วันสุดท้ายในเอดินบะระของเราเริ่มต้นขึ้นที่หมู่บ้าน Dean Village ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามและเงียบสงบที่สุดของเมือง หมู่บ้านโบราณแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของโรงสีน้ำเก่าแก่ แต่ในปัจจุบันโด่งดังจากบ้านหินสุดคลาสสิก แม่น้ำ Water of Leith และวิวริมน้ำที่แสนจะน่ารัก บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในหนังสือนิทานเลยล่ะ
จากนั้น เราไปต่อกันที่มหาวิหาร St Mary’s Episcopal Cathedral ซึ่งงดงามตระการตามาก ทั้งหอคอยสูงตระหง่าน กระจกสีสเตนกลาสสุดวิจิตร และสถาปัตยกรรมสไตล์กอทิกที่น่าทึ่งสุดๆ
มื้อเที่ยงเราฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารจีน Star Chef Chinese Restaurant เราสั่งผัดไส้หมู ซุปเปรี้ยวซี่โครงหมู และมาโปเต้าหู้ อาหารรสชาติอร่อยถูกปากมาก ขอแนะนำเลยสำหรับใครที่โหยหาอาหารจีนรสชาติต้นตำรับ!
กินอิ่มแล้ว เราก็ไปเดินเล่นย่อยอาหารกันที่ถนน Royal Mile และ Victoria Street เพื่อหาซื้อของฝากและซึมซับบรรยากาศเมือง นอกจากนี้เรายังได้เจอกับสตรีทโชว์คนดังของเอดินบะระด้วย อย่างคุณลุง The Newspaper Guy ที่จะถ่ายรูปเราด้วยกล้องโบราณแล้วพิมพ์รูปลงบนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ให้เป็นของที่ระลึกสุดเก๋ และเรายังได้ยืนฟังชายในชุดคิลต์ (Kilt) ดั้งเดิมของชาวสกอตยืนเป่าปี่สกอตด้วย เป็นการสัมผัสกลิ่นอายความเป็นสกอตแลนด์ที่ยอดเยี่ยมไปเลย!
ก่อนกลับ เราแวะไปที่ Bakehouse Close ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Frankenstein
ปิดท้ายทริปนี้ เรานั่งรถไฟ Avanti West Coast กลับอังกฤษ เป็นอันจบการเดินทาง 3 วันสุดแสนประทับใจในเอดินบะระ
เอดินบะระเป็นเมืองที่สวยงาม อบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์ อาหารอร่อย และประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน หวังว่าสักวันจะได้กลับมาเยือนที่นี่อีกนะ!