Travel like a Pro เดินทางแบบมือโปรไปอเมริกาฝั่งตะวันออก

สำนักพิมพ์ Ellie Trip


รู้จัก American East Coast

Iconic cities เมืองใหญ่ที่โด่งดังไปทั่วโลก เมืองศิวิไลซ์ ทิวทัศน์และแนวชายฝั่งที่สวยงาม

แต่ละเมืองหรือรัฐในแถบฝั่งตะวันออกล้วนแต่เป็นที่ที่มีชื่อเสียงของอเมริกา ทั้งมหานครนิวยอร์ค เมืองหลวงวอชิงตัน ดีซี เมืองที่มีมหาลัยอันดับหนึ่งของโลกบอสตัน สวนสนุก Universal ที่ใหญ่ที่สุดออแลนโด้ และอื่น ๆ อีกมากมาย ฝั่นตะวันออกล้วนแต่มีแต่ที่ที่มีชีวิตชีวาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประดับประดาด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างความพึงพอใจให้กับนักเดินทางมากมาย


กิจกรรมมากมายในแต่ละเมืองทั้งทำให้เราสนุกจนลืมเวลา Time zone ที่ต่างกันเป็นวัน ไม่ว่าจะสำรวจพิพิธภัณฑ์ ชมแกลลอรี่ศิลปะ เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และช้อปปิ้งจนดึก แม้จะได้เพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ในแผนการเดินทางแบบขับรถเที่ยวเองที่ยอดเยี่ยมก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น การได้ขับรถ Road Trip ในอเมริกา เป็นอะไรที่สนุกฟินราวกับอยู่ในซีรีส์วัยใสชิค ๆ เลยก็ว่าได้





การเดินทางไปอเมริกา

ไม่ใช่ว่าอยากไปอเมริกาก็ไปได้ง่าย ๆ นะ ค่าใช้จ่ายที่ต่างกันมาก ค่าตั๋วเครื่องบินที่ราคาสูงกว่าที่อื่นเนื่องจากบินข้ามทวีปข้ามมหาสมุทรเป็นวัน อีกทั้งเจ้าวีซ่าตัวปัญหาที่เป็นที่โด่งดังสำหรับคนไทยหลาย ๆ คนมากว่า "ผ่านยาก" แต่ก็ไม่ใข่ว่าจะไม่ผ่านเลย หากเราเตรียมตัวดี ๆ ในการทำเอกสารขอวีซ่า ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย ขอแนะนำขั้นตอนการวางแผนเที่ยวอเมริกาง่าย ๆ ตามด้านล่าง ทำตาม เที่ยวได้สบาย ชิลมาก ๆ เชื่อสิ 😉


1. วางแผนการเดินทาง เมือง และรัฐที่อยากไป

2. มองหาตั๋วเครื่องบินและที่พักเพื่อทำการจอง

3. ทำงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้พร้อม

4. ทำ VISA USA

5. ออกเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา

การขอวีซ่า USA

ประเภทของวีซ่าอเมริกานั้นมีหลากหลายมาก แต่วันนี้เราขอมาแนะนำวีซ่าประเภทท่องเที่ยว หรือ B1/B2 นี่คือวีซ่าที่หากคุณผ่านแล้วจะได้กลับมาเป็นระยะเวลาถึง 10 ปีขึ้นอยู่ดุลพินิจของท่านกงสุล เนื่องจากขั้นตอนการของและเอกสารค่อนข้างยุ่งยาก ทำให้คนส่วนมากที่ผ่านวีซ่าประเภทนี้ได้ถึง 10 ปีกันหมดถึง 98% เลย


ขั้นตอนการขอวีซ่า

1. เตรียมรูปถ่าย 2x2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว เปิดใบหูชัดเจน ไม่สวมแว่นตา

2. กรอกเอกสาร DS-160

3. ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า 150USD ราคาไทยขึ้นอยู่กับค่าเงินแต่ละวัน

4. ทำการจองคิวสัมภาษณ์

5. เตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อม เช่น เอกสารการเงิน/ใบยืนยันการจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก/ใบลางาน/เอกสารรับรองการทำงาน/ใบจองคิววีซ่า และอื่น ๆ ตามข้อมูลส่วนบุคคล

6. เดินทางไปสัมภาษณ์



ข้อมูลทั่วไปก่อนออกเดินทางที่อเมริกาทั้งประเทศนั้นใช้สกุลเงินดอลลาห์สหรัฐ (USD ) โดยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาห์ อยู่ที่ประมาณ 33 บาท
รหัสเครื่องมือสื่อสารคือ +1 ตามรหัสประเทศ และนักท่องเที่ยวผู้มีวีซ่าระยะสั้นสามารถซื้อ Simcard สำหรับระยะสั้นได้เช่นกัน หรือจะเปิด Roaming จากประเทศเราไปเองก้ได้
Time zoneEastern Coast ( New York, Washington D.C., Florida) : ช้ากว่าเมืองไทย 12 ชั่วโมง ถ้าไทยเที่ยงวัน แถบนั้นก็เที่ยงคืนพอดี
Central ( Chicago , North Dakota , Texas , etc) : ช้ากว่าเมืองไทย 13 ชั่วโมง
Mountain zone (Arizona, Colorado, Montana) : ช้ากว่าเมืองไทย 14 ชั่วโมง
Pacific USA (Washington , Oregon , California) : ช้ากว่าเมืองไทย 15 ชั่วโมง



New York City



นิวยอร์ค เมืองแห่งการเริ่มต้นในการท่องเที่ยว USA ของใครหลาย ๆ คน ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองศิวิไลซ์จนเป็นศูนย์กลางระดับโลกได้เลย สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้มีมากมาย ไม่ว่าจะแหล่ง Shopping ชื่อดัง Time Square , Broadway walking Street จุดชมวิวสะพานชื่อดังอย่าง Dumbo และไปเดินข้ามสะพาน Brooklyn Bridge ชมธรรมชาติที่สวยงามที่ Niagara Fall น้ำตกชื่อดังก้องโลก ชมวิวบนตึก Empire State และล่องเรือชม Iconic สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เทพีเสรีภาพ รัฐนิวยอร์คนั้นครบเครื่องมากจริง ๆ ครบทั้งธรรมชาติและเมืองหลวง มากมายด้วยสถานที่แบบนี้ การที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางในสหรัฐก็ไม่แปลกเลยจริง ๆ



New Jersey



นิวเจอร์ซี่ เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง เมืองฝาแฝดกับนิวยอร์ค หลาย ๆ คนอยู่แต่ในนิวยอร์คก็คงมีเบื่อกันบ้างจนอยากออกไปรัฐอื่นใกล้ ๆ ง่าย ๆ เลือกนิวเจอร์ซี่เลยค่ะ นั่งรถไฟจาก New York City ไปแค่ 30-35 นาทีเท่านั้น ร้านเค้กชื่อดังอย่าง Cheesecake Factory หากใครอยากชิมจำเป็นต้องนั่งรถจากนิวยอร์คมาที่นี่นะ เพราะนิวยอร์คยังไม่มีร้านนี้เลย ภาพรวมส่วนใหญ่ของรัฐนิวเจอร์ซี่เน้นเป็นธรรมชาติสวยงามริมทะเลสาปประกายเพชรเช่น Collingswood , Cranbury หรือ Frenchtown ที่ไม่ว่าถ่ายมุมไหนเหมือนอยู่ในซีรีส์แบบ 100%



Washington DC


วอชิงตัน ดีซี ไม่ใช่เมืองใหญ่ที่สุดแต่เป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ ศูนย์กลางการรวมอำนาจทั้งหมดในประเทศ รวมครบอยู่ในที่เมืองนี้ จุดเด่นที่โด่งดังอีกอย่างคือ เป็นเมืองที่มีที่ตั้งของทำเนียบขาว ทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และเป็นที่ทำงานในปัจจุบันของประธานธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา แค่มีไอคอนนิคที่นี่ที่เดียว ก็สัมผัสได้ถึงความสำคัญและความยิ่งใหญ่ของเมืองนี้แล้วจริง ๆ


Boston



Boston อยู่ในรัฐ Massachusetts สำหรับใครหลาย ๆ คน เมืองนี้คงเป็นเมืองในฝัน โดดเด่นทั้งธรรมชาติที่สมบูรณ์ อากาศเย็นสบาย และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกอย่าง Harvard University ที่เด็ก ๆ ทุกคนใฝ่ฝันที่จะเข้าเรียน หากใครไม่ได้เป็นนักศึกษาก็ไม่เป็นไร มหาลัยนี้ใจดีเปิดให้คนภายนอกได้แวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมและมีของที่ระลึกขายตามถนนด้วย


อีกหนึ่งจุดเด่นที่อยากแนะนำของที่นี่คือขนมที่ทุกคนคุ้นหูอย่าง Custard แต่รู้หรือไม่ว่าคนอเมริกันท้องถิ่นเขาเรียกว่า Boston Cream มาจากขนมโดนัทและ Boston cream pie ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของสูตรขนมคัสตาร์ดอีกที แต่มาดัดแปลงใช้ชื่อว่าเป็น Boston Cream ห่ากใครมีโอกาส ลองแวะหาคาเฟ่ชิมขนมรสออริจินัลดูได้นะคะ



Orlando



Orlando เมืองใหญ่ริมชายหาดชื่อดังระดับโลกในรัฐ Florida จุดเด่นของที่นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย เป็นศูนย์รวมของความสนุกความบันเทิง มีทั้ง SeaWorld สถานที่ชมสัตว์ทะเลหายากมากมายและโชว์วาฬเพชรฆาตชื่อดัง Disneyland และ Universal Studio ที่ใหญ่ที่สุด บอกเลยว่าทั้งสองที่ เที่ยววันเดียวไม่หมดไม่ครบแน่นอน แนะนำให้ซื้อบัตรเข้าแบบเที่ยว 2 วันได้เลย รับรองคุ้มค่าของการมาที่นี่แน่นอน


Miami


หาดไมอามี่ ในรัฐฟลอริด้า มีชื่อเสียงทั้งในสหรัฐและในระดับโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนริมทะเลอันดับต้น ๆ เลยที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวหมายตากันมาเที่ยวทะเลและนอนอาบแดด กิจกรรมทางทะเลให้สนุกก็มีมากมาย ทั้งเล่นเซิร์ฟบอร์ด โต้คลื่น ขี่จักรยานริมทะเล และกีฬาอื่น ๆ จะบอกว่าหาดไมอามี่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของกิจกรรมเหล่านี้อีกด้วยก็ว่าได้




ฝั่งตะวันออกของอเมริกานั้นมีแต่สถานที่ iconic ระดับโลกที่พลาดไม่ได้เลยจริง ๆ หากใครมาแล้วไม่ได้แวะมาที่นี่เหมือนมาไม่ถึงอเมริกา ทั้งเมืองศิวิไลซ์หรือธรรมชาติ รับรองเลยว่าไม่มีเหมือนประเทศไหน ๆ และยากที่จะเลียนแบบ ไหน ๆ ก็ได้เดินทางไปแล้ว ไปให้ครบ เอาให้คุ้ม กลับมาไม่มีลืมความทรงจำแน่นอน 💙



คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที