันวาคม 2568 ทำให้ง่ายต่อการท่องเที่ยวไปยังจุดหมายต่างๆเพื่อเพิ่มประสบการณ์การในระหว่างการเดินทาง ผู้ที่สนใจแคมเปญ 12.12 Mega Sale สามารถจองได้ผ่านทุกแพลตฟอร์มของ Trip.com รวมถึงแอปมือถือ เว็บไซต์สำหรับเดสก์ท็อป และเว็บไซต์สำหรับมือถือ ผู้ใช้สามารถเข้าชมโปรโมชั่นในภาษาไทยที่ https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=th-th&curr=thb&transparentBar=1 [https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=th-th&curr=thb&transparentBar=1] หรือภาษาอังกฤษที่ https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=en-th&curr=thb&transparentBar=1 [https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=en-th&curr=thb&transparentBar=1] โปรฯพิเศษสำหรับคนมีแพลนเที่ยวจีน กับแคมเปญ "GO CHINA" สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปเที่ยวจีน Trip.com ได้ออกแคมเปญพิเศษ "Go China" ที่จะเสนอโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการจองเที่ยวบินไปจีน ที่พัก และตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วจีน โดยโปรโมชั่นพิเศษเหล่านี้จะจัดขึ้นทุกๆวันอังคารตลอดปี 2568 พร้อมข้อเสนอโปรโมชั่นที่แตกต่างกันในแต่ละเดือน ทำให้คุณได้สัมผัสการเดินทางไปจีนที่สะดวกและคุ้มค่าที่สุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชม Trip.com หรือคลิก https://th.trip.com/sale/w/19280/gochina.html?locale=en-TH&promo_referer=4863_19280_1 [https://th.trip.com/sale/w/19280/gochina.html?locale=en-TH&promo_referer=4863_19280_1] *รหัสโปรโมชั่นและข้อเสนอทั้งหมดให้บริการตามลำดับก่อนหลัง โดยขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขของโปรโมชั่น ราคาที่แสดงยังไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม ข้อเสนอทั้งหมดจัดขึ้นตามเวลากรุงเทพฯ (GMT+7) สำหรับโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆสามารถดูได้ที่ https://th.trip.com/blog/promotion-update-promocode/

Trip.com เผยเทรนด์การท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปี 2568 ในงาน Trip.Best Roadshow: Southeast Asia Travel Trends Unpacked

2 ธ.ค. 2025Trip.com

Trip.com Group เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในงาน Trip.Best Roadshow: Southeast Asia Travel Trends Unpacked โดยข้อมูลชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักท่องเที่ยวไทย ที่หันมาสนใจท่องเที่ยวไปยังเมืองรองของจีนมากขึ้น พร้อมปรับสไตล์การท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแบบเข้าชมสถานที่ ไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แทน จากข้อมูลของ Trip.Best [https://th.trip.com/toplist/tripbest/home] ในปี 2568 พบว่า ฉงชิ่ง กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวไทย โดยยอดการเข้าชมบน Trip.Best เพิ่มขึ้นถึง 395% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดจองพุ่งสูงถึง 828% เมืองบนภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดคล้ายอาหารไทย พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาประสบการณ์อย่างแท้จริง นอกเหนือจากจุดหมายปลายทางแบบดั้งเดิม การพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย นายเอ็ดมันด์ ออง ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทั่วไป Trip.com ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวไทยกำลังให้คำนิยามใหม่สำหรับการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการเที่ยวชมสถานที่แบบเดิม ๆ มาสู่การดื่มด่ำและมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมมากขึ้น” “ข้อมูลจาก Trip.Best พบว่า ผู้ใช้งานชาวไทยใช้เวลาเฉลี่ย 6 วัน ในการค้นคว้าข้อมูลก่อนตัดสินใจจองการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการประสบการณ์ที่วางแผนมาอย่างดี เมื่อเทียบกับผู้ใช้งานจากประเทศอื่นๆ” นายเอ็ดมันด์ กล่าวเสริม ข้อค้นพบสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวไทยในปี 2568: * เสน่ห์ของจีนที่เข้มข้นขึ้น: เซี่ยงไฮ้ครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทย ด้วยการเติบโต 334% YoY ตามด้วยฮ่องกง (เติบโต 52%) โตเกียว (เติบโต 71%) และโอซาก้า (เติบโต 132%) * ประสบการณ์สำคัญกว่าการชมสถานที่: การค้นหา “กิจกรรม” เติบโต 808% YoY โดย "สถานที่หลบร้อน (Cool Escape Attractions)" พุ่งสูงถึง 1,941% * การท่องเที่ยวในประเทศเติบโตต่อเนื่อง: การท่องเที่ยวภายในประเทศของไทยเติบโต 25% YoY โดยมีกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต เป็นเมืองยอดนิยม อิทธิพลของ KOL กำหนดการตัดสินใจท่องเที่ยวของคนไทย สอดคล้องกับระบบนิเวศดิจิทัลของไทยที่ผู้บริโภคกว่า 95% ค้นหาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ผ่านคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ โดยจากข้อมูล Trip.Best พบว่า: * 47% ของผู้ใช้งานแบบครอบครัวเลือกติดตามอินฟลูเอนเซอร์ท่องเที่ยวที่แชร์ประสบการณ์จริง * 45% ของนักท่องเที่ยวที่สำรวจในปี 2568 ค้นหาไอเดียทริปล่าสุดจากโพสต์โซเชียลมีเดียของ KOL ไทย เพิ่มขึ้นจาก 28% ในปี 2567 * ยอดสั่งซื้อโดยตรงผ่านรหัสโปรโมชั่นของ KOL เพิ่มขึ้นสูงถึง 120% ความพึงพอใจต่อแพลตฟอร์ม Trip.Best พุ่งสูงในหมู่ผู้ใช้ชาวไทย แพลตฟอร์ม Trip.Best ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในไทย โดยคะแนนความพึงพอใจสุทธิ (NPS) โดยรวมเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผู้ใช้งานชาวไทยให้ความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือและการคัดสรรอย่างมืออาชีพของแพลตฟอร์มมากเป็นพิเศษ “นักท่องเที่ยวไทยแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการวางแผนท่องเที่ยวที่ละเอียดและซับซ้อน โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สมดุลระหว่างการผจญภัยและความสะดวกสบาย” ซันนี่ ซัน รองประธาน Trip.com Group กล่าว “ระบบแนะนำด้วย AI และข้อมูลเรียลไทม์ของ Trip.Best ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของนักเดินทางยุคใหม่โดยเฉพาะ” เกี่ยวกับ Trip.Best [https://th.trip.com/toplist/tripbest/home] Trip.Best [https://th.trip.com/toplist/tripbest/home] เป็นแพลตฟอร์มรายการจัดอันดับบน Trip.com ที่คัดสรรโรงแรม [https://th.trip.com/toplist/tripbest/annual/2026/global-best-luxury-hotels-100001428111/] สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และจุดหมายปลายทางชั้นนำทั่วโลก โดยใช้อัลกอริทึม AI และการคัดสรรโดยผู้เชี่ยวชาญ ด้วยข้อมูลจากรีวิวและการจองของนักท่องเที่ยวหลายล้านรายการ Trip.Best [https://th.trip.com/toplist/tripbest/home] นำเสนอรายการที่น่าเชื่อถือ ช่วยให้นักท่องเที่ยวค้นพบว่าจะไปไหนและสัมผัสประสบการณ์อะไรต่อไป แพลตฟอร์มมีการจัดอันดับที่ครอบคลุมกว่า 14,000 เมืองทั่วโลก และครอบคลุมหมวดหมู่ตั้งแต่โรงแรมหรูที่ดีที่สุด [https://th.trip.com/toplist/tripbest/annual/2026/global-best-luxury-hotels-100001428111/] ร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งที่ดีที่สุด [https://th.trip.com/toplist/tripbest/annual/2026/global-best-fine-dining-100001428086/] ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุด [https://th.trip.com/toplist/tripbest/annual/2026/global-best-family-friendly-attractions-100001428063/] และกิจกรรมตามฤดูกาล แต่ละรายการได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอตามเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงชื่อเสียง คุณภาพ ความนิยม ธีม และคุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะค้นพบประสบการณ์ชั้นนำที่ตรงกับความสนใจและสไตล์การท่องเที่ยวของตนได้อย่างมั่นใจ

Trip.com จับมือ asap Car Rental เปิดตัวแคมเปญ "Everywhere Every Trip with asap"

17 พ.ย. 2025Trip.com

Trip.com ผู้ให้บริการท่องเที่ยวชั้นนำ ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ asap Car Rental ผู้ให้บริการรถเช่าชั้นนำ เพื่อเปิดตัวแคมเปญ "Trip.com X asap – Everywhere Every Trip with asap" ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองแบรนด์กลายเป็นคู่หูในการเดินทางที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วยการขับรถ ความร่วมมือในครั้งนี้สร้างขึ้นจากแนวคิดที่ว่า ทุกการเดินทางควรมี "Buddy" ที่ไว้วางใจได้ และตอนนี้นักท่องเที่ยวมี buddy ร่วมเดินทาง นั่นคือ Trip.com สำหรับการจองที่พักและการเดินทางทั่วโลกอย่างสะดวกสบาย และ asap สำหรับบริการรถเช่าคุณภาพเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวในไทย ทั้งสองแบรนด์จะช่วยให้ทุกๆ ทริปง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และสนุกมากขึ้นสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ asap Car Rental เพื่อเป็นเพื่อนคู่หูในการเดินทางสำหรับทุกคนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของ Trip.com ในด้านแพลตฟอร์มจองทริปที่ครบครันเข้ากับเครือข่ายรถเช่าที่กว้างขวางของ asap ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ลงตัวตั้งแต่การวางแผนการเดินทางไปจนถึงการขับรถท่องเที่ยว ไม่ว่าคุณจะไปสัมผัสบรรยากาศที่คึกคักของกรุงเทพฯ หรือจะไปค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ทั่วไทย พวกเราพร้อมเป็นเพื่อนคู่หูตลอดการเดินทางของคุณ" คุณยูจีน ลิน ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายรถเช่าระหว่างประเทศของ Trip.com Group กล่าว "ที่ asap เราเชื่อว่าทุกทริปที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นจากการมีเพื่อนร่วมทางที่ดี การได้ร่วมมือกับ Trip.com ทำให้เราสามารถอยู่เคียงข้างนักท่องเที่ยวได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วินาทีที่จองการเดินทางจนถึงเวลาออกเดินทางบนท้องถนนจริง ๆ เราจะช่วยให้การมาเที่ยวและค้นพบความงามของประเทศไทยง่ายขึ้นกว่าเดิม ทุกที่ที่คุณอยากไป ทุกทริปที่คุณจะเดินทาง พวกเราพร้อมเป็นเพื่อนคู่หูของคุณ" นางสาวพิชชาภัสร์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ asap Car Rental กล่าวเสริม แคมเปญแบบบูรณาการออนไลน์และออฟไลน์ แคมเปญ "Everywhere Every Trip with asap" เปิดตัวด้วยกลยุทธ์แบบบูรณาการออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางต่างๆ ตลอด เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2568 ความร่วมมือนี้เริ่มต้นด้วยแคมเปญบนโซเชียลมีเดียทั้งของ asap และ Trip.com โดยเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมแชร์เรื่องราวของ "Buddy" และจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับการขับรถเที่ยวในไทย ผู้ร่วมกิจกรรมมีโอกาสลุ้นรับของรางวัลมากมาย ทั้งเวาเชอร์รถเช่าฟรีและของขวัญพิเศษจากทั้งสองแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันสุดพิเศษ อาทิ 11.11 Mega Sale ลดสูงสุด 30% (11-14 พฤศจิกายน 2568) ตามด้วยข้อเสนอพิเศษอื่นๆ ใน หน้าแคมเปญที่มีส่วนลดสูงสุด 30% และคูปองพิเศษจำนวนจำกัดสำหรับการจองรถเช่าถึงเดือนมกราคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ดิจิทัลเข้ากับกิจกรรม แคมเปญนี้จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายบน Instagram ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (10 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568) นักท่องเที่ยวที่จองรถเช่า asap ผ่าน Trip.com และมารับรถที่เคาน์เตอร์สนามบินสามารถถ่ายภาพที่สาขา International Partner แล้วแชร์บน Instagram และรับของที่ระลึกพิเศษจาก Trip.com และ asap ได้ทันที ส่งเสริมการท่องเที่ยวสะดวกสบายทั่วประเทศไทย แคมเปญนี้มุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการขับรถเที่ยว การเดินทางแบบแบคแพ็ค และการสำรวจประเทศไทยด้วยตัวเอง ด้วยการผสานจุดแข็งของ Trip.com ในด้านการเข้าถึงทั่วโลกและความเชี่ยวชาญในการจองกับเครือข่ายรถเช่าทั่วประเทศและความเข้าใจในท้องถิ่นของ asap ความร่วมมือนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถค้นพบประเทศไทยในแบบของตัวเอง เกี่ยวกับบริการรถเช่าของ Trip.com ผ่าน Trip car rental [https://th.trip.com/carhire/] นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงบริการรถเช่าที่สะดวกสบาย ในกว่า 200 ประเทศและ 10,000 เมืองทั่วโลก รวมถึงจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วเอเชีย สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร แพลตฟอร์มมีบริการดูแลลูกค้าเป็นภาษาไทย รองรับใบอนุญาตขับขี่สากล และมีระบบเปรียบเทียบราคารถเช่าที่แม่นยำ ช่วยให้ลูกค้าค้นหารถเช่าที่เหมาะสมได้ภายในเพียง 3 นาที นอกจากนี้ Trip.com ยังมีบริการรับและคืนรถต่างสถานที่อย่างยืดหยุ่น ให้อิสระสูงสุดไม่ว่าคุณจะเที่ยวในไทย หรือจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศยอดนิยม อย่างโอกินาว่า และฮอกไกโด ในญี่ปุ่น

Trip.com ร่วมกับ ททท. และ One Bangkok เปิดตัวแคมเปญ "มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุดกับ Trip.com" เนรมิต 3 สถานี BTS เป็นแลนด์มาร์กสุดปัง พร้อมออกบัตร BTS รุ่นพิเศษสิทธิประโยชน์คุ้มค่าตอบโจทย์นักท่องเที่ยว

29 ต.ค. 2025Trip.com

Trip.com ผู้ให้บริการท่องเที่ยวชั้นนำ จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ One Bangkok เปิดตัวสองแคมเปญใหญ่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ในงานแถลงข่าว เปิดตัวแคมเปญ "มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุดกับ Trip.com X One Bangkok" ที่จัดขึ้นที่ One Bangkok ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการท่องเที่ยวไทย ด้วยการเปลี่ยนโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งสถานีเพื่อสร้างแลนด์มาร์กใหม่แห่งการท่องเที่ยวและการเดินทางครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือพิเศษกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วัน แบงค็อก (One Bangkok) และ BTS Group พร้อมด้วยการเปิดตัวบัตรโดยสารรถไฟฟ้ารุ่นพิเศษ "Trip.com Travel Card" ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางในกรุงเทพฯ ให้สะดวกสบายและคุ้มค่า พร้อมส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด: แคมเปญเพื่อการเดินทางแบบไร้กังวล แคมเปญ "มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุดที่ Trip.com" จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของ Trip.com ที่จะมอบการเดินทางที่สะดวกและราบรื่นให้กับนักเดินทาง แคมเปญนี้ตอบโจทย์สิ่งที่นักเดินทางใส่ใจที่สุด คือบริการช่วยเหลือจากฝ่ายบริการลูกค้าเมื่อต้องการความช่วยเหลือ ราคาที่แน่นอนโปร่งใสไม่บวกเพิ่ม โดยแคมเปญนี้เน้นย้ำจุดเด่นของ Trip.com ที่สำคัญคือ: · บริการลูกค้า 24 ชั่วโมง – ฝ่ายบริการลูกค้าคอยช่วยเหลือทุกวัน ตลอดเวลา ในหลากหลายช่องทางที่ติดต่อสะดวก ไม่ต้องรอนาน · ราคาโปร่งใส – ราคาที่เห็นตรงกับราคาที่จ่ายจริง ไม่มีการบวกเพิ่มหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง Trip.com เป็นแบรนด์แรกในไทยที่เปลี่ยนโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งสถานีให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งการท่องเที่ยวและการเดินทาง ได้แก่ สถานีพร้อมพงษ์ สถานีชิดลม และสถานีช่องนนทรี การเปิดตัวแคมเปญครั้งนี้ทำให้ข้อความ "มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด" เป็นจริงขึ้นมาในสามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ นี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในการที่แบรนด์ทำการเปลี่ยนโฉม 3 สถานีพร้อมกัน สร้างประสบการณ์ให้นักเที่ยวตั้งแต่เดินเข้าสถานี และมีโปรโมชันพิเศษตลอดช่วงเวลาของแคมเปญ (1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568) สามารถศึกษาโปรโมชั่นทั้งหมดและจองทริปการเดินทางสุดคุ้มได้ที่ https://th.trip.com/t/MoveOnCampaign นาย เอดิสัน เฉิน (Edison Chen) รองประธาน Trip.com Group กล่าวว่า "ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับ Trip.com และแคมเปญ 'มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด' นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ การเปลี่ยนโฉม 3 สถานี BTS พร้อมกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างหมุดหมายทางการตลาด แต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีการเดินทางกับประสบการณ์จริง เราเชื่อว่าการร่วมมือกับ ททท. และ One Bangkok เราจะสามารถยกระดับการท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น" ความร่วมมือระหว่าง Trip.com การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ วัน แบงค็อก (One Bangkok) ความร่วมมือระหว่าง Trip.com การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ One Bangkok มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยร่วมกันสร้างบัตรโดยสาร BTS รุ่นพิเศษสำหรับ ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยสนับสนุนให้นักเที่ยวเลือกใช้การเดินทางที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ขณะที่ได้สัมผัสของดีที่สุดในกรุงเทพฯ นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า "ประเทศไทยเป็นผู้นำเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด และความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวในความมุ่งมั่นของเราในเรื่องการเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การร่วมมือกับ Trip.com และ One Bangkok เพื่อเปิดตัวบัตรรถไฟฟ้า BTS พิเศษนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้นักเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ได้ง่ายขึ้น แต่ยังสนับสนุนให้เขาเลือกวิธีเดินทางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ตรงกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพที่ช่วยรักษาธรรมชาติ พร้อมทำให้นักเที่ยวได้ประสบการณ์ที่ดี เราเชื่อว่าการเที่ยวแบบยั่งยืนคืออนาคต ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรในครั้งนี้เรากำลังทำให้อนาคตนั้นเข้าถึงได้สำหรับนักเที่ยวทั่วโลก" นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า "วัน แบงค็อก รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ Trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในโครงการนี้ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันของเราในการทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯ มีความยั่งยืน ราบรื่น และเชื่อมโยงมากขึ้น บัตรเดินทาง BTS รุ่นพิเศษนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้นผ่านการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ และเพลิดเพลินกับการเข้าถึงวัน แบงค็อก หัวใจของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งพวกเขาจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ไลฟ์สไตล์ และร้านค้าที่หลากหลาย ในฐานะเมืองอัจฉริยะต้นแบบเพื่อความยั่งยืน ทางวัน แบงค็อก มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างการเชื่อมต่อและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย" คุณพลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรีเทล โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวเสริมว่า "ที่วัน แบงค็อก รีเทล เรารู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่มีความหมายนี้กับ Trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมประสบการณ์การเดินทางที่ยั่งยืนและราบรื่น ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงผู้มาเยือนกับประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สร้างแรงบันดาลใจที่วัน แบงค็อก เพียงแค่แสดงบัตรเดินทาง BTS รุ่นพิเศษของ Trip.com ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่วัน แบงค็อก นักท่องเที่ยวจะได้รับสิทธิพิเศษ รวมถึงเครื่องดื่มฟรีและส่วนลดสำหรับรับประทานอาหารที่ Food Street รวมถึงส่วนลดพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ และสิทธิประโยชน์พิเศษในร้านอาหารที่หลากหลาย ผ่านประสบการณ์ที่คัดสรรมาเหล่านี้ เราตั้งใจที่จะสร้างการเดินทางที่น่าจดจำสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และความยั่งยืน" บัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS รุ่นพิเศษ "Trip.com Travel Card" บัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS รุ่นพิเศษ "Trip.com Travel Card" ส่งเสริมนักเที่ยวได้เข้าถึงระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้รับสิทธิพิเศษที่ วัน แบงค็อก อย่างครบครัน สิทธิพิเศษเฉพาะที่วัน แบงค็อก เพียงแค่แสดงบัตรเดินทาง BTS Trip.com ของคุณที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่วัน แบงค็อก ผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิพิเศษพิเศษมากกว่า 18 รายการ เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และการพักผ่อน • เครื่องดื่มฟรีที่ Food Street • คูปองเงินสด 50 บาทสำหรับใช้ที่ Food Street • ส่วนลดสูงสุด 10% จากแบรนด์ยอดนิยมที่มากกว่า 40 ร้านค้า • ส่วนลดพิเศษ 5% ที่ร้านอาหาร 15 แห่งภายใต้กลุ่ม Food of Asia • ของขวัญพิเศษที่ร้านค้าและร้านอาหารที่เข้าร่วม ทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถฟ้า BTS ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดก๊าซคาร์บอน เพื่อสนับสนุนโครงการขนส่งสีเขียวของกรุงเทพฯ ในขณะที่เดินทางท่องเที่ยวไปพร้อม ๆ กัน แคมเปญนี้ใช้ประโยชน์จากระบบรถไฟฟ้า BTS กรุงเทพฯ เป็นแกนหลักของการเดินทางในเมืองอย่างยั่งยืน การสนับสนุนให้นักเที่ยวสามารถเข้าถึงระบบรถไฟฟ้า BTS ทำให้พันธมิตรทั้งสามฝ่ายได้ร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้จริง และยังทำให้นักเที่ยวสะดวกสบายและคุ้มค่ามากขึ้นด้วย บัตรนี้ผสมผสานการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับสิทธิพิเศษที่ One Bangkok ได้อย่างลงตัว สร้างข้อเสนอที่น่าสนใจที่ทำให้การเลือกตัวเลือกการท่องเที่ยอย่างยั่งยืนเป็นทั้งเรื่องที่ทำได้จริงและคุ้มค่าสำหรับนักเที่ยวทุกคน

Trip.com Group และ Google เผยรายงาน "Why Travel?" ชี้ 5 เทรนด์การท่องเที่ยวมาแรงปี 2026

21 ต.ค. 2025Trip.com

5 เทรนด์สำคัญที่กำหนดอนาคตการท่องเที่ยว: การแสดงออก จุดมุ่งหมาย สุขภาพ ความเชื่อมโยง และเทคโนโลยี ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม Why Travel? ได้ ที่นี่ [https://file.tripcdn.com/files/6/mktgroupwebsitefile/25g1v12000oluw548B66B.pdf] เมื่อเทรนด์การท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน “อาหาร” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดจุดหมายปลายทาง นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหาร ออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายด้วยสปา เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการช่วยวางแผนทริป แทนที่วิธีการวางแผนแบบดั้งเดิม Trip.com Group จับมือกับ Google จัดทำรายงาน “Why Travel?” รายงานเชิงลึกระดับโลกที่วิเคราะห์พฤติกรรมการท่องเที่ยวในมิติของ จุดมุ่งหมาย ผู้คน และสถานที่ เพื่อสำรวจแนวโน้มการเดินทางของผู้คนยุคใหม่ โดยอ้างอิงข้อมูลการจองจากทั่วโลกของ Trip.com Group ผสานกับข้อมูลการค้นหาและงานวิจัยของ Google เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้คนในยุคนี้แสวงหาประสบการณ์ที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ชุมชน และใช้เทคโนโลยีที่ช่วยวางแผนการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัวในปี 2026 5 เทรนด์หลักที่กำหนดอนาคตการท่องเที่ยว รายงาน “Why Travel?” เน้นย้ำ 5เทรนด์หลัก ที่กำลังกำหนดรูปแบบการเดินทางในอนาคต ได้แก่ 1. การเดินทางเพื่อแสดงออกถึงตัวตน (Travel as Expression) โซเชียลมีเดียเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนการจองทริปท่องเที่ยว โดยเฉพาะใน ไทย อินโดนีเซีย และอินเดีย นักท่องเที่ยวมากกว่า 75% กล่าวว่าพวกเขาดูไลฟ์สตรีมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ผู้ชมมากกว่า 40% และในบางตลาดสูงถึง 76% กล่าวว่ามีแนวโน้มจะจองการเดินทางโดยตรงผ่านลิงก์ในไลฟ์สตรีม 2. การเดินทางเพื่อจุดมุ่งหมายที่มีความหมาย (Travel with Purpose) นักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง การค้นหา “พิธีชงชาญี่ปุ่น” ใน Google เพิ่มขึ้นถึง 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความนิยมในพิธีกรรมและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางจิตใจ 3. การเดินทางเพื่อสุขภาพและการฟื้นฟู (Travel to Heal) เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยผสมผสานความท้าทายเข้ากับการพักผ่อน การค้นหา “กอล์ฟและรีสอร์ทสปา” เพิ่มขึ้น 300% และแพ็กเกจ “สกีและสปา” เพิ่มขึ้น 250% เมื่อเทียบรายปี 4. การเดินทางเพื่อเชื่อมโยงผู้คน (Travel to Connect) การท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงการเดินทางอีกต่อไป แต่คือการแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อน ครอบครัว และชุมชน คอนเสิร์ตและกีฬากลายเป็นแรงจูงใจหลักของการเดินทาง โดยนักท่องเที่ยว 2 ใน 3 ยินดีเดินทางไปต่างประเทศเพื่อชมคอนเสิร์ต ขณะที่ “Endurance Tourism” หรือการท่องเที่ยวเพื่อร่วมกิจกรรมความอดทน เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน และแข่งขัน Hyrox เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า 5. การเดินทางแห่งอนาคตด้วยพลังของ AI (Travel of Tomorrow) เทคโนโลยี AI กำลังมีบทบาทสำคัญในการช่วยวางแผนทริป เนื่องจากความมั่นใจของผู้บริโภคในการใช้เทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น การค้นหา “ช่วยวางแผนการเดินทาง (Help planning my trip)” เพิ่มขึ้นถึง 190% เมื่อเทียบกับปีก่อน เฝิง หาน รองประธาน Trip.com Group กล่าวว่า “การท่องเที่ยวในปี 2026 จะเป็นมากกว่าการเดินทางไปยังจุดหมายใดจุดหมายหนึ่ง แต่คือการเดินทางที่มีความหมาย เราเห็นนักท่องเที่ยวบินข้ามโลกเพื่อร่วมมาราธอน ชิมอาหารท้องถิ่น หรือแม้แต่จองทริปผ่านโซเชียลมีเดีย การร่วมมือกับ Google ครั้งนี้ช่วยให้เราเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่เพียงว่าผู้คนเดินทางไปที่ไหน แต่ได้ค้นพบเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจเดินทาง” จอยส์ จาง ผู้อำนวยการจัดการ ทีม Greater China LCS Specialists, Google กล่าวเสริมว่า "เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในวิธีและเหตุผลที่ผู้คนออกเดินทาง โดยนักเดินทางต่างแสวงหาจุดมุ่งหมายที่ลึกซึ้งและประสบการณ์ที่มีความหมายยิ่งขึ้น เครื่องมือ AI ของ Google เช่น Gemini, AI Mode บน Search และ Google Translate กำลังกลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในการวางแผนการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ช่วยให้อุตสาหกรรมและพันธมิตรของเราอย่าง Trip.com Group สามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจที่รออยู่ในปี 2026 และต่อๆ ไปได้อีกด้วย" เมื่อคอมมูนิตี้การท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วย AI เติบโตอย่างรวดเร็ว Trip.com Group จึงมุ่งพัฒนาแพ็กเกจ “ทัวร์คอนเสิร์ตแบบครบวงจร” และขยายเครื่องมือช่วยวางแผนการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Trip.Planner เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและตรงใจยิ่งขึ้น ในอนาคต การเดินทางจะไม่ใช่แค่การไปให้ถึงจุดหมาย แต่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างทริปที่ตรงกับความต้องการและสะท้อนตัวตนของแต่ละคน ติดตามเทรนด์และข้อมูลเชิงลึกที่กำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวได้ โดยดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มที่นี่ [https://file.tripcdn.com/files/6/mkt_groupwebsite_file/25g1v12000oluw548B66B.pdf]