ทริปหน้าร้อน 4 วัน 3 คืน เบรชา (Brescia)・มิลาน (Milan)・เซอร์มิโอเน่ (Sirmione)|รีวิวเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ทางตอนเหนือของอิตาลี
หน้าร้อนนี้เราจัดทริป 4 วัน 3 คืน ไปเยือนเบรชา (Brescia) มิลาน และเซอร์มิโอเน่ (Sirmione) ตอนแรกก็แอบกังวลว่าอิตาลีช่วงหน้าร้อนจะร้อนเกินไป และการเดินทางข้ามเมืองจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า แต่พอได้ไปจริงๆ กลับรู้สึกว่าการจัดทริปแบบนี้ลงตัวมาก มิลานมีความเป็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแฟชั่นและศิลปะ ส่วนเบรชาก็มีความเงียบสงบและกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ในขณะที่เซอร์มิโอเน่ริมทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda) เหมือนเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของทริปนี้ ทั้งสามสถานที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พอเอามารวมกันในทริปเดียว มันทำให้ทริปมีสีสันและไม่จำเจเหมือนการไปเที่ยวแค่ในเมืองใหญ่ๆ
Day 1|มิลาน: เริ่มต้นทำความรู้จักเมืองจากมหาวิหาร
วันแรกที่ไปถึงมิลาน เราเริ่มทริปกันที่มหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) เป็นจุดหมายแรก แสงแดดช่วงหน้าร้อนแรงมาก แต่พอไปยืนมองสถาปัตยกรรมด้านนอกของมหาวิหารจากจัตุรัส รอยแกะสลักหินอ่อนที่ละเอียดอ่อนยังคงดูอลังการและน่าทึ่งมาก ทริปนี้เราตั้งใจขึ้นไปบนหลังคามหาวิหาร (Duomo Terrace) ซึ่งคุ้มค่ากว่าแค่ยืนถ่ายรูปที่จัตุรัสด้านล่างจริงๆ
เมื่อขึ้นไปบนหลังคา จะได้เห็นยอดแหลม รูปปั้น และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อนอย่างใกล้ชิด แถมยังได้มองเห็นวิวเมืองมิลานจากมุมสูงอีกด้วย แนะนำว่าถ้าไปช่วงหน้าร้อน ควรจัดคิวไปช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพราะถ้าขึ้นไปตอนเที่ยงตรงจะร้อนมากๆ
ช่วงบ่ายเราค่อยๆ เดินเล่นในใจกลางเมือง เริ่มจากมหาวิหารเดินไปเรื่อยๆ จนถึงแกลเลอเรีย วิตตอริโอ เอมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) ระหว่างทางไม่ต้องจัดตารางเที่ยวให้แน่นเกินไป ปล่อยเวลาให้ตัวเองได้นั่งจิบกาแฟ กินเจลาโต้ และซึมซับจังหวะชีวิตของชาวมิลาน
Day 2|เบรชา: เมืองประวัติศาสตร์ที่ทำให้หลงรักอย่างไม่คาดคิด
วันที่สองเราเดินทางจากมิลานไปยังเบรชา (Brescia) เมืองนี้ให้ความรู้สึกต่างจากมิลานโดยสิ้นเชิง ถนนหนทางไม่แออัด นักท่องเที่ยวก็ค่อนข้างน้อย เหมาะกับการเดินเล่นชิลๆ
สิ่งที่คุ้มค่าแก่การใช้เวลาในเบรชาที่สุดคือย่านเมืองเก่า (Historical Center) การได้เดินทอดน่องไปตามถนนสายเก่า ทำให้เราได้เห็นสถาปัตยกรรมและจัตุรัสที่หลงเหลือมาจากยุคสมัยต่างๆ ขนาดของเมืองไม่ได้ใหญ่มากนัก การเดินเท้าเชื่อมต่อระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวจึงสะดวกสบายสุดๆ
จุดที่ทำให้ฉันประทับใจมากคือซากปรักหักพังของโรมันโบราณและอาคารประวัติศาสตร์ เพียงแค่เดินไปตามทางสั้นๆ ก็สามารถสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมานานกว่าพันปีของเมืองนี้ ที่นี่ไม่ได้วุ่นวายเหมือนโรม และไม่ได้มีความเป็นเชิงพาณิชย์แบบมิลาน แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนวิถีชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นกลมกลืนไปกับโบราณสถาน
คำแนะนำสำหรับการมาเที่ยวเบรชาในหน้าร้อน:
· ช่วงเช้าให้ไปเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์หลักๆ ก่อน
· ช่วงเที่ยงหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ร้อนที่สุด โดยแวะพักทานอาหารในร้านอาหาร
· ช่วงบ่ายค่อยไปเดินช้อปปิ้งหรือหาคาเฟ่นั่งพัก
· สวมรองเท้าที่ใส่สบาย เพราะย่านเมืองเก่าเหมาะกับการเดินเท้ามากๆ
Day 3|เซอร์มิโอเน่: วันที่ผ่อนคลายที่สุดของทริป
วันที่สามเป็นวันที่เรารอคอยมากที่สุด นั่นก็คือการไปเยือนเซอร์มิโอเน่ (Sirmione)
พอเดินทางจากแถวเบรชามาถึงทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda) ทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เซอร์มิโอเน่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรที่ยื่นลงไปในทะเลสาบ การผสมผสานระหว่างผืนน้ำ เมืองเก่า ปราสาท และถนนปูหินแคบๆ ทำให้ได้บรรยากาศการพักผ่อนช่วงหน้าร้อนในอิตาลีแบบเต็มๆ
เมื่อไปถึง เราเริ่มจากการเข้าไปในย่านเมืองเก่าและเดินเล่นไปตามถนน นักท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนเยอะจริงๆ แต่ถ้าเลี่ยงช่วงเวลาที่คนพลุกพล่านที่สุดได้ ก็ยังพอหามุมสงบๆ ให้นั่งพักผ่อนได้
แลนด์มาร์คที่พลาดไม่ได้คือ ปราสาทสกาลิเจโร (Scaliger Castle) ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ วิวทะเลสาบเมื่อมองจากด้านบนปราสาทสวยงามมาก แทนที่จะรีบวิ่งเก็บที่เที่ยว ฉันขอแนะนำให้เผื่อเวลาเดินเล่นริมทะเลสาบ หาร้านอาหารนั่งทานมื้อเที่ยง แล้วซื้อเจลาโต้อิตาลีมาเดินกินชิลๆ ดีกว่า
หน้าร้อนในเซอร์มิโอเน่ร้อนมาก แสงแดดริมทะเลสาบก็แรงสุดๆ ดังนั้นหมวก ครีมกันแดด และน้ำดื่มคือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลย
Day 4|มิลาน: ปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งและซึมซับช่วงเวลาแบบอิตาเลียน
วันสุดท้ายเรากลับมาที่มิลาน โดยไม่ได้จัดตารางเที่ยวอะไรมากมาย แต่เผื่อเวลาไว้สำหรับการช้อปปิ้ง จิบกาแฟ และเดินเล่นส่งท้าย การจัดทริปแบบนี้ช่วยให้รู้สึกว่า "ไม่ต้องรีบวิ่งขึ้นรถไฟทุกวัน"
ถ้ามีสัมภาระเยอะ แนะนำให้เช็คเรื่องที่ฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟหรือสอบถามที่พักไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะทริปหน้าร้อนที่อาจจะมีเสื้อผ้าเยอะ การลากกระเป๋าไปตามถนนปูหินไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สรุปแผนการเดินทาง 4 วัน 3 คืน
· Day 1: มิลาน|มหาวิหารมิลาน (Duomo), หลังคามหาวิหาร (Duomo Terrace), แกลเลอเรีย วิตตอริโอ เอมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II), ใจกลางเมือง
· Day 2: เบรชา|ย่านเมืองเก่า, ซากปรักหักพังโรมันโบราณ, เดินเล่นย่านถนนเก่า
· Day 3: เซอร์มิโอเน่|ทะเลสาบการ์ดา, ปราสาทสกาลิเจโร, เดินเล่นริมทะเลสาบ
· Day 4: มิลาน|ช้อปปิ้ง, คาเฟ่, เดินเล่นในตัวเมืองส่งท้าย
สิ่งที่ได้รับมากที่สุดจากทริปนี้คือ การค้นพบว่าพื้นที่รอบๆ มิลานนั้นเหมาะสำหรับการจัดทริปสั้นๆ มาก มิลานให้ความเป็นเมืองใหญ่และศิลปะ เบรชาให้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ส่วนเซอร์มิโอเน่ก็ให้วิวทะเลสาบและบรรยากาศแห่งการพักผ่อน ประสบการณ์การท่องเที่ยวทั้ง 3 แบบที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถูกนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวในทริป 4 วัน 3 คืน
ถ้าเป็นการวางแผนเที่ยวอิตาลีตอนเหนือช่วงหน้าร้อนเป็นครั้งแรก ฉันขอแนะนำทริปแบบ "เมืองใหญ่ + เมืองประวัติศาสตร์ + ทะเลสาบ" แบบนี้เลย อย่าจัดตารางเที่ยวให้แน่นจนเกินไป โดยเฉพาะที่เซอร์มิโอเน่ ซึ่งเหมาะกับการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์มากที่สุด ตื่นเช้ามาดูวิวสวยๆ ตอนเที่ยงทานอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ ตอนบ่ายเดินเล่นริมทะเลสาบ แล้วค่อยนั่งรถกลับตอนเย็น การทำแบบนี้จะทำให้สัมผัสเสน่ห์ที่แท้จริงของอิตาลีตอนเหนือได้ดีกว่าการรีบตามเก็บแลนด์มาร์คถ่ายรูปเช็คอินเสียอีก