เดินเล่นในตัวเมืองเบรสชา (Brescia) | ก้าวเดินอย่างช้าๆ สู่ประวัติศาสตร์นับพันปีในเมืองเล็กๆ ของแคว้นลอมบาร์ดี อิตาลี
ทริปเดินทางไปแคว้นลอมบาร์ดีในอิตาลีครั้งนี้ เดิมทีไม่ได้คาดหวังกับเมือง Brescia ไว้สูงเท่ากับมิลานหรือเวนิส แต่พอได้เข้าไปสัมผัสใจกลางเมืองจริงๆ กลับรู้สึกว่าเมืองนี้เหมาะกับการ "ใช้สองเท้าค่อยๆ ทำความรู้จัก" อย่างมาก Brescia มีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนและน่าสนใจ ตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ ยุคลอมบาร์ด ยุคกลาง จนถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (เรเนซองส์) ซึ่งเราสามารถพบเห็นได้ทีละนิดระหว่างการเดินเล่นในตัวเมือง อีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ก็อยู่ไม่ไกลกันนัก จึงไม่ต้องคอยนั่งรถเปลี่ยนที่ไปมาให้วุ่นวาย
ฉันคิดว่าเสน่ห์ที่สุดของ Brescia คือมันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวจ๋าจนเกินไป นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว ตามท้องถนนยังมีคนท้องถิ่นมานั่งดื่มกาแฟ ช้อปปิ้ง หรือพูดคุยกัน การได้เดินผ่านจัตุรัสและใต้ซุ้มโค้งทำให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตประจำวันของชาวอิตาลีอย่างเป็นธรรมชาติ
เส้นทางที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นช้าๆ
หากมีเวลาแค่ครึ่งวัน ฉันขอแนะนำให้เดินเท้าจากใจกลางเมืองไปเรื่อยๆ:
· จัตุรัส Piazza Vittoria
· จัตุรัส Piazza della Loggia
· จัตุรัส Piazza Paolo VI
· จัตุรัส Piazza del Foro
· แหล่งโบราณคดีโรมัน Brixia
· พิพิธภัณฑ์ Santa Giulia
· หากมีเวลาเหลือค่อยเดินไปทางปราสาท Brescia (Brescia Castle)
ข้อดีที่สุดของเส้นทางนี้คือไม่ต้องคอยเช็กเรื่องการเดินทางเลย เพราะตลอดสองข้างทางก็คือวิวสวยๆ ข้อมูลจากทางการเองก็ยังเชื่อมโยงสถานที่ต่างๆ อย่าง Piazza della Loggia, Piazza Paolo VI, ซากปรักหักพังโรมัน และ Santa Giulia ให้กลายเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญใจกลางเมือง
Piazza della Loggia | จัตุรัสที่ให้ความรู้สึกแบบเมืองอิตาลีมากที่สุด
เมื่อเดินมาถึง Piazza della Loggia ความรู้สึกแรกเลยคือ "สวยมาก"
รอบๆ จัตุรัสรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคเรเนซองส์แบบดั้งเดิม พื้นที่ตรงกลางเปิดโล่งกว้างขวาง โดยจุดที่สะดุดตาที่สุดคือวัง Palazzo della Loggia ฝั่งตรงข้ามยังมีหอนาฬิกาดาราศาสตร์ตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้จัตุรัสแห่งนี้มีบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบมาก Piazza della Loggia เริ่มก่อตั้งขึ้นในยุคเรเนซองส์ และต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการใช้ชีวิตในเมือง Brescia
ฉันชอบมานั่งพักริมจัตุรัส มองดูคนท้องถิ่นเดินผ่านไปมา หรือคนในร้านกาแฟนั่งคุยกัน เมื่อเทียบกับการรีบเร่งถ่ายรูปแล้ว การหยุดพักเพื่อเฝ้ามองเมืองแบบนี้ ทำให้สัมผัสถึงเสน่ห์ของ Brescia ได้มากกว่าเดิมเสียอีก
Piazza Paolo VI | มหาวิหารสองแห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
การเดินจาก Piazza della Loggia ไปยัง Piazza Paolo VI นั้นสะดวกสบายมาก และที่นี่ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฉันประทับใจที่สุดตลอดการเดินเล่นทริปนี้
ความพิเศษสุดของจัตุรัสนี้คือ เราสามารถมองเห็นโบสถ์สองแห่งที่มีสไตล์ต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้พร้อมๆ กัน นั่นคือ Duomo Nuovo (มหาวิหารแห่งใหม่) และ Duomo Vecchio (มหาวิหารแห่งเก่า) หลังหนึ่งดูยิ่งใหญ่อลังการ ส่วนอีกหลังมีรูปทรงกลม ดูเก่าแก่และเงียบสงบ การนำทั้งสองแห่งมาตั้งอยู่บนจัตุรัสเดียวกันทำให้เกิดความแตกต่างที่น่าสนใจมาก
ข้างๆ จัตุรัสยังมี Palazzo Broletto ที่มีประวัติยาวนาน ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดใน Brescia ตัวจัตุรัส Piazza Paolo VI เองก็ถือเป็นตัวแทนสำคัญของผังเมืองในยุคกลาง
หากบังเอิญมาในวันที่อากาศดี ฉันขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบเข้าโบสถ์ ให้ลองหามุมสวยๆ กลางจัตุรัส แล้วถ่ายรูปโบสถ์ทั้งสองแห่งรวมกับอาคารรอบๆ เก็บไว้ ภาพที่ได้จะมีกลิ่นอายของเมืองโบราณยุโรปอย่างแท้จริง
Piazza del Foro | ทะลุมิติสู่ยุคโรมันโบราณอย่างไม่ทันตั้งตัว
เมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ ทิวทัศน์ของเมืองก็เริ่มเปลี่ยนไป
จากเดิมที่เป็นสถาปัตยกรรมยุคกลางและยุคเรเนซองส์ เดินไปเดินมาก็เข้าสู่เขตซากปรักหักพังยุคโรมันโบราณ การเปลี่ยนผ่านของช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์แบบนี้แหละคือความพิเศษของ Brescia เขตโบราณคดีโรมัน Brixia ได้เก็บรักษาซากปรักหักพังที่สำคัญอย่างวิหาร Capitolium และจัตุรัสโรมันโบราณเอาไว้ ทำให้เราสามารถมองเห็นร่องรอยเมื่อสองพันปีก่อนได้โดยตรงในเมืองที่ทันสมัยแห่งนี้
ฉันรู้สึกว่าที่นี่เหมาะกับการเดินดูช้าๆ มาก ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเก็บให้ครบทุกจุด การยืนอยู่ข้างซากโบราณสถานแล้วมองดูถนนหนทางสมัยใหม่รอบๆ ทำให้เกิดความรู้สึกว่า "ที่จริงแล้วประวัติศาสตร์ก็ดำรงอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตประจำวันของเรามาตลอด"
Santa Giulia | ถ้ามีเวลาเหลือเฟือ ต้องไปให้ได้
หากเวลาเอื้ออำนวย ฉันขอแนะนำให้จัดพิพิธภัณฑ์ Santa Giulia ไว้ในแพลนด้วย
ที่นี่ไม่ใช่แค่อาร์ตแกลเลอรีธรรมดาๆ แต่สร้างขึ้นในตัวอาคารอารามเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน สิ่งของที่จัดเก็บและจัดแสดงที่นี่ครอบคลุมประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Brescia ตั้งแต่ยุคโรมันจนถึงยุคกลาง เราสามารถเดินดูทั้งสถาปัตยกรรม ภาพจิตรกรรมฝาผนัง งานโมเสก และโบราณวัตถุจากยุคสมัยต่างๆ ได้
หากใครชื่นชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สถานที่แห่งนี้คู่ควรกับการเผื่อเวลาไว้เยอะๆ ไม่แนะนำให้ใช้เวลาแค่สิบกว่านาทีเดินผ่านแบบลวกๆ
ความประทับใจเล็กๆ น้อยๆ จากการเดินเล่นในเมือง Brescia
ความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดในครั้งนี้คือ Brescia เหมาะกับการเดินเล่นแบบ "ไร้จุดหมาย" มากๆ
· ไม่ต้องคอยต่อรถทุกๆ ไม่กี่นาที
· จัตุรัสประวัติศาสตร์แต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกัน สามารถเดินไปถ่ายรูปไปได้เพลินๆ
· รอบๆ จัตุรัสมีร้านกาแฟให้แวะพักได้ตลอดเวลา
· แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะความสนุกที่แท้จริงคือการค่อยๆ สำรวจตรอกซอกซอยและถนนหนทางต่างๆ
· หากมีเวลาแค่ครึ่งวัน อาจจะเน้นไปที่ Piazza della Loggia, Piazza Paolo VI และซากโบราณสถานโรมัน
· หากมีเวลาทั้งวัน ค่อยเพิ่ม Santa Giulia และ Brescia Castle เข้าไป
· ลองเผื่อเวลาสักนิดสำหรับดื่มกาแฟหรือทานมื้อเที่ยง อย่าจัดตารางทั้งวันให้เป็นแค่ "ทริปเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยว"
เมื่อเดินเล่นในตัวเมือง Brescia จบ ฉันกลับรู้สึกว่ามันเป็นเมืองที่ต้องใช้เวลาค่อยๆ ซึมซับ แม้จะไม่มีความโรแมนติกที่มองเห็นได้ตั้งแต่แรกพบแบบเวนิส และไม่ให้ความรู้สึกเป็นเมืองใหญ่ทันสมัยอย่างมิลาน แต่เมื่อคุณเดินจากจัตุรัสยุคเรเนซองส์ไปยังโบสถ์ยุคกลาง แล้วเดินต่อไปยังซากโบราณสถานโรมัน เพียงแค่ช่วงบล็อกถนนสั้นๆ กลับพาคุณเดินทางข้ามกาลเวลาในประวัติศาสตร์นับพันปีได้
สำหรับฉันแล้ว สิ่งที่มีค่าที่สุดของ Brescia ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดแห่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นตัวเมืองทั้งเมืองที่เปรียบเสมือนเส้นทางเดินชมประวัติศาสตร์ ไม่ต้องรีบเร่งเดินทาง แค่เดินไปตามถนนช้าๆ ชมสถาปัตยกรรม นั่งดื่มกาแฟ บางครั้งก็หันกลับไปมองตึกเก่าๆ ข้างหลัง การเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบแบบนี้แหละ ที่กลายมาเป็นความทรงจำที่แสนจะอบอุ่นและประทับใจที่สุดช่วงหนึ่งในทริปอิตาลีครั้งนี้