ที่พัก
เที่ยวบิน
เที่ยวบิน + โรงแรม
ทัวร์และตั๋วท่องเที่ยว
ทัวร์และตั๋วท่องเที่ยว
eSIM
แรงบันดาลใจในการเดินทาง
คู่มือท่องเที่ยว
Trip.Best
แผนที่
รถไฟ
บริการรถยนต์
รถเช่า
บริการรับส่งสนามบิน
บัตรของขวัญ
ประกันเดินทาง
เรือสำราญ
ทัวร์ส่วนตัว
Trip.com Rewards
ดีลพิเศษ
แอป
ช่วยเหลือ
ค้นหาการจอง
ฝรั่งเศส
อัลซาซ
คู่มือเที่ยวอัลซาซ 2569: ที่เที่ยวห้ามพลาด อาหาร โรงแรม เส้นทางยอดนิยม (อัปเดตเดือนกรกฎาคม)
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับ อัลซาซ
สภาพอากาศวันนี้ของอัลซาซ
แดดออกบางส่วน 10-23℃
สภาพอากาศใน อัลซาซ สำหรับ 2 วันข้างหน้า
7/20: 11-24℃, 7/21: 9-23℃
กำลังเป็นที่นิยมในอัลซาซ
Stras'Orgues: สัปดาห์แห่งความมหัศจรรย์ของออร์แกนในสทราซบูร์@มหาวิหารสทราซบูร์(22 ส.ค. 2026-29 ส.ค. 2026)
Colmar | Foire Aux Vins d'Alsace 2026(31 ก.ค. 2026-9 ส.ค. 2026)
เยือนพิพิธภัณฑ์กอลมาร์ ค้นหาขุมทรัพย์ศิลปะ@Unterlinden Museum
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอัลซาซ
มหาวิหารสทราซบูร์
(94)
เวนิสน้อย
(85)
เป็ยปัตตาฝรั่งเศส
(73)
เมืองเก่าโกลมาร์
(55)
สถานที่เคลเลอร์
(12)
Barrage Vauban
(6)
Chateau du Haut Koenigsbourg
(5)
สวนออคร็องเฌอครี
(2)
ทุก Moments เกี่ยวกับอัลซาซ
4 เมืองเทพนิยายในยุโรป ที่เหมือนหลุดเข้าไปในหนังสือนิทาน
คริสต์มาสปีที่แล้ว ฉันใช้เวลา 14 วันเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรีย ซึ่งทุกที่ที่แวะไปให้ความรู้สึกเหมือนแต่ละบทของเทพนิยายเลยล่ะ จากภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะไปจนถึงถนนยุคกลางสุดคัลเลอร์ฟูล ทั้ง 4 เมืองนี้ขโมยหัวใจฉันไปเต็มๆ 🏔️ 1. เซอร์แมท (Zermatt), สวิตเซอร์แลนด์ หมู่บ้านบนเทือกเขาแอลป์ที่ไร้รถยนต์ ซ่อนตัวอยู่ใต้สัญลักษณ์อย่างยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ลองจินตนาการถึงบ้านพักชาเลต์ไม้อันแสนอบอุ่น ถนนที่เต็มไปด้วยหิมะ และอากาศบริสุทธิ์บนภูเขาดูสิ ไม่ว่าคุณจะไปเล่นสกีหรือแค่เดินเล่นชมเมืองพร้อมจิบช็อกโกแลตร้อนๆ เซอร์แมทก็คือมนตร์สะกดแห่งฤดูหนาวที่แท้จริง 🎨 2. ริกเวีย (Riquewihr), ฝรั่งเศส ถ้าโฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) มีบ้านเกิดอยู่บนโลกจริง ก็ต้องเป็นที่นี่แหละ! บ้านโครงไม้ที่ทาสีสันสดใส ถนนที่ปูด้วยหิน และการตกแต่งเทศกาลคริสต์มาสอันรื่นเริง ทำให้ทุกซอกทุกมุมดูเหมือนภาพในโปสการ์ด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่หยุดเดินช้าๆ แล้วดื่มด่ำไปกับเสน่ห์ของที่นี่ ⛰️ 3. มิทเทนวาลด์ (Mittenwald), เยอรมนี มักจะถูกความโด่งดังของเมืองใหญ่ๆ ในบาวาเรียบดบัง แต่มิทเทนวาลด์คืออัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ เมืองนี้ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ โดดเด่นด้วยอาคารที่มีจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม (Lüftlmalerei) บรรยากาศที่เงียบสงบ และกลิ่นอายแบบบาวาเรียดั้งเดิม เป็นสถานที่ที่เพอร์เฟกต์มากสำหรับการหนีความวุ่นวาย 🌅 4. ฮัลล์ชตัทท์ (Hallstatt), ออสเตรีย หนึ่งในหมู่บ้านที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในยุโรป และก็สมควรเป็นแบบนั้นจริงๆ! เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาสูงตระหง่านและทะเลสาบใสแจ๋ว ฮัลล์ชตัทท์ดูงดงามราวกับความฝันในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ที่หมอกลอยขึ้นเหนือทะเลสาบ เป็นภาพที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียว 💰 งบประมาณ 🗓️ 14 วัน / 13 คืน 💸 ประมาณ 12,000 ริงกิตมาเลเซีย (RM) (รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก การเดินทาง อาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว)
WiwiTravel
10
【ลูกครึ่งเยอรมัน-ฝรั่งเศส】Strasbourg เมืองหลวงแห่งเทพนิยายที่โอบล้อมด้วยคลอง
ทริปในฝันที่ Alsace ของฉัน เริ่มต้นสถานีแรกกันที่เมืองหลวงอย่าง Strasbourg (สตราสบูร์ก)! สถานที่แห่งนี้เคยถูกเปลี่ยนมือผู้ปกครองระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนีหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ทำให้มีไวบ์ที่พิเศษมากๆ มีทั้งความโรแมนติกสุดขั้วแบบฝรั่งเศสและสถาปัตยกรรมเทพนิยายแบบเยอรมัน เป็นการครอสโอเวอร์ที่ลงตัวสุดๆ! สื่อมักจะขนานนามที่นี่ว่า "เมืองหลวงแห่งเทพนิยายที่โอบล้อมด้วยคลอง" พอเดินเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นตัวเอกในหนังสือนิทานเลย! 📸 Check-list ที่ฉันขอแนะนำว่าห้ามพลาด: 📍 มหาวิหารสตราสบูร์ก Strasbourg Cathedral โบสถ์แห่งนี้มีความสูง 142 เมตร เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกนานกว่า 200 ปี! ผนังด้านนอกสร้างด้วยหินทรายสีชมพูที่พิเศษมากๆ ด้านในยังมีนาฬิกาดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป 💡 My Honest Review: พอออกจากสถานีแล้วมองเห็นจากที่ไกลๆ ก็ถูกทำให้ shocked กับความยิ่งใหญ่ของมันแล้ว! หินทรายสีชมพูพอโดนแสงแดดจะออกโทนสีม่วงชวนฝันนิดๆ นาฬิกาดาราศาสตร์ด้านในก็วิจิตรบรรจงเหมือนงานศิลปะ มัน mind-blowing มากๆ! 📍 ย่านลีตเติลฟรานซ์ La Petite France ที่นี่คือจุดที่ instagrammable ที่สุดในเมืองเลย! สองฝั่งคลองเต็มไปด้วยบ้านโครงไม้สีสันสดใส ทุกระเบียงปลูกดอกไม้บานสะพรั่ง บวกกับเงาสะท้อนบนผิวน้ำ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด ตอนกลางวันยังสามารถนั่งเรือท้องแบนชมวิวคลองได้ด้วย relaxing สุดๆ! 💡 My Honest Review: ฉันถ่ายรูปแชะๆ แบบบ้าคลั่ง หยุดมือไม่ได้เลย! แต่ขอ highly recommend ให้แวะไปเดินเล่นที่สะพานโบราณ 3 แห่ง Ponts Couverts และจุดชมวิว Barrage Vauban ที่อยู่ใกล้ๆ กันด้วย อย่าลืมเลือกมาช่วง blue hour หลังพระอาทิตย์ตกดิน พอไฟเปิดปุ๊บ สะพานโบราณสว่างไสว โรแมนติกจนอยากมาเดทที่นี่เลย! ▶️ สรุปจากใจ: ในฐานะจุดเริ่มต้นของทริป Alsace เมือง Strasbourg มีการคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่สุด เหมาะมากที่จะใช้เป็น base camp เมื่อเทียบกับ Kaysersberg ที่เคยไปก่อนหน้านี้ ที่นี่มีสเกลที่ใหญ่กว่ามาก มีความคึกคักแบบเมืองใหญ่ แต่ก็ยังคงความ charm ของเมืองโบราณเอาไว้ จัดสรรเวลาสักวันหนึ่งคืนมาเดินเล่นค่อยๆ ชมเมือง ถือว่าเวลาพอดีเป๊ะเลยล่ะ!
Six seven
5
อรุณสวัสดิ์จากโกลมาร์ | เมื่อโลกแห่งเทพนิยายตื่นจากการหลับใหล
อรุณสวัสดิ์จากโกลมาร์ (Colmar) อัญมณีเม็ดงามแห่งแคว้นอาลซัส (Alsace) สถานที่ที่แสงแรกของทุกเช้าให้ความรู้สึกราวกับฉากเปิดของหนังสือนิทานปรัมปรา เมื่อแสงตะวันสาดส่องกระทบหมู่บ้านไม้ซุงสไตล์ฮาล์ฟทิมเบอร์ (Half-timbered) สีสันสดใส ระเบียงที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่ง และสายน้ำลำคลองอันแสนสงบ เมืองแห่งนี้ก็ค่อยๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมา ถนนหนทางที่เงียบสงบรายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่อายุนับร้อยปี ชวนให้เราก้าวเดินไปอย่างช้าๆ ซึมซับบรรยากาศ ในขณะที่เงาสะท้อนบนผิวน้ำก็ช่วยเติมเต็มการเริ่มต้นวันใหม่ให้สมบูรณ์แบบราวกับภาพวาด ไม่ว่าจะนั่งทานครัวซองต์อบใหม่ร้อนๆ ที่คาเฟ่ หรือเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยสุดคลาสสิกก่อนที่ผู้คนจะพลุกพล่าน โกลมาร์ก็พร้อมมอบยามเช้าที่แสนอบอุ่น งดงาม และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งยุโรปที่เหนือกาลเวลา 📍 พิกัด: โกลมาร์ (Colmar), แคว้นอาลซัส, ประเทศฝรั่งเศส 🌸 ไฮไลท์: เมืองยุคกลางสุดตระการตาที่โดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมสีสันสดใสและลำคลองสุดโรแมนติก 🏡 จุดเด่น: บ้านไม้สไตล์ฮาล์ฟทิมเบอร์, ถนนที่ประดับประดาด้วยดอกไม้, ตรอกทางเดินปูด้วยหิน, คาเฟ่สุดชิค และสายน้ำที่เงียบสงบ 🍃 บรรยากาศ: สงบร่มรื่น โรแมนติก และชวนให้รู้สึกผ่อนคลายแบบสุดๆ 📸 เหมาะสำหรับ: ถ่ายรูปแสงยามเช้า, เดินเล่นชิลๆ, นั่งจิบกาแฟตามคาเฟ่ และการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ (Slow travel) ✨ ความรู้สึกเฉพาะตัว: การต้อนรับวันใหม่ในเมืองที่ทุกซอกทุกมุมดูราวกับหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน อรุณสวัสดิ์จากโกลมาร์—เมืองที่แสงแรกของวันเริ่มต้นด้วยเวทมนตร์เสมอ ☀️🌸✨
Emily101
11
Colmar | ยามเช้าดั่งเทพนิยายในแคว้นอาลซัส
เมื่อรุ่งอรุณปลุกเมืองกอลมาร์ (Colmar) ให้ตื่นขึ้นอย่างแผ่วเบา ท้องถนนยังคงเงียบสงบ มีเพียงแสงละมุนยามเช้าที่ตกกระทบลงบนบ้านเรือนสไตล์ฮาล์ฟทิมเบอร์และระเบียงที่เต็มไปด้วยดอกไม้สะพรั่ง สายน้ำในคลองทอดตัวไหลเอื่อยผ่านเขตเมืองเก่า ขณะที่ตรอกซอกซอยที่ปูด้วยหินกรวดก็เชื้อเชิญให้เราก้าวเดินไปอย่างเนิบช้า ก่อนที่ความวุ่นวายของวันใหม่จะมาเยือน กอลมาร์ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในแคว้นอาลซัส (Alsace) สะกดใจผู้มาเยือนด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางสีสันสดใส ลำคลองที่สวยงามราวกับภาพวาด และบรรยากาศที่หลุดออกมาจากหนังสือนิทาน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ ริมคลอง หรือเดินทอดน่องไปตามถนนที่แสนสงบ ทุกห้วงเวลา ณ ที่แห่งนี้ ล้วนให้ความรู้สึกที่เดินไปอย่างเชื่องช้าและเบาสบาย ที่นี่คือสถานที่ที่เวลาดูเหมือนจะหยุดหมุน ปล่อยใจให้คุณได้สูดลมหายใจลึกๆ เดินเล่นเพลินๆ และดื่มด่ำไปกับความงดงามของชีวิตที่เรียบง่าย 📍 พิกัด: Colmar, แคว้น Alsace, ประเทศฝรั่งเศส 🌸 ไฮไลท์: หนึ่งในเมืองยุคกลางที่เปี่ยมเสน่ห์ที่สุดของฝรั่งเศส จนมักถูกขนานนามว่าเป็นหมู่บ้านเทพนิยายในชีวิตจริง 🏡 เอกลักษณ์: อาคารสไตล์ฮาล์ฟทิมเบอร์ (Half-timbered), ลำคลองที่ประดับประดาด้วยดอกไม้, ถนนปูหินคอบเบิลสโตน, ตึกรามบ้านช่องสีสันสดใส และคาเฟ่สุดคิวต์ 🍃 มู้ดแอนด์โทน: สงบเงียบ, โรแมนติก และมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายาม 📸 เหมาะสำหรับ: เดินเล่นยามเช้า, ถ่ายภาพสตรีท, ชมวิวริมคลอง และเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ (Slow travel) ✨ ความรู้สึกสุดฟิน: การได้มองดูแสงแรกของวันสาดส่องลงมายังเมือง ที่ทำให้ทุกซอกทุกมุมของถนนดูราวกับหน้ากระดาษที่หลุดออกมาจากหนังสือนิทาน ที่กอลมาร์... แค่ได้สัมผัสความงามอันแสนสงบในยามเช้า ก็ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบแล้ว 🌸☀️✨
Emily101
12
อัลซาส เมืองนิทานเจ้าหญิง ยุโรปในฝัน
อัลซาส (Alsace) แคว้นสุดโรแมนติกทางตะวันออกของฝรั่งเศส ติดกับชายแดนเยอรมนี ความเจ๋งคือที่นี่เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมฝรั่งเศสเข้ากับเยอรมันได้อย่างลงตัว บ้านเรือนเป็นสไตล์ "ฮาล์ฟเฟรม" (Half-timbered) โครงไม้โบราณสีสันพาสเทลสดใส ตกแต่งด้วยดอกไม้ริมหน้าต่าง บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในนิทานโฉมงามกับเจ้าหญิงเบลล่า (Beauty and the Beast) เลยทีเดียว พิกัดไฮไลท์... สวยจนใจละลาย กอลมาร์ (Colmar): เมืองหลวงแห่งความโรแมนติก มีโซน Little Venice ที่มีคลองสายเล็กๆ ตัดผ่านบ้านโบราณ สามารถนั่งเรือพายชมวิวชิลล์ๆ ได้ ริควีร์ (Riquewihr): หมู่บ้านผลิตไวน์โบราณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองเก่าและไร่องุ่น เดินเล่นชิมไวน์ขาวขึ้นชื่อ ฟีลย้อนยุคสุดๆ สตราสบูร์ก (Strasbourg): เมืองหลวงของแคว้น มีวิหารกอทิกขนาดใหญ่ และย่าน La Petite France ที่ถ่ายรูปสวยคลาสสิกทุกมุม อัลซาสเหมาะมากกับการเช่ารถขับเที่ยวไปตามหมู่บ้านต่างๆ (เส้นทางสายไวน์ - Alsace Wine Route) บ้านเมืองน่ารัก ปลอดภัย ของกินท้องถิ่นที่ห้ามพลาดคือ Tarte Flambée (พิซซ่าแผ่นบางกรอบสไตล์อัลซาส) ยิ่งถ้ามาช่วงคริสต์มาส ที่นี่จะแปลงร่างเป็นตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดในยุโรป ที่ตั้ง: แคว้นตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส (เดินทางง่ายๆ นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV จากปารีสมาลงที่เมืองสตราสบูร์กใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมง 45 นาที) ราคา: เดินชมหมู่บ้านโบราณทุกเมือง: ฟรี! นั่งเรือชมคลองที่ Colmar: ประมาณ 8 ยูโร เข้าชมวิหาร Strasbourg (Notre-Dame): ตัววิหารเข้า ฟรี! (ถ้าขึ้นจุดชมวิวบนหอคอยประมาณ 8 ยูโร) เวลาเปิด-ปิด: ตัวหมู่บ้านและเมืองเก่า: เดินเที่ยวชมถ่ายรูปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ร้านค้าและคาเฟ่ในหมู่บ้าน: ส่วนใหญ่เปิด 10:00 – 19:00 น. (วันอาทิตย์ร้านค้าบางส่วนอาจปิดไวขึ้น) วิหารสตราสบูร์ก: เปิดทุกวัน 08:30 – 11:15 น. และ 12:45 – 17:45 น. #alsace #francetravel #francetrip #เที่ยวฝรั่งเศส #เที่ยวยุโรป
สถานีต่อไป | Next Station
12
Colmar — เมืองเทพนิยายที่แต่งแต้มด้วยสีพาสเทลและแสงไฟริมคลอง
ณ ใจกลางแคว้นอาลซัส (Alsace) คือที่ตั้งของกอลมาร์ (Colmar) เมืองที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนถูกสร้างขึ้นมา แต่เหมือนภาพวาดฝีมือวิจิตร — ราวกับว่ามีใครสักคนจุ่มพู่กันลงในน้ำผึ้ง สีดอกกุหลาบ และแสงละมุนยามเช้า แล้วตวัดลายเส้นทิ้งไว้จนแห้ง กลายเป็นถนนหนทางและหลังคาบ้านเรือน ที่นี่ บ้านสไตล์ฮาล์ฟทิมเบอร์ (Half-timbered) ตั้งเรียงรายเอนตัวเข้าหากันเล็กน้อยเหนือถนนที่ปูด้วยหินกรวด ด้านหน้าอาคารแต่ละหลังเปล่งประกายด้วยเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งสีเหลืองนวล สีเขียวมิ้นต์ และสีชมพูตุ่น ดอกไม้บานสะพรั่งล้นออกมาจากหน้าต่างไม้ ราวกับว่าพวกมันซักซ้อมความงดงามเพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ผลิมาตลอดทั้งปี เลียบไปตามริมคลองของย่าน "Little Venice" (เวนิสน้อย) เรือลำเล็กพายล่องไปอย่างเชื่องช้าลอดใต้สะพาน ผืนน้ำใสราวกับกระจกสะท้อนภาพเมืองได้สมบูรณ์แบบจนยากจะแยกออกว่าโลกใบไหนคือของจริงที่อยู่ด้านบน และโลกใบไหนคือเงาสะท้อนที่อยู่เบื้องล่าง แม้แต่เสียงฝีเท้าก็ยังแผ่วเบาลงเมื่อเยือนที่แห่งนี้ ราวกับว่าเมืองนี้ปรารถนาเพียงเสียงกระซิบมากกว่าความอึกทึก เมื่อยามเย็นมาเยือน โคมไฟเริ่มจุดประกายสว่างไสวขึ้นทีละดวง ผืนน้ำในคลองเปลี่ยนสีเข้มขึ้นจนดูราวกับทองคำหลอมเหลว และกอลมาร์ก็ค่อยๆ คืบคลานอย่างเงียบงันเข้าสู่ห้วงเวลาที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความทรงจำและความฝัน ✨ ไฮไลท์ของทริป 🌸 ถนนสายเทพนิยาย: ทุกซอกทุกมุมให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาดสไตล์อิลลัสเตรทที่วาดด้วยมือ 🚤 คลอง Little Venice: นั่งเรือล่องไปอย่างช้าๆ ชมเงาสะท้อนของบ้านเรือนสีพาสเทล 🌼 หน้าต่างประดับดอกไม้: เมืองที่ดูเหมือนจะบานสะพรั่งอยู่อย่างถาวร ✨ แสงสีทองยามเย็น (Golden hour): แสงตะเกียงสะท้อนบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ 💡 เคล็ดลับการเดินทาง 📍 โซนที่ดีที่สุด: ย่าน Petite Venise สำหรับชมคลอง + ใจกลางเมืองเก่าสำหรับชมสถาปัตยกรรม 🚶♀️ เดินสำรวจด้วยตัวเอง — เสน่ห์ที่แท้จริงซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ 🎄 มาเยือนในฤดูหนาว เพื่อสัมผัสกับตลาดคริสต์มาสที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป 📸 ช่วงเวลา Golden hour = สีสันละมุนตาและเงาสะท้อนสวยงามที่สุด กอลมาร์ไม่เคยร้องขอให้ใครจดจำ — ทว่าความงามของเมืองนี้จะฉายซ้ำอยู่ในห้วงความคิดของคุณโดยอัตโนมัติ ในยามที่หัวใจต้องการเชื่อมั่นว่ายังมีสถานที่ที่อ่อนโยนบนโลกใบนี้
Emily101
39
สุดสัปดาห์คริสต์มาสสุดมหัศจรรย์ในเมืองโคลมาร์และสตราสบูร์ก 🎄✨
#hellochristmas เคยอยากก้าวเข้าสู่เทพนิยายคริสต์มาสบ้างไหม? ยินดีต้อนรับสู่แคว้นอาลซัส! สุดสัปดาห์ของฉันผ่านไปด้วยการตระเวนเที่ยวระหว่างเมืองโคลมาร์และสตราสบูร์ก และโอ้โห—ที่นี่ทำให้บรรยากาศวันหยุดของคุณอบอวลไปด้วยความรู้สึกแบบสุดๆ✨🎄🌲 โคลมาร์เหมือนลูกโลกหิมะมีชีวิตเลย! บ้านเล็กๆ สีสันสดใสถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีคริสต์มาส ลองนึกถึงไฟประดับ ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ และพวงหรีดสุดอลังการ ทุกอย่างดูราวกับหลุดออกมาจากนิทาน ตอนกลางวันก็น่ารักสุดๆ แต่ตอนกลางคืนล่ะ? ฝันหวานยิ่งกว่า! คุณต้องไปเดินเล่นริมแม่น้ำ—แสงระยิบระยับที่สะท้อนบนผิวน้ำให้บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ เคล็ดลับมือโปร: ห้ามพลาดไวน์ร้อนร้อนๆ และเครปร้อนๆ! ทั้งสองอย่างนี้เป็นของที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลวันหยุดของโคลมาร์ สตราสบูร์ก *เป็นสัญลักษณ์* ของตลาดคริสต์มาส ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดคริสต์มาสที่โด่งดังที่สุดในโลก จิตวิญญาณแห่งเทศกาลนี้ช่างโดดเด่นจริงๆ มหาวิหารขนาดใหญ่ประดับประดาด้วยการตกแต่งอันน่าตื่นตาตื่นใจ และถนนทุกสายก็ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับ ทั่วทั้งเมืองให้ความรู้สึกราวกับโอบล้อมด้วยบรรยากาศอบอุ่นในช่วงวันหยุด หากเห็นป้าย "Vieux Strasbourg" เรืองแสง ถ่ายรูปเก็บไว้ได้เลย! โหมดกลางคืนกำลังมาแรง! 📍คู่มือฉบับย่อสำหรับการเดินทางของคุณ: ตลาดคริสต์มาส Colmar 📍ที่อยู่: Place des Dominicains, 68000 Colmar เวลาเปิดทำการ: 10:00-19:00 น. (สุดสัปดาห์เปิดถึง 20:00 น.) เปิดให้บริการตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนธันวาคม ⭐️ตลาดคริสต์มาส Strasbourg 📍ที่อยู่: Place de la Cathédrale, 67000 Strasbourg เวลาเปิดทำการ: 11:00-20:00 น. เปิดตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงวันคริสต์มาสอีฟ ไม่ว่าคุณจะตามหาแสงไฟระยิบระยับ หรือดื่มด่ำกับโกโก้ร้อนและบรรยากาศสบายๆ เทศกาล Alsace at Christmas ก็เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่หาที่เปรียบไม่ได้ พกกล้องและขนมของคุณมา แล้วเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับบรรยากาศเทศกาลแสนฝัน! #hellochristmas #christmasineurope
Lili⭐️
7
ฟรีสตราสบูร์ก
กิจกรรมน่าสนใจในเมืองฟรี: 1️⃣ เยี่ยมชมมหาวิหารสตราสบูร์ก (Strasbourg Cathedral) ซึ่งมีนาฬิกาดาราศาสตร์อันเลื่องชื่อ คุณสามารถใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงที่นี่ เพื่อสำรวจเครื่องมือวัดและรูปปั้นต่างๆ และดูการเปลี่ยนแปลงของตัวละคร ส่วนที่น่าสนใจที่สุดเกิดขึ้นเวลา 12:30 น.: การแสดงที่นาฬิกา แม้ว่าจะมีค่าธรรมเนียม คุณต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าในราคา 4 ยูโร มหาวิหารเปิดทำการจนถึงเวลา 11:15 น. และตั้งแต่เวลา 11:30 น. เป็นต้นไป การเข้าชมการแสดงจะเริ่มผ่านทางเข้าด้านข้างแยกต่างหาก การชื่นชมหน้าต่างกระจกสีและออร์แกนในมหาวิหารเป็นความสุขที่พิเศษอย่างยิ่ง ฉันเคยมีโอกาสฟังออร์แกน เสียงอะคูสติกนั้นยอดเยี่ยมมาก 2️⃣ เยี่ยมชมเขื่อนโวบ็อง (Vauban Dam) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ "หมู่บ้านฝรั่งเศส" (Petite France) ของเมืองสตราสบูร์ก และหากคุณปีนขึ้นไปบนเขื่อน คุณจะได้เห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามของใจกลางเมืองประวัติศาสตร์ 3️⃣ เยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ของโรงพยาบาล ที่นี่คุณสามารถซื้อไวน์จากภูมิภาคต่างๆ ของฝรั่งเศส และเดินเล่นผ่านอุโมงค์ยุคกลางที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ซึ่งเชื่อมต่อหอคอยทั้ง 14 แห่งของป้อมปราการของเมือง ไวน์หนึ่งขวดจากปี ค.ศ. 1472 ก็ถูกเก็บไว้หลังประตูน้ำเจ็ดบานเช่นกัน 🆒 และอย่าลืมปิดท้ายการเยี่ยมชมของคุณด้วยเอแคลร์ที่ดีที่สุดในเมือง รีวิวไม่โกหก อร่อยมากจริงๆ ที่น่าสนใจคือ นอกจากไส้หวานแบบดั้งเดิมแล้ว ที่นี่ยังมีเอแคลร์รสเผ็ด เอแคลร์ปลา และเอแคลร์ชีสอีกด้วย ต้องลองให้ได้ในครั้งต่อไป 🤤 เวลาเยี่ยมชม: กันยายน 2025 #hellohalloween #france ##france #alsace #strasbourg
Ekaterina Kolesnikova
20
📍 Petite France & ทะเลสาบแอร์ |. ช่วงเวลาแห่งการเดินทาง 🏰
🌹ถ้าสตราสบูร์กเป็นเทพนิยาย ย่าน Petite France (บนชายฝั่งทะเลสาบอิล) เป็นย่านที่โรแมนติกที่สุดในเรื่องอย่างแน่นอน🌿✨ 🌊 ล้อมรอบด้วยแม่น้ำอิล บริเวณนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศยุคกลาง บ้านไม้หลากสีสันสะท้อนบนแม่น้ำ เมื่อจับคู่กับสะพานที่คดเคี้ยวและถนนที่ปูด้วยหิน ก็เหมือนกับการเดินเข้าไปในภาพวาด 🍂 เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดิน: ในตอนเช้าหมอกอันมีเสน่ห์ปกคลุมคลอง ในเวลาพลบค่ำ แสงแดดสีทองส่องลงบนผืนน้ำ โลกทั้งโลกถูกแต่งแต้มด้วยความอบอุ่นอันอ่อนโยน 📸 ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนๆ ที่นี่ก็คือสวรรค์แห่งการถ่ายรูป! 🌼 ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด: ✔ ล่องเรือตามคลอง: ล่องเรือในแม่น้ำอิลและชมย่าน Petite France จากมุมมองทางน้ำ โดยเฉพาะเมื่อลอดผ่านประตูน้ำเก่าที่หมุนและเปิดปิดได้ น่าสนใจสุดๆ! ✔ บิสโทรสไตล์ฝรั่งเศส: นั่งชิลริมทะเลสาบ สั่งอาหารจานพิเศษของท้องถิ่นแล้วจับคู่กับไวน์สักแก้ว มันอร่อยมาก~ แม่มด✨ ✔ ร้านค้าที่มีเสน่ห์: มีร้านขายสินค้าหัตถกรรมมากมายที่นี่คุณสามารถเลือกซื้อและเลือกของที่ระลึกพิเศษได้ 📌 เคล็ดลับ: แนะนำให้สวมรองเท้าที่ใส่สบายเพราะถนนปูหินที่นี่เหมาะแก่การเดินมาก เมื่อเหนื่อย ๆ ก็หาร้านกาแฟริมทะเลสาบมานั่งพักผ่อนสุดโรแมนติก 📷 #แรงบันดาลใจการท่องเที่ยว #เมืองเทพนิยายแห่งยุโรป #สตราสบูร์ก #ลิตเติ้ลฝรั่งเศส เมื่อคุณมาที่สตราสบูร์ก อย่าลืมใส่สถานที่นี้ไว้ในรายการของคุณ!
Hsuan TV
3
อัลซาจผู้ไร้กาลเวลา 🇫🇷
อาลซัสเป็นภูมิภาคที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสบนที่ราบลุ่มแม่น้ำไรน์ ติดกับเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของเยอรมันและฝรั่งเศสมาหลายศตวรรษ และสะท้อนถึงวัฒนธรรมผสมผสานเหล่านี้ อาลซัสมีชื่อเสียงในเรื่องตลาดคริสต์มาส ปราสาท ถนนสายไวน์ และความใกล้ชิดกับเยอรมนี นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องอาหารคุณภาพสูง โดยเฉพาะซาวเคราต์ ฟลามเมคูเอเช และไวน์ขาว อาหารแบบดั้งเดิมได้แก่ แบ็กเคอออฟ ฟลามเมคูเอเช ชูครูต กอร์ดองเบลอ โวลโอวองต์ สเปตเซิล เฟลชนัคกา และเบรตเซล ค็อกโอแวงของภูมิภาคนี้คือค็อกโอแวงรีสลิง อาลซัสตอนใต้หรือที่เรียกว่าซุนด์เกา มีลักษณะเด่นคือคาร์ปฟริต (ซึ่งมีอยู่ในประเพณียิวด้วย) หากคุณชื่นชอบมรดก วัฒนธรรม และศิลปะแห่งการใช้ชีวิต อาลซัสเป็นสถานที่ที่น่าตื่นเต้นและเติมพลังให้กับชีวิต คุณจะต้องตกหลุมรัก! เดินทางไปยังแคว้นอาลซัสทางตะวันออกของฝรั่งเศส: ตามเส้นทางไวน์ เยี่ยมชมเมืองที่มีชื่อเสียงอย่างสตราสบูร์กและโคลมาร์ และตื่นตาตื่นใจไปกับตลาดคริสต์มาสในท้องถิ่น #ฝรั่งเศส #ไวน์ #ประเพณี #โรงกลั่นไวน์ #ไลฟ์สไตล์อันน่ามหัศจรรย์
B.Me
12
กอลมาร์ (Colmar): จุดหมายปลายทางแห่งเทพนิยายสุดฟินในฝรั่งเศส
กอลมาร์คือเมืองที่หลุดออกมาจากหนังสือนิทานของจริง—ไม่ได้โม้! เมืองเวทมนตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นอาลซัส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส โด่งดังไปทั่วโลกจากเขตเมืองเก่ายุคกลางที่โคตรมีเสน่ห์ ลำคลองสไตล์นิทาน และบ้านครึ่งไม้สีสันสดใสที่ถ่ายรูปลงไอจีได้ปังสุดๆ เตรียมกล้องให้พร้อม เพราะทุกซอกทุกมุมของที่นี่คือมุมเซลฟี่! 📸🌈 ทำไมกอลมาร์ถึงฮิตขนาดนี้? ไม่ใช่แค่เพราะเป็นเมืองหลวงของเส้นทางไวน์อาลซัส (เตรียมชิมไวน์แบบจุกๆ ไปเลยจ้า! 🍷) แต่ยังเป็นที่ที่ผสมผสานกลิ่นอายของฝรั่งเศสและเยอรมันเข้าด้วยกันอย่างลงตัวจากประวัติศาสตร์ชายแดนที่ยาวนาน การเดินเล่นในกอลมาร์ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลา นาทีหนึ่งคุณกำลังเดินไปตามถนนหินปูแคบๆ ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่สุดคึกคัก และนาทีต่อมาก็กำลังดื่มด่ำไปกับความงามของสถาปัตยกรรมโบราณที่ให้ฟีลโรแมนติกแบบคลาสสิกสุดๆ กิจกรรมห้ามพลาดในกอลมาร์: · เดินหลงทางแบบเก๋ๆ ในเมืองเก่า—สำรวจตรอกซอกซอยสุดน่ารักรอบๆ Place de la Cathédrale และ Grand Rue · ล่องเรือชมคลองแสนสงบที่ La Petite Venise เพื่อรับบทตัวเอกท่านหนึ่ง · จิบไวน์ท้องถิ่นของอาลซัสในโรงบ่มไวน์บรรยากาศอบอุ่น (ส่วนใหญ่เปิด 10.00-18.00 น.) · ห้ามพลาดพิพิธภัณฑ์ Unterlinden (1 Rue Unterlinden เปิดทุกวัน 09.00-18.00 น. ยกเว้นวันอังคาร) เพื่อชมศิลปะ + ประวัติศาสตร์ในคอนแวนต์เก่าแก่ที่สวยตาแตก ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกอลมาร์: ที่ตั้ง: กอลมาร์, อาลซัส, ฝรั่งเศส สถานีที่ใกล้ที่สุด: สถานีรถไฟ Colmar Gare (เดินแป๊บเดียวถึงใจกลางเมือง!) ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือน: ฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้บาน และช่วงตลาดคริสต์มาสคือจึ้งมาก 🤯 ไม่ว่าคุณจะกำลังตามหาฟีลลิ่งแบบเทพนิยาย ทริปตะลุยของกิน หรือแค่สถานที่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ขั้นสุดของยุโรป กอลมาร์คือตัวแม่ของวงการนี้ เช็คโปรโรงแรมราคาดีงามและทริคการเดินทางได้ที่ Trip.com แล้วเตรียมตัวก้าวเข้าไปในภาพวาดของจริงกันเลย!
Naresh Mehra
1
ฮายาโอะ มิยาซากิ ไม่ได้โกหก! เมืองในแคว้นอัลซาสแห่งนี้สวยงามจนแทบไม่น่าเชื่อ
ฉันได้รับการเยียวยาอย่างแท้จริงจากเทพนิยายของมิยาซากิ ฮายาโอะ! 🎨เมืองคอมมาร์ ประเทศฝรั่งเศส ที่มีบ้านไม้ครึ่งหลังและคลองที่เรียงรายไปด้วยดอกไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปใน *ปราสาทเคลื่อนที่ของฮาวล์* เก็บคู่มือท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืนนี้ไว้ให้ดี! ✈️ 🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV จากสถานีปารีส การ์ เดอ เลสต์ ประมาณ 2.5 ชั่วโมง ถึงคอมมาร์โดยตรง สำรวจเมืองเก่าด้วยการเดินเท้า และหากต้องการไปยังเมืองเอากีส์ไฮม์ในบริเวณใกล้เคียง ให้ขึ้นรถบัสสาย 106 หรือเช่าจักรยาน – บรรยากาศชนบทนั้นน่าหลงใหล ✨ไฮไลท์: 🌟เวนิสน้อย: นั่งเรือกอนโดลาท้องแบนท่ามกลางบ้านไม้ครึ่งหลังสีสันสดใส นี่คือหัวมุมถนนที่โซฟีได้พบกับฮาวล์เป็นครั้งแรก 🌟บ้านปูฟิสเต: หน้าต่างทรงโค้งและภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นจุดชมวิวที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพต้นแบบของปราสาท 🌟บ้านหัวคน: ด้านหน้าอาคารสไตล์เรเนซองส์ประดับด้วยหัวคนขนาดเล็ก 106 หัว แต่ละหัวมีสีหน้าท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ – สนุกและน่าถ่ายรูป 🌟มหาวิหารเซนต์มาร์ติน: ก้าวเข้าไปในแสงนุ่มนวลของหน้าต่างกระจกสีสไตล์โกธิก และเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาอันเงียบสงบราวกับเทพนิยาย 🌟เอากีส์ไฮม์: "หมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส" ด้วยผังเมืองแบบวงกลมซ้อนกัน การปั่นจักรยานไปตามตรอกซอกซอยของไร่องุ่นนั้นน่ารื่นรมย์อย่างยิ่ง 📒แผนการเดินทาง 3 วัน 2 คืน วันที่ 1: เดินทางถึงเมืองเก่าและเดินเล่นชมรอบๆ เดินจากสถานีรถไฟไปยังลิตเติลเวนิสประมาณ 10 นาที จิบกาแฟและชมเรือล่องคลอง ในตอนเย็น ถ่ายรูปสีฟ้าที่บ้านฟิสเตอร์ และรับประทานเครปแบบฟламเบ้เป็นอาหารค่ำ พักค้างคืนในเกสต์เฮาส์ในเมืองเก่า หลับใหลไปกับเสียงระฆัง วันที่ 2: ดำดิ่งสู่โลกแห่งเทพนิยาย ช่วงเช้า เยี่ยมชมบ้านหัวกะโหลก (House of Heads) และพิพิธภัณฑ์บาร์โธลดี (บ้านเกิดของนักประพันธ์เพลงประกอบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ) ช่วงบ่าย นั่งรถบัสไปเอากีส์ไฮม์ (Eguisheim) เดินเล่นในตรอกซอกซอยเล็กๆ และดื่มไวน์เกวอร์ซทรามิเนอร์ (Gewürztraminer) สักแก้ว จากนั้นกลับมาที่โคลมาร์ (Colmar) เพื่อเดินชมตลาดและซื้อเค้กกูเกลฮุป (Gugelhupf) สักชิ้น วันที่ 3: เช้าตรู่: ไปที่ลิตเติลเวนิส (Little Venice) เพื่อถ่ายรูปพื้นที่ว่างเปล่า สำรวจตลาดในร่มเพื่อหาซื้อชีสและไส้กรอกอัลซาเชียน (Alsatian cheese and sausages) จากนั้นนั่งรถไฟกลับบ้านพร้อมความทรงจำที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายสวยๆ 🍽อาหารแนะนำ 🥨เครปไฟลุก: เครปบางกรอบ ราดด้วยเบคอนและหัวหอม อร่อยและนุ่มละมุนอย่างเหลือเชื่อ 🍖จานรวมกะหล่ำปลีดองและเนื้อรมควัน: ไส้กรอกรสเข้มข้นจับคู่กับกะหล่ำปลีดองเพื่อตัดความเลี่ยน ถูกใจคนรักเนื้ออย่างแน่นอน 🍰กูเกลฮุปฟ์: เค้กเนื้อนุ่มรูปมงกุฎ เหมาะสำหรับทานคู่กับกาแฟในมื้อเช้า 🥂ไวน์ขาวจากแคว้นอัลซาส: อย่าลืมลองชิมรีสลิงและเกวอร์ซทรามิเนอร์ ที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ 📝เคล็ดลับการท่องเที่ยว 📅ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม: เมษายน-ตุลาคม ดอกไม้ฤดูร้อนบานสะพรั่ง และตลาดคริสต์มาสก็มหัศจรรย์ แต่ควรแต่งกายให้อบอุ่น 💶เงินยูโรเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และมีการพูดภาษาอังกฤษในพื้นที่ท่องเที่ยว 📸เวนิสน้อยแทบจะไม่มีผู้คนก่อน 8 โมงเช้า ทำให้ได้โอกาสถ่ายรูปสวยๆ ⛔ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดในวันอาทิตย์ ดังนั้นอย่าลืมซื้อของที่ระลึกล่วงหน้า
sylas_0718
เมืองโคลมาร์ของฝรั่งเศส—ปรากฏว่าฉากจากแอนิเมชั่นเรื่องนี้มีอยู่จริง!
โคลมาร์ เมืองเล็กๆ ในแคว้นอัลซาส ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส แรงบันดาลใจของฮายาโอะ มิยาซากิ ในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง *Howl's Moving Castle* บ้านไม้สีสันสดใส คลองคดเคี้ยว และสะพานที่ประดับด้วยดอกไม้ การก้าวเข้าไปในเมืองนี้ให้ความรู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปในภาพยนตร์แอนิเมชั่น 🌟 ไฮไลท์ เวนิสน้อย: จุดถ่ายรูปที่สวยที่สุด บ้านไม้สีสันสดใสสะท้อนอยู่ในคลอง นั่งเรือชมวิว (ประมาณ 15 ยูโร) เพื่อชมเมืองในเทพนิยายจากมุมมองทางน้ำ ช่วงเวลาทองสำหรับการถ่ายภาพคือประมาณ 17.00-18.00 น. เมื่อแสงอบอุ่นส่องกระทบกำแพงสีสันสดใส สวยงามอย่างเหลือเชื่อ บ้านฟิสเตตต์: ตัวอย่างสถาปัตยกรรมไม้แบบอัลซาสที่สร้างขึ้นในปี 1537 สถานที่ที่ฮาวล์และโซฟีโดดออกจากเมือง ด้านหน้าอาคารสีเหลืองอ่อนและภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบวินเทจเป็นสิ่งที่ห้ามพลาด ถนนเดอลาคีย์ (ถนนกุญแจ): ถนนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์เรื่อง *Howl's Moving Castle* ถนนปูด้วยหินและร้านค้าราวกับในเทพนิยาย—สถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการซื้อของที่ระลึก โบสถ์เซนต์มาร์ติน: สไตล์โกธิก ขึ้นไปด้านบนเพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามของหลังคาสีแดงและคลองต่างๆ ในเมือง (ประมาณ 5 ยูโร) พิพิธภัณฑ์อุนเทอร์ เดน ลินเดน: อดีตอารามที่จัดแสดงแท่นบูชา "Isenhain Altarpiece" ของกรุนเนอวัลด์ สถานที่ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด (ประมาณ 13 ยูโร) 🗺️ แผนการเดินทางหนึ่งวัน 9:00 น.: ขึ้นไปบนยอดโบสถ์เซนต์มาร์ติน (แสงสวยงามมาก) → ลิตเติลเวนิส + นั่งเรือ (40 นาที) → บ้านฟิสเตอร์ + ถนนเดอลาคีย์ รับประทานอาหารกลางวันในเมืองเก่า พร้อมลิ้มลองอาหารท้องถิ่น ช่วงบ่าย: พิพิธภัณฑ์อุนเทอร์ เดน ลินเดน (1.5-2 ชั่วโมง) → พลบค่ำ: กลับไปยังลิตเติลเวนิสเพื่อถ่ายรูปยามค่ำคืน หากมีเวลา ลองพิจารณาพักค้างคืนเพื่อประสบการณ์ที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้น 🍽️ อาหารแนะนำ เครปไฟ (แป้งบางกรอบ + ครีม + หัวหอม + เบคอน), กะหล่ำปลีดองและหมูรวมมิตร, ไวน์รีสลิง ของฝาก: เค้กลูกเกดคูเกลฮอปฟ์ ⚠️ ข้อมูลการเดินทาง การเดินทาง: รถไฟ TGV จากสถานี Paris Gare de l'Est ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง ตั๋วแบบซื้อล่วงหน้าราคาเริ่มต้นที่ 50 ยูโร; เมืองเก่า: เดินหรือนั่งรถไฟชมวิว (7 ยูโร/คน) เมืองเก่ามีถนนปูด้วยหินหลายแห่ง ดังนั้นควรสวมรองเท้าพื้นเรียบที่สบาย ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่รับบัตรเครดิต ดังนั้นควรพกเงินสด เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน ควรออกเดินทางก่อน 8 โมงเช้า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือเดือนเมษายน-มิถุนายน (เมื่อดอกไม้บาน) หรือเดือนธันวาคม (สำหรับตลาดคริสต์มาส) อย่ารีบร้อน การใช้เวลาอย่างช้าๆ คือหัวใจสำคัญของการสำรวจ เพราะโลกแห่งเทพนิยายของมิยาซากิคุ้มค่าแก่การสัมผัสทีละเล็กทีละน้อยด้วยการเดินเท้า
StarSculptor_456
เมืองโคลมาร์ (Colmar) เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส เป็นสถานที่ที่คุณต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต!
ทุกครั้งที่ฉันเห็นภาพนิ่งจาก *Howl's Moving Castle* ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า สถานที่ในฝันแบบนี้มีอยู่จริงหรือ? จนกระทั่งฉันได้มาเยือนเมืองโคลมาร์ บ้านไม้ครึ่งหลังสีสันสดใสสะท้อนอยู่ในคลอง และทุกหัวมุมถนนมีถนนปูด้วยหินเรียงรายไปด้วยดอกไม้ เมืองในแคว้นอัลซาสแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับการสร้างแอนิเมชั่นของมิยาซากิ ฮายาโอะ และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง *Chinese Restaurant 2* ที่นี่ไม่มีความวุ่นวายแบบปารีส มีเพียงตรอกซอกซอยราวกับเทพนิยายที่คุณจะไม่มีวันเบื่อที่จะเดินเล่น ✨ ไฮไลท์การเดินทาง (สถานที่เหล่านี้ห้ามพลาด) 1. เวนิสน้อย (La Petite Venise) 🌊 หัวใจของเมืองโคลมาร์ แม่น้ำลอร์เฮกไหลผ่านเมือง โดยมีบ้านไม้ครึ่งหลังสีสันสดใสเรียงรายอยู่สองฝั่งแม่น้ำ ถนน Quai de la Poissonnerie (ถนนตลาดปลา) เป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายรูป บ้านเรือนสะท้อนอยู่ในน้ำ และทุกภาพถ่ายดูเหมือนโปสการ์ด ฉันขอแนะนำอย่างยิ่งให้ไปนั่งเรือชมวิว (ประมาณ 7-8 ยูโรต่อคน ใช้เวลา 30 นาที) เพื่อชมบ้านเรือนสีสันสดใสที่ค่อยๆ ปรากฏให้เห็นจากผืนน้ำ ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปอยู่ในโลกแอนิเมชั่น 2. บ้านฟิสเตอร์ (Maison Pfister) 🏠 บ้านเก่าแก่ที่สวยงามที่สุดในโคลมาร์ เหมาะแก่การถ่ายภาพ เป็นบ้านไม้ครึ่งหลังสไตล์เรเนซองส์ สร้างขึ้นในปี 1537 ผนังภายนอกประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่งดงาม และหอคอยแปดเหลี่ยมก็โดดเด่นเป็นพิเศษ—นี่คือแรงบันดาลใจของบ้านของฮาวล์ใน *ปราสาทเคลื่อนที่ของฮาวล์* เมื่อยืนอยู่ชั้นล่างและมองขึ้นไป ฉากแอนิเมชั่นดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมา 3. โบสถ์แซงต์-มาร์แตง (Collégiale Saint-Martin) ⛪ สถานที่สำคัญสไตล์โกธิกใจกลางเมืองเก่า ภายนอกดูยิ่งใหญ่ ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม หากมีเวลาเหลือเฟือ ลองปีนขึ้นไปด้านบนเพื่อชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาอันน่าทึ่งของคลองและหลังคาบ้านสีสันสดใสของเมือง 4. พิพิธภัณฑ์อุนเทอร์ลินเดน 🎨 สถานที่ที่คนรักศิลปะต้องไม่พลาด เดิมเป็นอารามในศตวรรษที่ 13 จุดเด่นที่สุดคือแท่นบูชาอิเซนไฮม์ที่มีอายุ 500 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างสูงในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังจัดแสดงประติมากรรมและภาพวาดล้ำค่าตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคเรเนสซองส์ 5. ถนนเดส์เคลฟส์ 🚶 ถนนที่เหมือนเทพนิยายที่สุดในเมืองเก่า เรียงรายไปด้วยบ้านไม้ครึ่งหลังสีสันสดใสและหน้าต่างร้านค้าที่งดงาม ร้านขายงานฝีมือและคาเฟ่เล็กๆ มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง การเดินเล่นเข้าไปในตรอกซอกซอยใดๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ คุณไม่จำเป็นต้องตั้งใจหาสถานที่ที่ดี คุณจะถ่ายภาพที่สวยงามได้โดยธรรมชาติ 🗺️ แผนการเดินทางแนะนำสำหรับหนึ่งวัน: 9. 00 น.: ขึ้นไปบนยอดโบสถ์เซนต์มาร์ติน → ถ่ายภาพพาโนรามา 📸 10. 30 น.: นั่งเรือเที่ยวชมลิตเติลเวนิส → ชมบ้านเรือนสีสันสดใสจากบนน้ำ 12:00 น.: รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารเล็กๆ ในเมืองเก่า 14:00 น.: เยี่ยมชมบ้านของฟิสเตอร์ → เดินเล่นสบายๆ ไปตามถนน Rue des Clefs 16:00 น.: พิพิธภัณฑ์ใต้สะพานอุนเทอร์เดนลินเดน → ชมแท่นบูชา 19:00 น.: หาที่นั่งกลางแจ้งริมคลองและรอชมแสงไฟอบอุ่นที่ส่องสว่าง เมืองนี้เล็ก คุณสามารถเดินเที่ยวได้ทั่วเมือง คุณสามารถเที่ยวชมทุกอย่างได้ภายในครึ่งวัน แต่ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ใช้เวลาอยู่ที่นั่นทั้งวัน 📌 เคล็ดลับการเดินทาง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม: พฤษภาคม-กันยายน เมื่อดอกไม้บานสะพรั่งและคลองสวยงามที่สุด เดือนธันวาคมมีตลาดคริสต์มาสที่มหัศจรรย์ วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV จากปารีสไปสตราสบูร์ก (ประมาณ 2.5 ชั่วโมง) จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ TER อีก 30 นาทีไปยังโคลมาร์ ค่าเรือ: ประมาณ 7-8 ยูโรต่อคน สามารถซื้อตั๋วได้ที่ท่าเรือ อาจมีคิวในช่วงฤ peak season สวมรองเท้าที่สบาย: ถนนเป็นหินกรวดทั้งหมด รองเท้าส้นสูงจะทำให้เดินลำบาก พกเงินสดไปด้วย: ร้านค้าเล็กๆ และแผงขายของในตลาดบางแห่งรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น มีรถไฟจากปารีสไปโคลมาร์หลายเที่ยว ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องไปถึงสถานีเร็วเกินไป
LilyMontgomery11d
ฉันกลับมาจากประสบการณ์สุดเลวร้ายในฝรั่งเศสแล้ว | ฉันไม่แนะนำให้ไปเที่ยวช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเลยจริงๆ...
เพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศส และความรู้สึกดีๆ หลังกลับจากที่นั่นมันแรงกล้ามากจนไม่อยากกลับไปทำงานเลย! ลืมหอไอเฟลไปได้เลย แสงแดด ทุ่งลาเวนเดอร์ และชายฝั่งทะเลสีฟ้าครามของฝรั่งเศสตอนใต้คือ "งานเลี้ยงเคลื่อนที่" ที่แท้จริง ✨ ✨ สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้คุ้มค่าแก่การเดินทาง! · โคลมาร์: สถานที่ถ่ายทำรายการทีวี "Chinese Restaurant"! บ้านไม้ครึ่งหลังที่เหมือนในเทพนิยาย คลองที่เต็มไปด้วยดอกไม้ในย่านลิตเติลเวนิส การพายเรือผ่านไปมาให้ความรู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปในแอนิเมชั่นของมิยาซากิ 🛶 · เอเซ: เมืองยุคกลางที่ตั้งอยู่บนหน้าผา! มองเห็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดจากสวนพฤกษศาสตร์ ทะเลและท้องฟ้าผสานกันอย่างลงตัว สวยงามจนน่าทึ่ง อย่าลืมไปก่อนพระอาทิตย์ตกดินเพื่อชมแสงสีทองที่อาบไล้กำแพงหิน 🌅 · พระราชวังแวร์ซาย: ความหรูหราของห้องกระจกนั้นบรรยายไม่ถูก! กระจกหลายร้อยบานสะท้อนโคมระย้าคริสตัล นี่คือแวร์ซายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สวนกว้างใหญ่มากจนคุณสามารถขี่ม้าชมรอบๆ ได้ และการแสดงน้ำพุก็ตื่นตาตื่นใจมาก 👑 · มงต์แซงต์มิเชล: เกาะน้ำขึ้นน้ำลง! ในช่วงน้ำขึ้นสูง ที่นี่จะกลายเป็นดินแดนแห่งเทพนิยายกลางทะเล ในช่วงน้ำลง คุณสามารถเดินเล่นริมอ่าวได้ การแสดงแสงสีในยามค่ำคืนทำให้วัดแห่งนี้ดูลึกลับยิ่งขึ้น 🌙 🗺️ 7 วัน 6 คืน เส้นทางคลาสสิก: · วันที่ 1-2: เดินทางถึงปารีส ใช้เวลาสองวันในการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ หอไอเฟล และล่องเรือในแม่น้ำเซน · วันที่ 3: นั่งรถไฟความเร็วสูงจากปารีสไปยังสตราสบูร์ก จากนั้นเดินทางต่อไปยังโคลมาร์เพื่อพักค้างคืนและสัมผัสบรรยากาศแบบอัลซาเซียน · วันที่ 4: ออกเดินทางจากโคลมาร์ ผ่านเมืองเอซ เดินทางถึงนีซในช่วงบ่าย และพักค้างคืนที่ริเวียร่าฝรั่งเศส · วันที่ 5: พักผ่อนบนชายหาดในนีซ หรือไปเที่ยวโมนาโกแบบไปเช้าเย็นกลับ · วันที่ 6: บินหรือนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับปารีส โดยใช้เวลาเต็มวันในการเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซาย · วันที่ 7: ช้อปปิ้งในปารีสหรือเยี่ยมชมมงต์แซงต์มิเชล (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง มงต์แซงต์มิเชลอยู่ไกลกว่าและต้องออกเดินทางแต่เช้าและกลับดึก) จากนั้นเดินทางกลับบ้าน 🥢 การเดินทางแห่งอาหารผ่านฝรั่งเศส · ครัวซองต์ + กาแฟ: อาหารเช้าที่ขาดไม่ได้! กรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับลาเต้ นั่งอยู่ริมถนนชมผู้คนสัญจรไปมา นั่นคือชีวิตประจำวันของชาวฝรั่งเศส 🥐 · หอยแมลงภู่กับเฟรนช์ฟรายส์: อาหารคลาสสิกจากทางเหนือ! ปรุงในไวน์ขาว หวานและสดชื่นอย่างเหลือเชื่อ และให้ปริมาณมาก · มาการอง: ของ Pierre Hermé อร่อยที่สุด! กรอบนอกนุ่มใน รสกุหลาบสุดคลาสสิก
NellyPromethium
🇨🇭 สนามบินของสวิตเซอร์แลนด์: สนามบินไหนเหมาะกับทริปของคุณ? 🚀
พร้อมที่จะสำรวจสวิตเซอร์แลนด์แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะบินไปลงสนามบินไหนดี? ไม่ต้องห่วง! นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับสนามบินนานาชาติหลัก 3 แห่ง เพื่อให้คุณเลือกจุดเริ่มต้นการเดินทางเข้าสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเหมือนมืออาชีพด้านการท่องเที่ยว 🇨🇭✈️ สนามบินซูริค (ZRH) 🤩 เหมาะสำหรับ: สวิตเซอร์แลนด์ตอนกลางและตะวันออก 📍 ห่างจากใจกลางเมืองซูริค 13 กม. (8058 ซูริค สวิตเซอร์แลนด์) 🚆 มีสถานีรถไฟอยู่ภายในสนามบิน สะดวกสบาย! ⏱️ ใช้เวลาเพียง 9-12 นาทีถึงสถานีรถไฟหลักซูริค (Zürich HB) ⏳ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (แต่ตรวจสอบตารางเที่ยวบินของคุณสำหรับเวลาทำการของอาคารผู้โดยสาร) บินมาลงที่ซูริค คุณก็พร้อมสำหรับการเดินทางไปยังลูเซิร์น อินเตอร์ลาเคน กรินเดลวาลด์ เซอร์แมท และเซนต์มอริตซ์ สะดวกสบายสุดๆ! สนามบินนี้สะดวกมากหากคุณมาสวิตเซอร์แลนด์เป็นครั้งแรก การเชื่อมต่อทางรถไฟที่นี่เยี่ยมยอดมาก 👌 สนามบินเจนีวา (GVA) ✨ เหมาะสำหรับ: สวิตเซอร์แลนด์ตะวันตก 📍 Route de l'Aéroport 21, 1215 Genève, Switzerland (ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 4 กม.) 🚆 สถานีรถไฟเชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสาร ⏱️ ใช้เวลาเพียง 7 นาทีถึงสถานี Genève-Cornavin (สถานีหลัก) 🕗 เปิดทุกวัน แต่โปรดตรวจสอบเวลาเที่ยวบิน/อาคารผู้โดยสาร สนามบินเจนีวาคือตัวเลือกที่ดีที่สุดหากคุณวางแผนจะไปเจนีวา โลซานน์ มงเทรอซ์ หรือเทือกเขาแอลป์ตะวันตก นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไป Zermatt ได้ง่ายจากที่นี่ (ผ่าน Visp) ทำเลที่ตั้ง 🔥 เหมาะสำหรับทั้งบรรยากาศในเมืองและการพักผ่อนบนภูเขา! สนามบินยูโรบาเซิล (BSL) 🌍 เหมาะสำหรับ: บาเซิล + เมืองใกล้เคียง ฝรั่งเศส/เยอรมนี 📍 68300 แซงต์-หลุยส์ ประเทศฝรั่งเศส (ใช่แล้ว ที่นี่อยู่ในฝรั่งเศส!) 🚌 นั่งรถบัส Grab สาย 50 ไปลงที่สถานี Basel SBB (ประมาณ 20 นาที) 🚆 จากนั้นขึ้นรถไฟสวิสหรือรถไฟยูโรเพื่อไปสำรวจต่อ สนามบินยูโรบาเซิลเหมาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะไปบาเซิล โคลมาร์ อัลซาส ป่าดำ หรือข้ามไปยังสวิตเซอร์แลนด์ตอนเหนือ นอกจากนี้ คุณยังสามารถต่อเครื่องไปยังเมืองต่างๆ ในฝรั่งเศสและเยอรมนีได้อย่างง่ายดาย! คุณควรเลือกสนามบินสวิสแห่งไหน? ✈️ ซูริค (ZRH): ลูเซิร์น • อินเตอร์ลาเคิน • กรินเดลวาลด์ • เลาเทอร์บรุนเนน • เซอร์แมท • เซนต์มอริตซ์ ✈️ เจนีวา (GVA): เจนีวา • โลซานน์ • มงเทรอซ์ • เทือกเขาแอลป์ตะวันตก ✈️ บาเซิล (BSL): บาเซิล • โคลมาร์ • สตราสบูร์ก • สวิตเซอร์แลนด์ตอนเหนือ เคล็ดลับเด็ด: นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวิตเซอร์แลนด์ครั้งแรกมักจะชอบสนามบินซูริค (ZRH) เพราะมีเที่ยวบินให้เลือกมากมายและการเชื่อมต่อรถไฟที่สะดวกสบายทั่วประเทศ ทำไมต้องเครียด ในเมื่อคุณสามารถเดินทางท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างสะดวกสบาย? 😉 พร้อมจองแล้วหรือยัง? ค้นหาข้อเสนอเที่ยวบินสุดคุ้มได้ที่ trip.com เท่านั้น!
KhaiTravel
6
"มิยาซากิ ฮายาโอะไม่ได้โกหกฉันเลย หลังคาที่นี่สวยงามราวกับความฝันยิ่งกว่าหลังคาที่ปราสาทบิฮาลเสียอีก"
ใครบ้างที่ไม่เคยดู *ปราสาทเคลื่อนที่ของฮาวล์* ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวัยเด็ก? ฉันคิดเสมอว่าหลังคาแหลมที่ดูเรียบง่ายและมีเสน่ห์แบบชนบทในแอนิเมชั่นนั้นมีอยู่แต่ในจินตนาการของศิลปินเท่านั้น จนกระทั่งฉันได้ก้าวเท้าลงบนถนนหินขรุขระของเมืองโคลมาร์ และมองขึ้นไปบนบ้านไม้ครึ่งหลังเรียงรายสีพาสเทล ความคิดของฉันก็พังทลายลงในทันที ฮายาโอะ มิยาซากิ เดินทางมายังเมืองอัลซาเซียนแห่งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งตั้งอยู่ชายแดนฝรั่งเศส-เยอรมัน เพื่อหาแรงบันดาลใจ หลังคาเก่าแก่ที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ที่นี่สร้างบรรยากาศที่เหนือกว่าปราสาทของฮาวล์ในแอนิเมชั่นเสียอีก ดอกไม้ห้อยลงมาจากชายคาบ้านทุกหลัง และคลองต่างๆ สะท้อนภาพหลังคาบ้านในเทพนิยายบนผืนน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ การเดินเล่นไปตามถนนให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปในฉากจากภาพยนตร์แอนิเมชั่น—ความรู้สึกผ่อนคลายนั้นท่วมท้นเหลือเกิน นี่คือคู่มือการเดินทางไปโคลมาร์ฉบับสมบูรณ์ของฉัน ที่ฉันได้ทดสอบและพิสูจน์แล้วด้วยตัวเอง ใครที่วางแผนจะไปเที่ยวก็สามารถนำไปใช้ได้เลย! 🚄 คำแนะนำด้านการเดินทาง เมืองโคลมาร์ไม่มีสนามบินนานาชาติสำหรับพลเรือน ดังนั้นการเดินทางโดยรถไฟจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด สภาพถนนดีมาก: การเดินทางระหว่างเมือง 1. เดินทางตรงจากปารีส: ขึ้นรถไฟความเร็วสูง TGV จากสถานี Paris Gare de l'Est ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชั่วโมงถึงสถานีรถไฟโคลมาร์ ตั๋ว Early Bird เริ่มต้นที่ 50 ยูโร แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้า 1-3 เดือนบนแพลตฟอร์ม SNCF เนื่องจากราคาจะสูงขึ้นอย่างมากในช่วงฤดูท่องเที่ยว 2. ต่อเครื่องที่สตราสบูร์ก: ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเที่ยวชมเส้นทาง Alsace Loop การเดินทางโดยรถไฟภูมิภาค TER ใช้เวลาเพียง 30 นาที ตั๋วเที่ยวเดียวราคาประมาณ 7 ยูโร รถไฟวิ่งบ่อย และคุณยังสามารถแวะชมมหาวิหารสตราสบูร์กได้ระหว่างทาง 3. เดินทางมาถึงสนามบินบาเซิล: สนามบินบาเซิล-มุลเฮาส์ ตั้งอยู่บนพรมแดน ห่างจากโคลมาร์ประมาณ 60 กิโลเมตร หลังจากลงเครื่องแล้ว การต่อรถไฟหรือขับรถไปเองสะดวกมาก ทำให้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส การเดินทางภายในเมือง เมืองเก่ามีขนาดเล็กมาก จึงเหมาะสำหรับการเดินเที่ยวทั่วเมือง รถยนต์ส่วนตัวไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งบนถนนที่ปูด้วยหิน เพื่อประสบการณ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ลองพิจารณาตัวเลือกเหล่านี้: จักรยานวินเทจ (€8 ต่อชั่วโมง) ให้คุณได้ปั่นไปตามเส้นทางริมแม่น้ำอย่างเพลิดเพลิน; รถไฟชมวิวของเมือง (€15) และทัวร์ล่องเรือในคลอง (€8-12) ให้มุมมองที่ไม่เหมือนใครและสวยงามสำหรับการถ่ายภาพของหลังคาสีสันสดใสที่เรียงรายอยู่ริมคลอง สำหรับผู้ที่ขับรถมาเอง แนะนำให้จอดรถบริเวณรอบนอกของเมืองเก่า ค่าจอดรถรายวันประมาณ €15 เนื่องจากที่จอดรถในเมืองเก่ามีจำกัดมาก 🏡 ตัวเลือกที่พัก สำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือคู่รัก ทำเลที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นี่คือสามตัวเลือกที่เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่างกัน: 1. บังกะโลครึ่งไม้ในเมืองเก่า (แนะนำเป็นอย่างยิ่ง ⭐) ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถหรือการเดินทาง บังกะโลส่วนใหญ่มีวิวคลองที่ไหลเอื่อยและหลังคาบ้านสีสันสดใสจากหน้าต่าง ห้องพักเตียงคู่ราคาตั้งแต่ 80-150 ยูโรต่อคืน หลายแห่งดัดแปลงมาจากบ้านเก่าแก่ร้อยปี มีระเบียงเล็กๆ ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมของเบเกอรี่มุมถนนในตอนเช้าได้ ในช่วงฤดูร้อนและคริสต์มาส ห้องพักอาจมีจำกัด ดังนั้นควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน 2. ที่พักใกล้สถานีรถไฟ: คุ้มค่าคุ้มราคา เดินเพียง 15 นาทีถึงใจกลางเมืองเก่า โรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องตื่นเช้าและนอนดึก และมีตารางเวลาที่ยืดหยุ่น 3. โรงแรมชาเลต์/ไร่องุ่นในชานเมืองที่มีเสน่ห์: สำหรับผู้ที่มีงบประมาณมากขึ้น ลองพิจารณาที่พักแบบชาเลต์/ไร่องุ่นที่ขับรถจากตัวเมืองเพียง 10 นาที ที่พักเหล่านี้มีสวนและไร่องุ่นกว้างขวาง ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองเก่า เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างผ่อนคลาย 💰 ข้อมูลอ้างอิงงบประมาณ (ทริป 2 วัน 1 คืน สำหรับหนึ่งคน) ค่าใช้จ่ายโดยรวมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับงบประมาณของคุณ มีแผนการเดินทางสองแบบให้เลือกดูเป็นตัวอย่าง: แบบผ่อนคลายและประหยัด ค่าเดินทางระหว่างเมืองไป-กลับ: 80-130 ยูโร ที่พัก: 90-140 ยูโร อาหาร: 70-90 ยูโร (รวมอาหารท้องถิ่น ขนมหวานริมทาง และการชิมไวน์) กิจกรรม: ล่องเรือ เข้าชมพิพิธภัณฑ์ รวม 40-60 ยูโร ค่าเดินทางในเมือง ช้อปปิ้ง: 30 ยูโร ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อคน: ประมาณ 310-420 ยูโร แพ็คเกจความสะดวกสบายขั้นสุด พักในเกสต์เฮาส์ริมแม่น้ำสไตล์บูติกในเมืองเก่า พร้อมทัวร์ชมไร่องุ่นตามเส้นทางไวน์อัลซาส และประสบการณ์สุดพิเศษที่ปราสาท งบประมาณโดยรวมต่อคนอยู่ที่ 600-800 ยูโร หมายเหตุเพิ่มเติม: ราคาในเมืองจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงตลาดคริสต์มาส โปรดวางแผนการเดินทางล่วงหน้า 🍷 คำแนะนำด้านอาหาร โคลมาร์เป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมฝรั่งเศสและเยอรมัน ทำให้มีอาหารรสชาติเข้มข้นและอร่อย โดยมีส่วนผสมที่แปลกใหม่ไม่มากนัก อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อที่คุ้มค่าแก่การลอง: อาหารจานหลักขึ้นชื่อของท้องถิ่น ทาร์ตฟลัมเบ (Tarte Flambée): เมนูยอดนิยมของคนท้องถิ่น แป้งบางกรอบ ราดด้วยหัวหอม ครีม และเบคอน หอมกรุ่นอย่างเหลือเชื่อ ราคา 12-18 ยูโรต่อจาน ชูครูต (Choucroute): อาหารจานหลักแบบคลาสสิกของแคว้นอัลซาส กะหล่ำปลีดองรสชาติกลมกล่อม ตุ๋นกับไส้กรอกรมควันและขาหมู เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่ง เหมาะสำหรับการเดินทางในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เบคเคอฟฟ์ (Baeckeoffe): เนื้อวัวและเนื้อแกะ พร้อมมันฝรั่งและผัก นำไปอบช้าๆ ในหม้อดินเผา ทำให้ได้อาหารที่เข้มข้นและมีรสชาติอร่อย เป็นที่ชื่นชอบของคนท้องถิ่น ของหวานและเครื่องดื่ม เค้กคูฟอฟฟ์ (Koughoff Traditional Cake): ราคา 6 ยูโรต่อจาน เค้กนี้มีกลิ่นหอมของเนยและผลไม้แห้ง เป็นขนมอบขึ้นชื่อของแคว้นอัลซาส รีสลิง: โคลมาร์ตั้งอยู่ในเขตผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียง และรีสลิงจากแคว้นอัลซาสที่มีรสชาติเปรี้ยวสดชื่นเข้ากันได้ดีกับอาหารท้องถิ่น คุณสามารถซื้อไวน์แก้วเล็กๆ จากโรงบ่มไวน์ริมทางเพื่อชิมได้ ข้อควรระวัง: ที่นั่งริมแม่น้ำมักคิดค่าบริการ 30% สำหรับวิว โปรดตรวจสอบเมนูก่อนสั่งอาหาร 📸 คำแนะนำที่ห้ามพลาด (ประสบการณ์สุดประทับใจ: ปลดล็อกดาดฟ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมิยาซากิ) วันที่ 1: เดินชมเมืองเก่าดุจเทพนิยาย มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองเก่าในตอนเช้า จุดแรก: บ้านฟิสเตอร์ อาคารสไตล์เรเนซองส์ที่สร้างขึ้นในปี 1537 ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับกระท่อมของฮาวล์ หอคอยแปดเหลี่ยมที่มีหลังคาทาสีและภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม อาบแสงยามบ่ายสร้างภาพถ่ายที่สวยงามน่าทึ่ง เดินต่อไปตามถนนโรงฟอกหนังและผ่านบ้านหัวคน ซึ่งผนังภายนอกประดับด้วยใบหน้าแกะสลักที่ไม่ซ้ำกัน 105 ใบหน้า ทำให้สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นนี้เป็นที่น่าจดจำ ช่วงบ่าย มุ่งหน้าไปยังลิตเติลเวนิส สถานที่สำคัญอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโคลมาร์ คลองคดเคี้ยวไหลผ่านเมืองเก่า เงาสะท้อนของคลองตัดกับหลังคาไม้สีสันสดใสที่เรียงรายอยู่ริมฝั่ง ขณะที่ดอกไม้บานสะพรั่งอยู่ทุกหนทุกแห่ง นั่งเรือเที่ยวชมเมืองจากท่าเรือประมง ที่ซึ่งคนพายเรือจะเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เบื้องหลังอาคารเก่าแก่เหล่านั้นให้ฟัง ช่วงเย็น เยี่ยมชมโบสถ์เซนต์มาร์ติน ยอดแหลมสไตล์โกธิคสูง 78 เมตร ตัดกับหลังคาบ้านเรือนที่สวยงามโดยรอบ การปีนขึ้นไปบนหอระฆังจะมองเห็นทิวทัศน์มุมกว้างของหลังคาบ้านเรือนที่แผ่กว้างไปทั่วเมือง วันที่ 2: เดินเล่นสบายๆ รอบเมือง สำหรับผู้ที่มีเวลาเหลือเฟือ ลองพิจารณาเดินทางไปเมืองเอากีส์ไฮม์ เมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์อัลซาส หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านไม้ครึ่งหลังแบบอัลซาสทั่วไป นักท่องเที่ยวน้อยกว่า และมีไร่องุ่นล้อมรอบถนน ทำให้เหมาะสำหรับการเดินเล่นอย่างเงียบสงบและถ่ายรูป หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วินเทอร์ลินเดน ซึ่งมีคอลเลกชันแท่นบูชาในยุคกลางและสิ่งประดิษฐ์พื้นบ้านที่จะช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองได้อย่างครอบคลุม 💡เคล็ดลับการเดินทาง 1. พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ในโคลมาร์ปิดทำการในวันจันทร์ ตรวจสอบเวลาเปิดทำการของโบสถ์เซนต์มาร์ตินและห้องจัดแสดงต่างๆ ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางที่เสียเปล่า 2. เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพคือ 8 โมงเช้าและช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เมืองเก่าจะคนน้อยลง น้ำทะเลสงบและไม่มีผู้คน และแสงเงาบนหลังคาจะสวยงามที่สุดตลอดทั้งวัน 3. ร้านค้าส่วนใหญ่ในเมืองปิดทำการทั้งวันในวันอาทิตย์ หากคุณต้องการซื้อของที่ระลึกหรือไวน์ท้องถิ่น ควรไปเที่ยวในวันธรรมดา 4. ประเทศฝรั่งเศสใช้ปลั๊กไฟแบบกลมมาตรฐานยุโรปทั้งหมด พกอะแดปเตอร์แปลงไฟไปด้วย ราคาสินค้าในเมืองค่อนข้างสูง ดังนั้นควรพกเงินสดติดตัวไว้บ้าง 5. ถนนปูหินในเมืองเก่าไม่เรียบ ทำให้เดินด้วยรองเท้าส้นสูงได้ยากมาก รองเท้าส้นแบนที่ใส่สบายจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทาง ฉันขอแนะนำเมืองโคลมาร์ให้กับแฟนๆ ของมิยาซากิทุกคน แม้ว่าความมหัศจรรย์ของปราสาทฮาวล์จะเป็นเพียงภาพแอนิเมชั่น แต่เมืองโคลมาร์ที่แท้จริง—ด้วยหลังคาสีสันสดใสที่ประดับประดาด้วยดอกไม้ คลองที่ไหลเอื่อย และเมืองที่เงียบสงบและมีเสน่ห์—มอบความรู้สึกโรแมนติกที่สัมผัสได้ คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังโลกเวทมนตร์ที่ห่างไกล เพียงแค่คุณมองขึ้นมาที่นี่ คุณก็ก้าวเข้าสู่เทพนิยายของคุณเองแล้ว
VilmaM?kel?
สวิตเซอร์แลนด์มีสนามบิน 3 แห่ง… แต่คุณควรบินไปลงที่สนามบินไหนดี? ✈️🇨🇭
สวิตเซอร์แลนด์อาจดูเป็นประเทศเล็กๆ บนแผนที่... แต่ถ้าเลือกสนามบินผิด อาจจะทำให้เสียทั้งเวลานั่งรถไฟ เสียเงินเพิ่ม และต้องนั่งรถไฟย้อนไปย้อนมาโดยไม่จำเป็นนะ 😭✈️ นี่คือไกด์ง่ายๆ ที่จะช่วยคุณตัดสินใจ: · 🇨🇭 สนามบินซูริค (ZRH) เหมาะที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งเคยมาเที่ยวครั้งแรก รูทคลาสสิกของสวิส ลูเซิร์น อินเทอร์ลาเคน ยุงเฟรา และสวิสตอนกลาง/ตะวันออก เป็นตัวเลือกที่เซฟที่สุดถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ · 🏔️ สนามบินเจนีวา (GVA) เหมาะที่สุดถ้าทริปของคุณเน้นเที่ยวแถบทะเลสาบเจนีวา มงเทรอ โลซาน เซอร์แมท ชาโมนิกซ์ หรือเทือกเขาแอลป์ฝั่งฝรั่งเศส ตอบโจทย์สุดๆ สำหรับรูทฝั่งตะวันตกที่เน้นวิวสวยอลังการ · 💸 สนามบินบาเซิล (BSL) เหมาะที่สุดถ้าคุณเจอโปรตั๋วเครื่องบินที่ถูกกว่ามากๆ หรืออยากจัดทริปพ่วงเมืองกอลมาร์ สตราสบูร์ก แคว้นอาลซัส หรือข้ามไปเที่ยวเยอรมนีด้วย ✨ ดีที่สุดโดยรวม: ซูริค 💕 รูทฝั่งตะวันตกที่ดีที่สุด: เจนีวา 🌍 สายประหยัด + เน้นข้ามประเทศ: บาเซิล Pro tip: ราคาตั๋วเครื่องบินเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่ทำเลของสนามบินก็มีผลกับค่าตั๋วรถไฟและเวลาเดินทางของคุณด้วยเหมือนกัน บางครั้งยอมจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อลงสนามบินที่ตอบโจทย์กว่า ก็ช่วยให้ทริปราบรื่นขึ้นเยอะเลยนะ 🚆✨ ท่องเที่ยว
WhereWenGoes
เมืองกอลมาร์ที่แสนมีเสน่ห์ - จุดหมายที่ต้องห้ามพลาด !
เมืองกอลมาร์ (Colmar) ในแคว้นอาลซัส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยายในชีวิตจริง ขอแนะนำสุดๆ ให้ไปเที่ยวช่วงใกล้เทศกาลคริสต์มาส ! 💞เหตุผลที่แนะนำ: 1. เสน่ห์ดั่งหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน กอลมาร์โด่งดังเรื่องบ้านกึ่งไม้ (Half-timbered houses) สีสันสดใส ถนนที่ปูด้วยหินก้อนกลม และคลองที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้สวยงาม 2. สวรรค์ของคนรักไวน์ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเส้นทางสายไวน์แห่งอาลซัส (Alsace Wine Route) กอลมาร์จึงรายล้อมไปด้วยไร่องุ่นและมีไวน์ขาวรสเลิศ โดยเฉพาะสายพันธุ์ Riesling และ Pinot Gris 3. อาหารอร่อยถูกปาก อย่าลืมไปลองชิมชีส คุกกี้ และของอร่อยประจำท้องถิ่นตามร้านเล็กๆ ที่พ่อค้าแม่ค้ามักจะมีของให้ชิมฟรีเพียบ ส่วนตัวแล้วฉันชอบชีสที่นี่มาก ถ้าอยากจะซื้อกลับประเทศ ทางร้านก็จะแพ็คสุญญากาศให้อย่างแน่นหนาและห่อให้อย่างดีเลย 4. เทศกาลแห่งความสุขและมนตร์ขลังของคริสต์มาส กอลมาร์จะกลายเป็นเมืองเวทมนตร์ในช่วงคริสต์มาสด้วยตลาดคริสต์มาสชื่อดังที่ได้รับการโหวตว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป การได้เดินสำรวจร้านบูติกเล็กๆ น่ารักๆ ถือเป็นอะไรที่มีเสน่ห์สุดๆ เลิฟเลย!
Lynny
【ใต้ภูเขาจักรพรรดิ】Kaysersberg เมืองนิทานที่ซ่อนเร้น。
มาต่อทริปเมืองนิทาน Alsace ของเรากันเลย! สถานีที่ 3 เรามาถึง Kaysersberg ที่นี่ในปี 2017 ยังได้รับการโหวตให้เป็น "หมู่บ้านที่คนฝรั่งเศสชื่นชอบที่สุด" 🏆! เมื่อเทียบกับ Colmar แล้ว ที่นี่มีความเป็นเชิงพาณิชย์น้อยกว่า กลับมีความรู้สึกถึงวิถีชีวิตที่ชิลมากๆ และประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปจริงๆ ชื่อ Kaysersberg ในภาษาเยอรมันแปลว่า "ภูเขาแห่งจักรพรรดิ" เพราะในศตวรรษที่ 13 ราชวงศ์ได้สร้างปราสาทขึ้นที่นี่ และทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จุดที่ special ที่สุดของที่นี่ ก็คือการมีปราสาทโบราณบนยอดเขาเป็นฉากหลังพร้อมกับวิวหุบเขาแม่น้ำที่สวยเว่อร์ๆ ทำให้มีมิติที่หลากหลายมากขึ้น! 📸 Check-list สถานที่ท่องเที่ยวโปรดส่วนตัว: 📍 ปราสาทโบราณบนยอดเขา Château de Kaysersbergเดินตามทางลาดหินประมาณ 10–15 นาทีก็ถึง สามารถขึ้นหอคอยได้ฟรี มองเห็นวิวแบบพานอรามา 360 องศาของทั้งเมืองนิทาน ไร่องุ่น และเทือกเขา โคตร worth it! 💡 My Review:เดินขึ้นไปแอบหอบนิดนึง แต่วิวชั้นบนสวยจนบ้าไปเลย ลมพัดมาเย็นสบายสุดๆ เป็นที่ที่ must-go เด็ดขาด! 📍 สะพานหินยุคกลาง Fortified Bridgeสะพานป้องกันที่ทอดข้ามแม่น้ำ Weiss สองข้างทางเป็นบ้านไม้กึ่งปูนสีสันสดใส ด้านหลังประกอบด้วยวิวภูเขาและปราสาท ถือเป็นจุดถ่ายรูปมุมโปสการ์ดที่คลาสสิกที่สุด 💡 My Review:ถ่ายรูปริมสะพานคือ perfect สุดๆ ยืนฟังเสียงน้ำไหลแล้วฮีลใจมากๆ 📍 ถนนบ้านไม้กึ่งปูนสีสันสดใสที่นี่มีร้านค้าพิเศษน่ารักๆ เพียบ เราเดินเล่นไปตั้งครึ่งค่อนวันก็ยังไม่อยากกลับ 💡 My Review:ไม่มีกรุ๊ปทัวร์เยอะเท่า Colmar สามารถเดินชิลๆ ค่อยๆ discover งานคราฟต์ต่างๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายวิถีชีวิต 📍 โบสถ์ Sainte-Croixสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ในศตวรรษที่ 13 ด้านในที่ดังที่สุดคือแท่นบูชาไม้แกะสลักปี 1518 และกระจกสี ดูขลังมากๆ 📍 ไร่องุ่นรอบๆที่นี่อยู่บนเส้นทางไวน์ (Wine Route) มีชื่อเสียงเรื่อง Riesling และ Pinot Gris แนะนำมากๆ ให้หา winery สักที่เข้าไป wine tasting! ▶️ ทริค Planning แผนการเดินทางKaysersberg ห่างจาก Colmar แค่ 12 กิโลเมตร เรานั่ง Uber ไปโดยตรงใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที สะดวกสุดๆ Highly recommend ให้เริ่มเดินทางจาก Colmar ทำเป็น day trip ควรอยู่เผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่วันนั้นฉันรวมทั้งกิน Lunch เดินเล่นในเมือง hiking ไปปราสาท แล้วก็จิบน้ำชายามบ่าย จัดเต็มไป 6 ชั่วโมง เวลาพอดิบพอดีและเติมเต็มสุดๆ!
Six seven
🇫🇷 โคลมาร์ เมืองที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส: การเดินเล่นในฝันราวกับเทพนิยาย
จุดหมายที่สองของการเดินทางไปแคว้นอัลซาสของลูกสาวตัวน้อยของฉัน ในที่สุดก็มาถึงเมืองโคลมาร์ เมืองที่มีสีสันสวยงามในตำนาน! สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดที่นี่คือ เมืองเก่าทั้งเมืองยังคงสภาพสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บวกกับชาวบ้านที่ใช้เวลาหลายปีในการดูแลรักษาอย่างจริงจัง ทำให้บ้านไม้สีสันสดใสและถนนหินจากศตวรรษที่ 14 ถึง 18 ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ปลายฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อนมาถึงแล้ว ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้ ราวกับฉากในภาพยนตร์ดิสนีย์ ทุกหน้าต่างถ่ายรูปสวยลงอินสตาแกรมได้หมด! 📸 คำแนะนำส่วนตัวจากลูกสาวของฉัน: อย่าลืมไปที่ "เวนิสน้อย" ริมคลองเพื่อขึ้นเรือท้องแบน! ขอแนะนำอย่างยิ่งให้เลือกช่วงพลบค่ำหรือช่วงแสงสีฟ้า (blue hour) เพื่อไปชม แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องกระทบบ้านไม้สีสันสดใสและแม่น้ำ โรแมนติกจนขนลุก ถ่ายรูปออกมาสวยงามหาที่เปรียบไม่ได้! 💡 รีวิวจากฉัน: แม้ว่าจะค่อนข้างเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่การเดินเข้าไปข้างในนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงจริงๆ ส่วนที่ดีที่สุดคือ โคลมาร์ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของเส้นทางไวน์อัลซาสอีกด้วย
Six seven
【หมู่บ้านลับสุดยอดที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส】Eguisheim。
🚶♀️สถานีที่ 4 ของทริปหมู่บ้านนิทานแห่ง Alsace ฝรั่งเศส เรามาเช็คอินกันที่ Eguisheim! ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่เล็กกะทัดรัดและมีดีเทลเยอะที่สุดในบรรดา 4 เมืองที่เราไปมา แต่ฟีลลิ่งเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทานคือพุ่งทะลุปรอท! ได้ยินมาว่าฉากคลาสสิกหลายๆ ฉากใน 《Beauty and the Beast》 ของดิสนีย์ ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากที่นี่แหละ! 📍หมู่บ้านดีกรีรางวัลใหญ่Eguisheim ได้รับการโหวตให้เป็น "หมู่บ้านที่คนชื่นชอบมากที่สุดในฝรั่งเศส" ในปี 2013 แถมยังติดโผ "หมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส" ด้วย และที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดสำคัญของวัฒนธรรมไวน์แห่งอาลซัสอีกต่างหาก 📍หายากมากในยุโรป! ผังเมืองแบบวงกลมซ้อนกันสุดปังพอเดินเข้ามาใน Eguisheim สิ่งที่พิเศษที่สุดก็คือการออกแบบถนนแบบวงกลมซ้อนกัน! ซึ่งต่างจากผังเมืองแบบตาราง (Grid plan) ของยุโรปยุคกลางทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดยจะสร้างล้อมรอบจุดศูนย์กลาง แผ่ขยายออกไปเป็นวงๆ เหมือนวงปีของต้นไม้ ความสนุกของการเดินเล่น (Strolling) ที่นี่คือ ทุกครั้งที่คุณเปลี่ยนมุม (angle) คุณจะค้นพบวิวถนนใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำกันเลย ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด เลิฟมาก! 📍Vibe ยุคกลางแท้ๆ แบบ 100% ไม่มีปรุงแต่งฟีลนิทานของที่นี่นอกจากจะมาจากถนนหินแคบๆ ที่เป็นวงกลมแล้ว บ้านโครงไม้สีสันสดใส (Half-timbered houses) แบบออริจินัลที่ตั้งอยู่สองข้างทาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ถึง 17 คือพระเอกตัวจริง! สีสันของกำแพงด้านนอกนั้นพาสเทลเหมือนมาการองเลย ทั้งสีชมพู สีเหลืองอ่อน สีเขียวมิ้นต์ สีฟ้าหม่น... มีหมด! ยิ่งบวกกับช่วงฤดูร้อนที่ทุกบ้านจะแขวนดอกเจอเรเนียม กระเช้าดอกไม้ และเถาองุ่นไว้หน้าต่าง บานสะพรั่งสุดๆ คือแบบ dream สุดๆ สิ่งที่ดีงามที่สุดคือที่นี่แทบจะไม่มีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เลย เวลาผ่านไป (Time flies) แต่เหมือนลืมที่นี่ไว้ เวลาถูกหยุด (stop) ไว้ในยุคกลางอย่างสมบูรณ์ ไม่แปลกใจเลยที่สื่อต่างๆ ยกให้เป็น "หนึ่งในหมู่บ้านที่เหมือนเทพนิยายที่สุดในฝรั่งเศส เดินเข้าไปแล้วเหมือนกำลังอ่านหนังสือนิทานยุโรปที่มีชีวิตจริงๆ"! 📍เซเลบแห่งวงการนกป่า: นกกระสาขาว (Stork)มาสคอตของภูมิภาค Alsace ต้องยกให้นกกระสาขาว (นกที่คาบเด็กมาส่งตามตำนานนั่นแหละ) ใน Eguisheim แทบจะทุกๆ สองสามหลังคาเรือนคุณจะเห็นรังนกขนาดใหญ่อยู่บนหลังคา น่ารักสุดๆ (funny)! คุณสามารถเดินช้าลง (slow down) แล้วเพลิดเพลินกับการดูลีลาการบินอันสง่างามของพวกมัน หรือจะดูรังนกที่บางทีก็มีลูกนกโผล่หัวออกมารออาหาร ประสบการณ์ในเมืองเก่าแบบนี้มันยูนีค (unique) มากจริงๆ 📍บ้านเกิดของสมเด็จพระสันตะปาปาสุดท้าย Eguisheim ยังเป็นบ้านเกิด (birthplace) ของสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 9 (Pope Leo IX) อีกด้วย! ตรงใจกลางเมืองเก่า คุณจะพบกับปราสาท จัตุรัส และน้ำพุ Saint Léon ซึ่งทั้งหมดถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์ ▶️️ทิปส์เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการมาเที่ยวไฮไลท์ของ Eguisheim คือการเดินสำรวจ (explore) ตามตรอกซอกซอย แวะร้านค้าชิคๆ และดูนกกระสาขาว ขนาดเมืองของที่นี่จะเล็กกว่า Colmar, Strasbourg หรือ Kaysersberg ที่เคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้มีร้านค้าเยอะแยะให้ช้อปปิ้งกระจาย โดยพื้นฐานแล้วใช้เวลาอยู่ที่นี่สัก 3 ชั่วโมง (3 hours) ก็ถือว่าเพียงพอแบบ absolute แล้ว ในเรื่องของการเดินทาง ตอนนั้นพวกเราเรียก Uber จาก Colmar เพื่อมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ (Day trip) ซึ่งสะดวกมาก (convenience) พอไปเช็คดูในเน็ต จริงๆ แล้วน่าจะมีรถบัส (bus route) ผ่านแถวๆ นี้เหมือนกันนะ
Six seven
Complete Guide|คุ้มค่าที่จะไปอาลซัสเพื่อพักโรงแรมนี้โดยเฉพาะ
ได้เข้าพักที่โรงแรมชื่อดังในแคว้นอาลซัส ประเทศฝรั่งเศส Hôtel des Berges ขอสรุปตรงนี้เลยว่า "ต่อให้บินไปอาลซัสเพื่อพักที่โรงแรมนี้เพียงอย่างเดียว ก็ไม่มีคำว่าเสียดาย" ถือเป็นโรงแรมเพียงไม่กี่แห่งที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นได้จริงๆ ที่ผ่านมาฉันเคยไปพักมาแล้ว พฤษภาคม 2019, พฤษภาคม 2024 และธันวาคม 2024 รวมทั้งหมด 3 ครั้ง ได้ลองสัมผัสมาแล้วทั้งตึกใหม่และตึกเก่า ซึ่งยอดเยี่ยมไร้ที่ติทั้งคู่ เป็นสถานที่ที่ชวนให้อยากกลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ⸻ 🛋️ห้องพัก|ตึกใหม่และตึกเก่า ล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ตึกเก่าจะมาในบรรยากาศสุดคลาสสิกที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นจากงานไม้ ส่วนตึกใหม่จะเน้นดีไซน์ที่ดูเรียบหรู ทันสมัย และสะดวกสบาย คงบอกไม่ได้ว่าฝั่งไหนดีกว่ากัน แต่ให้ความรู้สึกประมาณว่า "ถ้าอยากดื่มด่ำกับการพักผ่อนสไตล์อาลซัสขนานแท้ ต้องตึกเก่า" "ถ้าเน้นฟีลรีสอร์ทและความสะดวกสบายเป็นหลัก ต้องตึกใหม่" การที่สามารถเลือกห้องพักให้ตอบโจทย์สไตล์ของตัวเองได้แบบนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของโรงแรมนี้เลย ⸻ 🍽️ดินเนอร์|เหตุผลสำคัญที่สุดที่ต้องมาพักที่นี่ การได้รับประทานมื้อค่ำที่ Auberge de l'Ill ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงแรม ถือเป็นประสบการณ์ที่แสนพิเศษอย่างแท้จริง อาหารแต่ละจานมีความสมบูรณ์แบบขั้นสุด ผ่านการรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน ทั้งความสวยงาม กลิ่นหอม อุณหภูมิ ไปจนถึงรสสัมผัส ทุกครั้งที่พนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟ ยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังมากขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่วัตถุดิบชั้นเลิศเท่านั้น แต่ภาพรวมทั้งหมดรวมถึงการบริการนั้นอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมมาก จนทำให้รู้สึกว่า "อยากกลับมาที่นี่อีกเพื่อทานดินเนอร์มื้อนี้เลย" ถ้าโชคดี เชฟอาจจะเดินมาทักทายถึงที่โต๊ะด้วย นั่นจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่ไม่มีวันลืมเลยทีเดียว ⸻ 🍽️อาหารเช้า|ช่วงเวลาที่ได้สัมผัสถึงความอุดมสมบูรณ์สไตล์ฝรั่งเศส อาหารเช้าเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่ตั้งตารอคอยในทุกๆ ครั้ง ชาร์กูว์ทรีและชีสหลากหลายชนิดที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม ขนมปังอบใหม่ๆ และเวียนนัวเซอรี่ นอกจากนี้ยังสามารถสั่งเมนูไข่ได้ตามความชอบอีกด้วย การได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการนั่งชมวิวแม่น้ำที่แสนสงบ เพียงแค่นี้ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่หรูหราและมีความสุขที่สุดแล้ว ⸻ 🧖สปาและสระว่ายน้ำ|พื้นที่แห่งการพักผ่อนและเยียวยาจิตใจอันเงียบสงบ สระว่ายน้ำในฝั่งตึกใหม่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นพื้นที่ที่ให้ผู้ใหญ่ได้มาพักผ่อนและใช้เวลาแบบช้าๆ บริการนวดสปาที่ได้ลองทำระหว่างการเข้าพักก็มีมาตรฐานสูงมาก ให้ความรู้สึกเหมือนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางถูกสลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่ได้มีดีแค่อาหารรสเลิศ แต่การได้มารีเฟรชทั้งร่างกายและจิตใจ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่ ⸻ 🌳ทิวทัศน์รอบๆ โรงแรม|ช่วงเวลาแห่งความสุขแม้ไม่ได้ทำอะไรเลย บริเวณด้านหน้าของโรงแรมมีโบสถ์เล็กๆ ตั้งอยู่ บางครั้งก็จะมีนกกระสาบินมาเกาะบนหลังคาที่ดูน่ารัก เมื่อได้เดินเล่นพร้อมกับทอดสายตามองดูแม่น้ำอิลที่ไหลเอื่อยๆ อยู่ตรงหน้า ทำให้สัมผัสได้เลยว่าเวลาที่นี่เดินช้าลงจริงๆ แม้จะไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หวือหวาอะไร แต่ด้วยเหตุนี้แหละ ที่นี่จึงมีความอุดมสมบูรณ์ในแบบที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ⸻ โรงแรมหรูๆ อาจจะมีอยู่มากมายทั่วโลก แต่โรงแรมที่สามารถผสมผสาน "การเข้าพัก อาหาร ทัศนียภาพ และการบริการ" ให้ออกมาสมบูรณ์แบบในระดับสูงได้ขนาดนี้นั้น มีไม่เยอะอย่างที่คิด ที่นี่ไม่ใช่แค่โรงแรมลักชัวรีธรรมดาๆ แต่ทำให้รู้สึกได้เลยว่านี่คือ "โรงแรมที่การมาเข้าพัก คือเป้าหมายหลักของการเดินทาง" อย่างแท้จริง เป็นสถานที่ที่ต่อให้มาถึง 3 ครั้งแล้ว ก็ยังคงอยากกลับไปอีก สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวอาลซัส ขอแนะนำที่นี่ด้วยความมั่นใจเลย 📍เซฟเก็บไว้เป็นไอเดียสำหรับทริปฝรั่งเศสครั้งหน้าได้เลย 📍ใครที่กำลังลังเลเรื่องที่พักในอาลซัส ลองเข้ามาดูที่นี่กันนะ ถ้าคุณมีโรงแรมไหนที่อยากแนะนำ ก็คอมเมนต์บอกกันได้เลย!
Luxe & Local Jorneys
Exploring Beautiful Towns in Alsace, France
ถ้าคุณกำลังมองหาทริปยุโรปที่เหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน แคว้นอัลซาสของฝรั่งเศสคือคำตอบ ทั้งบ้านไม้สีพาสเทล คลองเล็ก ๆ และบรรยากาศโรแมนติกที่ทำให้ทุกมุมดูพิเศษไปหมด Strasbourg เป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ผสมผสานสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิกเข้ากับย่านเมืองเก่าสุดน่ารัก มีมหาวิหารอันยิ่งใหญ่และมุมถ่ายรูปสวย ๆ อยู่ทั่วเมือง Colmar คือไฮไลต์ที่ห้ามพลาด บ้านไม้สีพาสเทลเรียงรายริมคลอง โดยเฉพาะย่าน Petite Venise ที่ให้บรรยากาศโรแมนติกเหมือนในนิทาน ส่วน Riquewihr เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยไร่องุ่น บ้านสีสันสดใสเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ เดินเล่นเพลิน ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย แคว้นอัลซาสเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่รวมทั้งความสวย ความโรแมนติก และเสน่ห์แบบยุโรปแท้ ๆ ไว้อย่างลงตัว ❤️ #Alsace #Strasbourg #Colmar #Riquewihr #France #EuropeTrip #TravelFrance
Piak Chana
🌺 Riquewihr, France 🇫🇷 🌺 Riquewihr, France 🇫🇷 Riquewihr คือหมู่บ้านยุคกลางที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นของแคว้นอาลซัส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของประเทศ ด้วยบ้านครึ่งไม้สีสันสดใส ถนนหินโบราณ และกำแพงเมืองเก่าที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ 🌿 เมื่อก้าวเข้าสู่ Riquewihr จะรู้สึกราวกับย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปี อาคารหลากสีที่ประดับด้วยดอกไม้ตามหน้าต่างเรียงรายตลอดสองข้างทาง สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกในแบบฝรั่งเศสแท้ๆ 🍇 หมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นหัวใจสำคัญของ Alsace Wine Route ซึ่งเป็นเส้นทางไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป รายล้อมด้วยไร่องุ่นที่ทอดยาวไปตามเนินเขาและทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม 🏰 จุดเด่นสำคัญคือ Dolder Tower หอคอยโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน และสามารถมองเห็นวิวหลังคาสีสดใสของเมืองเก่าได้อย่างสวยงาม ✨ ในช่วงฤดูหนาว Riquewihr จะกลายเป็นเมืองคริสต์มาสในเทพนิยาย เต็มไปด้วยไฟประดับ ตลาดคริสต์มาส และบรรยากาศที่งดงามจนได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในเมืองคริสต์มาสที่สวยที่สุดในยุโรป 📍 Dolder Tower 📍 Riquewihr Old Town 📍 Alsace Wine Route 📍 Place des Trois Églises 📍 Thieves' Tower 📍 Vineyard Viewpoint 📍 Historic City Walls 📍 Christmas Market Square #Riquewihr #France #Alsace #FairytaleVillage #TravelEurope #BeautifulDestinations #WineRoute #BucketList #TravelPhotography #Wanderlust
Traveling with a cat
[ฝรั่งเศส] 5 หมู่บ้านในเทพนิยายแห่งแคว้นอัลซาสที่คุณต้องไปเยือน
พาเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ บนเส้นทางสายไวน์แห่งอาลซัส ราวกับหลุดเข้าไปในหนังสือนิทาน หมู่บ้านต่างๆ ในแคว้นอาลซัสที่กระจายตัวอยู่รอบๆ เมืองกอลมาร์นั้น อบอวลไปด้วยบรรยากาศของ "โลกแห่งนิทาน" ที่ถักทอขึ้นจากบ้านโครงไม้ การประดับประดาดอกไม้ และตรอกซอกซอยที่ปูด้วยหิน ครั้งนี้ขอแนะนำรูทท่องเที่ยว 5 หมู่บ้านยอดฮิตที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ ① Eguisheim (เอกีซไฮม์) "หมู่บ้านที่น่ารักที่สุดในโลก" ที่ขยายตัวเป็นวงกลมซ้อนกัน โครงสร้างผังเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทั้งหมู่บ้านขยายตัวเป็นวงกลม ที่นี่คือแหล่งกำเนิดไวน์อาลซัสที่โอบล้อมไปด้วยดอกไม้และไร่องุ่น 📍ไฮไลท์ห้ามพลาด ・ทิวทัศน์เมืองทรงกลมที่รายล้อมปราสาท ・สถาปัตยกรรมแบบฮาล์ฟทิมเบอร์ (Colombage) สีสันสดใส ・เดินเล่นเพลินๆ ในตรอกที่ปูด้วยหิน ② Colmar (กอลมาร์) เมืองที่ถูกขนานนามว่า "เวนิสน้อย" ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในอาลซัส โดดเด่นด้วยบ้านโครงไม้หลากสีสันเรียงรายตามแนวคลอง จุดที่พลาดไม่ได้เลยคือ "La Petite Venise" (ลิตเติ้ลเวนิส) 📍ไฮไลท์ห้ามพลาด ・La Petite Venise (ลิตเติ้ลเวนิส) ・ทิวทัศน์เมืองโครงไม้ในเขตเมืองเก่า ・โบสถ์ Saint-Martin ③ Riquewihr (รีกวีร์) หมู่บ้านที่ถูกเรียกว่า "ไข่มุกแห่งไร่องุ่น" หมู่บ้านที่รายล้อมด้วยกำแพงเมือง ซึ่งยังคงรักษากลิ่นอายในยุคกลางไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ถนนสายหลักที่เรียงรายไปด้วยร้านไวน์และป้ายร้านสุดคิวท์นั้นได้รับความนิยมมาก 📍ไฮไลท์ห้ามพลาด ・หอคอย Dolder ・เดินเล่นบนถนนสายหลัก ・ทัวร์ห้องใต้ดินเก็บไวน์ (Wine Cave) ④ Kaysersberg (คายแซร์สแบร์ก) หมู่บ้านตีนเขาที่มีสะพานหินและแม่น้ำงดงาม เมืองสุดโรแมนติกที่สะพานหินริมแม่น้ำและเขตเมืองเก่าที่ทอดยาวสู่ภูเขาดูสวยงามราวกับภาพวาด เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองที่มีความผูกพันกับผู้ได้รับรางวัลโนเบล 📍ไฮไลท์ห้ามพลาด ・ทิวทัศน์ของสะพานหินและเทือกเขาวอจส์ (Vosges) ・สถาปัตยกรรมโครงไม้ในเขตเมืองเก่า ・ซากปราสาท Kaysersberg ⑤ Bergheim (แบร์กไฮม์) หมู่บ้านไวน์อันเงียบสงบที่โอบล้อมด้วยกำแพงเมือง พิกัดลับที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย สามารถเดินเล่นชิลๆ ได้อย่างสบายใจ บรรยากาศเงียบสงบโอบล้อมด้วยกำแพงเมืองยุคกลางและไร่องุ่น 📍ไฮไลท์ห้ามพลาด ・เขตเมืองเก่าที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมือง ・วิวไร่องุ่น ・โบสถ์และลานจัตุรัสที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ 🍇 ALSACE WINE ROAD ROUTE ทริปเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ ที่ใช้เมืองกอลมาร์เป็นศูนย์กลาง สามารถเที่ยวชมได้ในเวลาครึ่งวันถึง 2 วัน นี่คือหนึ่งในพื้นที่ที่ถ่ายรูปสวยที่สุดในฝรั่งเศส ซึ่งเต็มไปด้วย "หมู่บ้านแสนน่ารัก" อัดแน่นอยู่ ต้องลองไปเยือนกันให้ได้นะ!
emi618
1
[🇫🇷ฝรั่งเศส] ทัวร์รถบัสเที่ยวหนึ่งวันไปยังมงต์แซงต์มิเชล
มงต์แซงต์มิเชล สถานที่ที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากไปเยือนสักครั้ง! นี่คือรายงานการไปเยือนมงต์แซงต์มิเชลของฉันระหว่างทริปปารีส 🥐 ฉันจองทัวร์รถบัสไปมงต์แซงต์มิเชล ทัวร์รวมค่ารถบัสไป-กลับ ค่าเข้าชมมงต์แซงต์มิเชล และออดิโอไกด์ที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ (17,784 เยน/คน) 7:15 น.: ออกเดินทางจากใจกลางปารีส 11:45 น.: ถึงทางเข้ามงต์แซงต์มิเชล! จากป้ายรถบัสไปยังอาราม ต้องเดินต่ออีก 30-40 นาที หรือนั่งรถรับส่งฟรี 10 นาที… รถรับส่งวิ่งบ่อย (ทุก 5-20 นาที) เนื่องจากฉันมีโอกาส ฉันจึงตัดสินใจเดินไปที่อาราม คุณจะเห็นยอดอารามอยู่ไกลๆ ดูรูปที่สองนะคะ ลมแรงมาก แต่ธรรมชาติสดชื่นเหลือเกิน และเหนือสิ่งอื่นใด ความตื่นเต้นที่จะได้เดินไปยังมงต์แซงต์มิเชลนั้นชนะทุกอย่าง แม้ว่าจะเป็นการเดิน 40 นาที แต่ฉันก็ไปถึงเร็วกว่าที่คาดไว้ เมืองเต็มไปด้วยผู้คน และถนนแคบๆ ทำให้ฉันนึกถึงเมืองคามาคุระขณะที่เดิน คุกกี้มงต์แซงต์มิเชลที่ฉันซื้อเป็นของฝาก ไม่ได้ห่อแยกชิ้น ดังนั้นจึงไม่ค่อยเหมาะที่จะเป็นของฝากเท่าไหร่ 🥹 แต่รสชาติอร่อยมาก! 13. 30 📍Au Pèlerin €7.5 💳โอเค ฉันทานอาหารกลางวันเบาๆ เป็นคร็อกมงซิเออร์ เป็นร้านเล็กๆ แต่ฉันเข้าไปได้โดยไม่ต้องต่อคิว! ข้าวไข่เจียวชื่อดังนั้นแพงและมีคนต่อคิวยาว ฉันเลยไม่ได้ลอง! 14. 00 📍พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ 9 ยูโร 💳โอเค พิพิธภัณฑ์ที่ให้คุณได้เห็นว่าอารามและนักโทษในสมัยนั้นเป็นอย่างไร ฉันอยากไปหลังจากเรียนรู้เกี่ยวกับมงต์แซงต์มิเชล แต่ มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสเท่านั้น (แน่นอน) ดังนั้นฉันจึงไม่เข้าใจมากนัก และโดยส่วนตัวแล้วฉันไม่แนะนำเท่าไหร่ แต่การจัดแสดงที่ดูรกและบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์นั้นน่าสนใจ! 14:30 📍มงต์แซงต์มิเชล ในที่สุดก็ได้เข้าไปข้างใน และรู้สึกทึ่งมาก คุณควรไปดูข้างในด้วยตาตัวเอง! การถามคำถามกับไกด์นำเที่ยวจะช่วยให้คุณเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น! 16:30 ออกเดินทางไปปารีส 21:00 ถึงปารีส ***** เนื่องจากเป็นการทัวร์ด้วยรถบัส การอยู่ที่จุดหมายปลายทางจึงใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ฉันกังวลเรื่องเวลา แต่ก็สนุกอย่างไม่น่าเชื่อ! หมายเหตุเพิ่มเติม บริเวณจุดพักรถที่รถบัสจอดระหว่างทางกลับนั้น... ดูมีสไตล์และน่าตื่นเต้นดี! เครื่องชงกาแฟแบบสัมผัสก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน! นอกจากนี้ยังมีแมคโดนัลด์และร้านเบเกอรี่ Paul ด้วย! #MontSaintMichel #montsaintmichel #WorldHeritageSite #StunningView #EuropeTravel #France
ヨChang
1
ประตูสู่ความสง่างาม: การปรับปรุงให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของสกายเลานจ์ในบาเซิล 🇨🇭
#ทริปยุโรป สัมผัสประสบการณ์การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแม่นยำแบบสวิสและการต้อนรับอย่างอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ณ สกายเลานจ์ สนามบินยูโรบาเซิล-มุลเฮาส์-ไฟรบูร์ก ที่นี่ไม่ใช่แค่ศูนย์กลางการเดินทางทั่วไป แต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมวัฒนธรรมอันrich ของภูมิภาคสามพรมแดน นำเสนอภาพรวมที่หรูหราของประเพณีเก่าแก่ของยุโรป ในปี 2026 เลานจ์แห่งนี้เป็นเรือธงสำหรับความพยายามด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีอาหารออร์แกนิกที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และโครงการชดเชยคาร์บอนสำหรับแขกทุกท่าน ด้วยสถาปัตยกรรมกระจกที่สวยงามและระเบียงสีเขียวชอุ่ม เลานจ์แห่งนี้เชิญชวนให้คุณหยุดพักและเป็นสักขีพยานถึงอนาคตที่ความหรูหราถูกนิยามโดยการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าคุณจะออกเดินทางไปยังเทือกเขาแอลป์หรือมาถึงเพื่อผจญภัยในแม่น้ำไรน์ สกายเลานจ์จะทำให้การเดินทางของคุณเริ่มต้นด้วยความใส่ใจ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความอบอุ่นใจ คู่มือสำหรับนักเดินทางผู้มีรสนิยม · การเดินทาง: เดินทางไปยังสนามบินโดยรถโดยสารไฟฟ้าด่วน 2026 จากสถานี Basel SBB หรือรถไฟความเร็วสูงจาก Freiburg และ Mulhouse · ช่วงเวลาเดินทางที่ดีที่สุด: เดือนเมษายนถึงมิถุนายน ช่วงเช้ากลางสัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบที่สุดในเลานจ์ และมีสภาพอากาศที่สมบูรณ์แบบสำหรับการชมวิวรันเวย์แบบพาโนรามาบนระเบียง · สถานที่ที่ห้ามพลาด: ระเบียงกลางแจ้งสำหรับสูดอากาศบริสุทธิ์ และมุมชิมอาหารประจำภูมิภาคที่มีชีสฝีมือประณีตจากเทือกเขา Alsace และ Jura ที่อยู่ใกล้เคียง · แผนการเดินทางที่แนะนำ: เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าแบบยั่งยืนในเลานจ์ ตามด้วยเที่ยวบินระยะสั้นไปยังจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือนั่งรถไฟไปยังใจกลางย่านศิลปะของบาเซิล · สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ: ควรใช้ตู้ข้อมูลดิจิทัล "Green Path" สำหรับเคล็ดลับการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่าลืมแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เลานจ์แห่งนี้เป็นสถานที่แห่งความเงียบสงบและความมีระดับแบบยุโรป #สนามบินบาเซิล #สกายเลานจ์ #ความหรูหราอย่างยั่งยืน #เที่ยวบาเซิล #การบริการแบบสวิส
Trips by CK
หัวข้อยอดนิยมในอัลซาซ
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในอัลซาซ ปี 2569 (อัปเดตเดือนกรกฎาคม)
804 โพสต์
คู่มือแนะนำในอัลซาซ ปี 2569 (อัปเดตเดือนกรกฎาคม)
626 โพสต์
คู่มือแบบเจาะลึกแนะนำในอัลซาซ ปี 2569 (อัปเดตเดือนกรกฎาคม)
279 โพสต์
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้องกับอัลซาซ
คู่มือเที่ยวอินเทอร์ลาเคิน 2569: ที่เที่ยวห้ามพลาด อาหาร โรงแรม เส้นทางยอดนิยม (อัปเดตเดือนกรกฎาคม)
461 โพสต์
คู่มือเที่ยวเบิร์น 2569: ที่เที่ยวห้ามพลาด อาหาร โรงแรม เส้นทางยอดนิยม (อัปเดตเดือนกรกฎาคม)
329 โพสต์
คู่มือเที่ยวนูเรมเบิร์ก 2569: ที่เที่ยวห้ามพลาด อาหาร โรงแรม เส้นทางยอดนิยม (อัปเดตเดือนกรกฎาคม)
189 โพสต์
1
2
3
4
โพสต์
แนะนำเพิ่มเติม
Trip Moments ยอดนิยม
กอลมาร์ (Colmar): จุดหมายปลายทางแห่งเทพนิยายสุดฟินในฝรั่งเศส
|
เหมือนอยู่ใน "ปราสาทเคลื่อนที่ของฮาวล์" ในชีวิตจริงเลย! ไปเที่ยวเมืองโคลมาร์แบบไปเช้าเย็นกลับ สวยงามจนไม่อยากกลับบ้านเลย
|
🚄 จาก Paris ไปไหนได้บ้างใน 2 ชั่วโมง? เที่ยวได้หลายเมืองแบบไม่ต้องย้ายโรงแรม 🇫🇷
|
ฉันกลับมาจากประสบการณ์สุดเลวร้ายในฝรั่งเศสแล้ว | ฉันไม่แนะนำให้ไปเที่ยวช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเลยจริงๆ...
|
"มิยาซากิ ฮายาโอะไม่ได้โกหกฉันเลย หลังคาที่นี่สวยงามราวกับความฝันยิ่งกว่าหลังคาที่ปราสาทบิฮาลเสียอีก"
|
สวิตเซอร์แลนด์มีสนามบิน 3 แห่ง… แต่คุณควรบินไปลงที่สนามบินไหนดี? ✈️🇨🇭
|
🇫🇷 สถานที่ที่ถูกมองข้ามในฝรั่งเศส — ลา เปอตีต์ ฟรองซ์ เมืองสตราสบูร์ก ✨
|
บันทึกความงดงามและเสน่ห์ของเมืองสตราสบูร์ก 🇫🇷💛
|
เมืองกอลมาร์ที่แสนมีเสน่ห์ - จุดหมายที่ต้องห้ามพลาด !
|
4 เมืองเทพนิยายในยุโรป ที่เหมือนหลุดเข้าไปในหนังสือนิทาน
|
Colmar ประเทศฝรั่งเศส – เมืองเทพนิยายแห่งแคว้นอาลซัส
|
Fontaine Bruat, Colmar
|
ดอกไม้ผลิบานบนขอบหน้าต่าง บดบังความอ่อนโยนของยุโรปเอาไว้
|
【ลูกครึ่งเยอรมัน-ฝรั่งเศส】Strasbourg เมืองหลวงแห่งเทพนิยายที่โอบล้อมด้วยคลอง
|
【ใต้ภูเขาจักรพรรดิ】Kaysersberg เมืองนิทานที่ซ่อนเร้น。
|
🇫🇷 โคลมาร์ เมืองที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส: การเดินเล่นในฝันราวกับเทพนิยาย
|
【หมู่บ้านลับสุดยอดที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส】Eguisheim。
|
🇩🇪🚗🇫🇷 หนึ่งในเส้นทางขับรถเที่ยวที่ดีที่สุดในยุโรป!
|
🇨🇭ทริปขับรถเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์สุดอลังการ 7 วัน: ทะเลสาบ ภูเขา และบรรยากาศราวเทพนิยาย 🚗🏔️
|
อรุณสวัสดิ์จากโกลมาร์ | เมื่อโลกแห่งเทพนิยายตื่นจากการหลับใหล
|
Colmar | ยามเช้าดั่งเทพนิยายในแคว้นอาลซัส
|
⛪ มหาวิหารสตราสบูร์กนั้นงดงามตระการตาอย่างแท้จริง 🇫🇷✨
|
12 สถานที่ท่องเที่ยวสุดมหัศจรรย์ในต่างประเทศ – คุณจะยังไม่ได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สมหวังอย่างแท้จริง หากคุณยังไม่เคยไปเยือน
|
🇫🇷🇨🇭 ฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ 7 วัน 6 คืน ทริปเดียว สองประเทศสุดมหัศจรรย์ ✨
|
สตราสบูร์ก: เมืองแห่งเทพนิยายที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีมาบรรจบกัน 🇫🇷✨
|
Complete Guide|คุ้มค่าที่จะไปอาลซัสเพื่อพักโรงแรมนี้โดยเฉพาะ
|
ซัมเมอร์แสนวิเศษที่สตราสบูร์ก
เมืองยอดนิยม
เที่ยวตำบล ชัยพฤกษ์
|
เที่ยวเขตฮุยหยาง
|
เที่ยวสกูกูซา
|
เที่ยวซับลาก
|
เที่ยววัดโซ
|
เที่ยวนิงเกรุม
|
เที่ยวอำเภอ บางสะพานน้อย
|
เที่ยวตำบล นาราชควาย
|
เที่ยวลาลป์ดูเอซ
|
เที่ยวเบอร์เดียนสค์
|
เที่ยวเขตซวนโซว
|
เที่ยวตำบล ช่องแค
|
เที่ยวปันเตลเลริอา
|
เที่ยวอิเกลา
|
เที่ยวชิซูโอกะ
|
เที่ยวฟอร์ทูนา
|
เที่ยวปลาโต
|
เที่ยวไพน์เดล
|
เที่ยวเซเลม
|
เที่ยวตำบล ยางหย่อง
|
เที่ยวตำบล ห้วยข่า
|
เที่ยวโอบาเย
|
เที่ยวเมืองนาย
|
เที่ยวอิงถาน
|
เที่ยวตำบล คำเหมือดแก้ว
|
เที่ยวเมือง ชะนะคาม
|
เที่ยวอำเภอ ลำทะเมนชัย
|
เที่ยวรัฐอานามบรา
|
เที่ยวมายาเกซ
ที่เที่ยวแนะนำ ณ จุดหมายปลายทางยอดนิยม
ที่เที่ยวยอดนิยมในกรุงเทพฯ
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในเชียงใหม่
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในภูเก็ต
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในโตเกียว
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในหาดใหญ่
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในพัทยา
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในเชียงราย
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในขอนแก่น
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในฮ่องกง
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในกระบี่
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในเซี่ยงไฮ้
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในโอซากะ
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในไทเป
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในอุบลราชธานี
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในโซล
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในสุราษฎร์ธานี
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในสิงคโปร์
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในนครศรีธรรมราช
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในหัวหิน
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในชลบุรี
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในดานัง
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในอุดรธานี
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในกัวลาลัมเปอร์
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในพิษณุโลก
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในตรัง
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในน่าน
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในชะอำ
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในเกาะล้าน
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในอำเภอ ปากช่อง
|
ที่เที่ยวยอดนิยมในนครพนม
ร้านอาหารแนะนำในอัลซาซ
Le 1387
|
A L'Echevin Hotel le Marechal
|
La Winstub du Chambard
|
Maharaja
|
Le Tire-bouchon
|
Pianogrill
|
Restaurant Le Petit Paris
|
Auberge du Moulin
|
La Winstub du Casino
|
Iberica
|
Atelier Des Galeries
|
Le Resto du Coin
|
Restaurant Mandala
|
L'Esprit Gourmand
|
Chez L'Oncle Freddy
|
Restaurant Du Musee
|
L'Altevic
|
Bella Society, la Trattoria Mulhousienne
|
Les Racines
|
Au Cedre
|
La Vieille Tour
|
Au Cruchon
|
Le Cygne
|
Restaurant aux Trois Oies
|
La Vignette
|
Au Crocodile
|
Restaurant 1741
|
Namaste
|
L'Osmose
|
Restaurant des Vosges
รายการจัดอันดับยอดนิยม
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุด20ยอดนิยมในอักซู
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุดยอดนิยมในต้าโจว
|
โรงแรมหรูหรา20ยอดนิยมในเวียงจันทน์
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุดยอดนิยมในสุยเฟินเหอ
|
ห้ามพลาด20ยอดนิยมในฮาโกเน่
|
ห้ามพลาด20ยอดนิยมในริโอเดจาเนโร
|
สถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้เดินทางทั่วโลกเลือก50ยอดนิยมในเซี่ยงไฮ้
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุดยอดนิยมในหลู่เหลียง
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุดยอดนิยมในจี๋โซ่ว
|
ห้ามพลาด20ยอดนิยมในลักซอร์
|
โรงแรมหรูหรายอดนิยมในนะกิจิง
|
โรงแรมหรูหรายอดนิยมในSurfers Paradise
|
โรงแรมหรูหรายอดนิยมในเพิร์ธ
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุด10ยอดนิยมในเหว่ยหนาน
|
ห้ามพลาด50ยอดนิยมในมะละกา
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุด10ยอดนิยมในเหลียงซาน
|
ห้ามพลาด50ยอดนิยมในฟูจิคาวากุจิโกะ
|
โรงแรมหรูหรายอดนิยมในตงฟาง
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุดยอดนิยมในเหยินฮั่ว
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุด10ยอดนิยมในหย่งโจว
|
โรงแรมหรูหรา20ยอดนิยมในเซ็นทรัลจาการ์ตา
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุดยอดนิยมในไห่หนิง
|
ห้ามพลาด20ยอดนิยมในชิงหยาง
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุดยอดนิยมในตงฟาง
|
ห้ามพลาด20ยอดนิยมในจิ่วจ้ายโกว
|
โรงแรมหรูหรายอดนิยมในMosman
|
ห้ามพลาด20ยอดนิยมในนีซ
|
โรงแรมหรูหรายอดนิยมในชิโตเสะ
|
ห้ามพลาด20ยอดนิยมในเม็กซิโกซิตี้
|
ของกิจกรรมที่น่าทำที่สุดยอดนิยมในอู่ต้าเหลียนฉี