
ช่วงนี้ “อินโดนีเซีย” กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ว่าจะไปบาหลีดูทะเลสีฟ้าใส เดินตลาดพื้นเมืองในยอกยาการ์ตา หรือชมวิวเมืองจาการ์ตาแบบสุดปัง แต่ไม่ว่าทริปไหน ๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “อินเทอร์เน็ต” เพราะไม่ว่าจะเปิดแผนที่ หาร้านเด็ด หรือโพสต์รูปลงโซเชียล ก็ต้องมีเน็ตติดตัวไว้ตลอดทาง! และทางเลือกที่ทั้งง่าย สะดวก และคุ้มที่สุดในยุคนี้ก็คือ eSIM อินโดนีเซีย — ซิมดิจิทัลที่ไม่ต้องเปลี่ยนการ์ด ไม่ต้องรอรับพัสดุ แค่สแกนก็เล่นอินเทอร์เน็ตได้ทันที!
บทความนี้ Trip.com จะพาคุณไปรู้จัก eSIM อินโดนีเซียให้มากขึ้น ทั้งวิธีใช้งาน ข้อดีข้อเสีย เคล็ดลับเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับทริป พร้อมอัปเดตค่ายเน็ตยอดฮิตในอินโดนีเซียปี 2569 แบบเข้าใจง่ายสุด ๆ
ไปอินโดนีเซีย ใช้ซิมอะไรดีที่สุด?

เวลาวางแผนเที่ยวอินโดนีเซีย หลายคนมักมีคำถามว่า “ไปอินโดนีเซีย ใช้ซิมอะไรดี?” คำตอบสั้น ๆ คือ — ใช้ eSIM คือทางเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้ค่ะ 🎯
เพราะ eSIM ช่วยให้คุณใช้อินเทอร์เน็ตได้ทันทีตั้งแต่เครื่องแตะพื้นสนามบิน ไม่ต้องหาซิมที่สนามบิน ไม่ต้องรอเปิดโรมมิ่งให้ยุ่งยาก แค่สแกน QR Code จาก Trip.com ก็พร้อมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เลย
ถ้าเทียบกับการซื้อซิมการ์ดแบบทั่วไปหรือเช่า Pocket Wi-Fi แล้ว eSIM มีข้อดีหลายอย่างที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่มากกว่า เช่น
- สะดวกกว่า: ไม่ต้องเปลี่ยนซิมในเครื่อง แค่สแกนก็ใช้งานได้ทันที
- รวดเร็วกว่า: ไม่ต้องต่อคิวซื้อซิมที่สนามบิน
- ปลอดภัยกว่า: ไม่ต้องเสี่ยงทำซิมหลักหายระหว่างทริป
- คุ้มค่ากว่า: มีแพ็กเกจให้เลือกหลายแบบตามจำนวนวันและปริมาณอินเทอร์เน็ตที่ต้องการ
นอกจากนี้ eSIM ยังรองรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เกือบทั้งหมด เช่น iPhone, Samsung Galaxy, Google Pixel และ Huawei รุ่นที่รองรับ ทำให้ใช้งานได้ง่ายทั้งนักท่องเที่ยวมือใหม่และสายเดินทางมือโปร
💡 สรุป:
ถ้าคุณอยากเล่นเน็ตได้ทันทีที่ถึงบาหลี จาการ์ตา หรือยอกยาการ์ตา แบบไม่ต้องถอดซิม — eSIM อินโดนีเซียจาก Trip.com คือคำตอบที่ดีที่สุด สำหรับปี 2569 นี้แน่นอน!
แพ็กเกจ eSIM อินโดนีเซียยอดนิยมจาก Trip.com!
0.5 GB 1 วัน
- ปริมาณเน็ต0.5 GB/วัน
- ระยะเวลา1 วัน
- ราคา฿48.61
0.5 GB 3 วัน
- ปริมาณเน็ต0.5 GB/วัน
- ระยะเวลา3 วัน
- ราคา฿114.67
0.5 GB 5 วัน
- ปริมาณเน็ต0.5 GB/วัน
- ระยะเวลา5 วัน
- ราคา฿166.19
1 GB 1 วัน
- ข้อมูล1GB/วัน
- ความมีมูล1วัน
- ราคา฿ 54.43
1 GB 3 วัน
- ปริมาณเน็ต1 GB/วัน
- ระยะเวลา3 วัน
- ราคา฿129.22
1 GB 5 วัน
- ปริมาณเน็ต1 GB/วัน
- ระยะเวลา5 วัน
- ราคา฿203.58
eSIM คืออะไร
eSIM คือซิมการ์ดดิจิทัลที่ฝังอยู่ภายในสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ของคุณ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ทันที โดยไม่ต้องใส่ซิมการ์ดจริงให้ยุ่งยาก เพียงสแกน QR Code หรือดาวน์โหลดโปรไฟล์จากผู้ให้บริการ ก็พร้อมใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ในไม่กี่นาที
มือถือรุ่นใหม่หลายรุ่นรองรับ eSIM แล้ว เช่น iPhone XS ขึ้นไป, Samsung Galaxy รุ่นใหม่, Google Pixel, และ Huawei บางรุ่น หากต้องการตรวจสอบว่าโทรศัพท์ของคุณรองรับ eSIM หรือไม่ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ทางการของ Apple หรือ เว็บไซต์ของ Samsung
สำหรับ eSIM อินโดนีเซีย นั้น เหมาะสุด ๆ สำหรับนักเดินทางที่อยากเล่นเน็ตได้ตั้งแต่เครื่องแตะพื้นสนามบิน ไม่ต้องถอดซิม ไม่ต้องรอรับของ เพียงติดตั้งล่วงหน้าก่อนออกเดินทางก็พร้อมเชื่อมต่อได้เลย — สะดวก ประหยัดเวลา และหมดห่วงเรื่องซิมหายแน่นอน!
แพ็กเกจและค่าธรรมเนียม eSIM อินโดนีเซีย

Trip.com มีแพ็กเกจ eSIM อินโดนีเซียให้เลือกหลายแบบตามจำนวนวันและปริมาณอินเทอร์เน็ตที่ต้องการ เหมาะสำหรับทั้งทริปสั้นและทริปยาว ก่อนเลือกซื้อ แนะนำให้พิจารณาจากระยะเวลาการเดินทางและพฤติกรรมการใช้งานของคุณ เช่น ใช้แผนที่บ่อย ดูคลิปเยอะ หรือเน้นแค่แชตและโซเชียล
ระยะเวลา | 500MB/วัน | 1GB/วัน |
|---|---|---|
1 วัน | ฿48.61 | ฿54.43 |
3 วัน | ฿114.67 | ฿129.22 |
5 วัน | ฿166.19 | ฿203.58 |
7 วัน | ฿223.53 | ฿277.95 |
10 วัน | ฿312.44 | ฿389.71 |
15 วัน | ฿458.68 | ฿579.26 |
20 วัน | ฿607.83 | ฿762.39 |
30 วัน | ฿903.23 | ฿1,135.06 |
💡เคล็ดลับเลือกแพ็กเกจให้คุ้มค่า:
- ถ้าเดินทางระยะสั้นไม่เกิน 5 วัน เลือกแพ็กเกจ 500MB/วัน ก็เพียงพอสำหรับการใช้แผนที่และแชตทั่วไป
- แต่ถ้าอยู่ยาวหรือชอบดูคลิป–โพสต์รูปบ่อย แนะนำแบบ 1GB/วัน เพื่อให้ใช้งานได้ลื่นไม่สะดุด
วิธีติดตั้ง eSIM อินโดนีเซีย (สำหรับ iPhone และ Android)
การติดตั้ง eSIM อินโดนีเซียทำได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะใช้ iPhone หรือ Android ก็สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย
ขั้นตอนการติดตั้ง
1. เปิดอีเมลยืนยันการสั่งซื้อจาก Trip.com
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้รับ QR Code สำหรับติดตั้ง eSIM แล้ว
2. เชื่อมต่อ Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตก่อนเริ่มติดตั้ง
การดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM ต้องใช้อินเทอร์เน็ตที่เสถียร
3. เปิดเมนูการตั้งค่าในสมาร์ทโฟนของคุณ
- สำหรับ iPhone: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → มือถือ (Cellular) → เพิ่ม eSIM (Add eSIM)
- สำหรับ Android: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → การเชื่อมต่อ (Connections) → ตัวจัดการซิม (SIM Manager) → เพิ่ม eSIM (Add eSIM)
4. สแกน QR Code ที่ได้รับทางอีเมล
ระบบจะทำการติดตั้งโปรไฟล์ eSIM โดยอัตโนมัติ รอจนเห็นข้อความยืนยันว่า eSIM ถูกเพิ่มเรียบร้อย
5. ตั้งชื่อโปรไฟล์ eSIM เพื่อแยกให้ง่าย
แนะนำให้ตั้งชื่อว่า “Trip” หรือ “BC” เพื่อสะดวกในการระบุเวลาเลือกใช้งาน
6. เมื่อถึงอินโดนีเซีย ให้เปิด “Data Roaming” (โรมมิ่งข้อมูล)
จากนั้นปิดซิมหลัก (ถ้ามี) เพื่อให้ระบบเลือกใช้งาน eSIM โดยอัตโนมัติ
7. หากยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ให้รีสตาร์ตเครื่องหนึ่งครั้ง
หลังจากเปิดใหม่ สัญญาณจะเชื่อมต่อเครือข่ายอินโดนีเซียทันที
⚠️ ข้อควรระวัง
- ห้ามสแกน QR Code จากอุปกรณ์อื่นนอกจากเครื่องที่ต้องการใช้งาน เพราะ 1 QR Code ใช้ได้เพียง ครั้งเดียว และ กับอุปกรณ์เดียวเท่านั้น
- หากติดตั้งแล้ว ห้ามลบ eSIM ออกจากเครื่อง เพราะจะไม่สามารถสแกนซ้ำได้
หลังติดตั้งเสร็จ – พร้อมใช้งานได้ทันที
เพียงเปิดเครื่องออกจากโหมดเครื่องบินเมื่อถึงอินโดนีเซีย ระบบจะเชื่อมต่อเครือข่ายอัตโนมัติ ไม่ต้องเปลี่ยนซิมหรือกรอกข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติม
💡 เคล็ดลับ
- แนะนำให้ติดตั้ง eSIM ตั้งแต่อยู่ที่ไทยก่อนเดินทาง เพื่อทดสอบ QR Code และมั่นใจว่าใช้งานได้
- เมื่อถึงสนามบิน เช่น จาการ์ตา หรือบาหลี เพียงเปิดมือถือ ระบบจะเชื่อมต่อเครือข่ายทันที
- ถ้ามีปัญหาการเชื่อมต่อ ให้ตรวจสอบ APN:
mobileแล้วเปิด–ปิดโหมดเครื่องบิน 1 ครั้ง
ข้อดีของการติดตั้งล่วงหน้า
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันทีที่เครื่องแตะพื้น
- ไม่ต้องหาซิมการ์ดหรือเสียเวลาตั้งค่าที่สนามบิน
- ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวซิมหายหรือสับสนกับซิมเดิม
eSIM อินโดนีเซียรองรับมือถือรุ่นไหนบ้าง
ปัจจุบัน **มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM แล้ว** ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก! คุณสามารถตรวจสอบการรองรับได้ง่ายๆ โดยไปที่ **การตั้งค่า > การจัดการซิม/เซลลูลาร์** หรือดูรายชื่อย่อของรุ่นยอดนิยมที่อัปเดตล่าสุดด้านล่างนี้
Apple
- iPhone XR–iPhone 17 (รวม mini/Plus/Pro/Pro Max)
- iPhone SE (Gen 2–3)
Samsung Galaxy
- S20–S24 (รวม Ultra/FE)
- Note 20/Note 20 Ultra
- Z Flip 3–5, Z Fold 3–5
Google Pixel
- Pixel 3–8 (รวม Pro และ a-series)
HUAWEI
- Mate 40 Pro
- P40 Pro
- P50/P60/Mate 60 Series
OPPO / OnePlus
- OPPO Find X3–X7, Reno 6–11
- OnePlus 11/12
Xiaomi / Redmi
- Xiaomi 13–14 Series
- Redmi Note 12 Pro 5G ขึ้นไป
Sony Xperia
- Xperia 10 V, 1 V, 5 V ขึ้นไป
Motorola
- Razr 2019–Razr 2024
เปรียบเทียบผู้ให้บริการ eSIM อินโดนีเซีย 2569

ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ eSIM สำหรับใช้งานที่อินโดนีเซีย มาดูกันก่อนค่ะว่าเครือข่ายไหนตอบโจทย์การใช้งานของคุณที่สุด เพราะแต่ละค่ายจะมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งเรื่องความเร็ว ความครอบคลุม และความเสถียรของสัญญาณ
ผู้ให้บริการ | จุดเด่นหลัก | ความเร็ว / สัญญาณ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
Telkomsel | ครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด | ความเร็วสูงสุดทั้งดาวน์โหลดและอัปโหลด | นักเดินทางที่ต้องการสัญญาณเสถียรตลอดทริป |
Indosat (IM3) | เสถียรในเขตเมืองใหญ่ | ความแรงสัญญาณคงที่ | คนที่พักในเมืองและใช้งานต่อเนื่อง |
Tri (3) | ค่าใช้จ่ายประหยัด | สัญญาณดีในเมืองหลัก | นักท่องเที่ยวสายประหยัด เน้นแชตและโซเชียล |
XL Axiata | ปิงต่ำ เหมาะสำหรับเล่นเกม | ความเร็วปานกลางแต่เสถียร | เกมเมอร์และสายสตรีมมิง |
เคล็ดลับในการเลือก eSIM อินโดนีเซีย

ก่อนจะซื้อ eSIM สำหรับใช้งานในอินโดนีเซีย ลองพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ก่อน เพื่อให้ได้แพ็กเกจที่เหมาะกับสไตล์การเดินทางของคุณมากที่สุด
1. ราคาจับต้องได้ คุ้มค่ากับการใช้งาน
สิ่งแรกที่ควรดูคือ “ราคา” ค่ะ เพราะแพ็กเกจ eSIM มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ราคาจะแตกต่างกันตามจำนวนวันและปริมาณอินเทอร์เน็ต ถ้าอยากคุ้มที่สุด ควรเลือกแพ็กเกจที่ตรงกับระยะเวลาทริป และเพียงพอกับการใช้งานจริง เช่น ถ้าอยู่ไม่กี่วันอาจเลือกแบบ 3–5 วัน แต่ถ้าเที่ยวหลายเมืองหรือทำงานระหว่างเดินทาง การเลือกแบบ 15–30 วันจะสะดวกกว่าและราคาต่อวันถูกลงด้วย
2. ความจุของดาต้าเพียงพอไหม
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “ปริมาณอินเทอร์เน็ต” ควรเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานของคุณ เช่น
- ถ้าใช้เน็ตแค่เปิดแผนที่ คุยแชต หรืออัปโหลดรูปบ้างนิดหน่อย แพ็กเกจ 500MB ต่อวันก็เพียงพอ
- แต่ถ้าเป็นสายโซเชียล ดูคลิป หรือทำงานออนไลน์ แนะนำเลือก 1GB ต่อวัน หรือแพ็กเกจแบบ Unlimited เพื่อไม่ต้องคอยกังวลว่าเน็ตจะหมดกลางทาง
3. มีรีวิวดีไหม เช็กก่อนซื้อเสมอ
ก่อนตัดสินใจซื้อ แนะนำให้เข้าไปดูรีวิวจากผู้ใช้จริง เพราะจะช่วยให้รู้ว่าผู้ให้บริการนั้นมีคุณภาพดีแค่ไหน สัญญาณแรงหรือไม่ และมีบริการช่วยเหลือหลังการขายหรือเปล่า โดยเฉพาะรีวิวที่พูดถึงประสบการณ์ใช้งานจริงในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น บาหลี ยอกยาการ์ตา หรือจาการ์ตา จะช่วยให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
รีวิวจากผู้ใช้จริง: eSIM อินโดนีเซีย
“ใช้งานง่ายมาก แค่สแกน QR Code ก็เล่นเน็ตได้เลย”
เดินทางถึงบาหลีปุ๊บ สัญญาณขึ้นทันที ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเลยค่ะ สะดวกมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี
“สัญญาณแรงทั่วอินโดนีเซีย ไม่มีหลุดแม้อยู่บนเกาะ”
ตอนแรกกังวลว่าสัญญาณจะไม่ถึงที่พักบนเกาะนูซาเปนิดา แต่สุดท้ายก็ใช้งานได้ลื่นตลอด แถมแชร์ฮอตสปอตให้เพื่อนได้ด้วย
“บริการดี มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือทันทีเมื่อมีปัญหา”
ตอนติดตั้งครั้งแรกเชื่อมต่อไม่ขึ้น ติดต่อทีมซัพพอร์ตของ Trip.com ผ่านแชต ได้รับคำแนะนำทันที แก้ปัญหาได้ภายในไม่ถึง 10 นาที ประทับใจมาก
“ราคาคุ้มมากสำหรับคนเที่ยวหลายเมือง”
ใช้ eSIM ของ Trip.com เที่ยวทั้งบาหลีและจาการ์ตา สัญญาณดีทุกที่ ไม่ต้องเปลี่ยนซิมให้ยุ่งยาก ประหยัดกว่าซื้อซิมใหม่ที่สนามบินเยอะเลย!
ความแตกต่างระหว่าง eSIM, ซิมการ์ด และ Pocket Wi-Fi

หลายคนอาจลังเลว่าจะเลือกใช้อะไรดีระหว่าง eSIM, ซิมการ์ดทั่วไป หรือ Pocket Wi-Fi มาดูตารางนี้กันค่ะ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าตัวไหนเหมาะกับสไตล์การเดินทางของคุณมากที่สุด
คุณสมบัติ | eSIM | ซิมการ์ดทั่วไป | Pocket Wi-Fi |
|---|---|---|---|
วิธีการใช้งาน | สแกน QR Code แล้วสามารถใช้งานได้ทันที | ต้องถอดและใส่ซิมการ์ดจริง | ต้องเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์แยก |
ความสะดวกในการใช้งาน | สะดวกที่สุด ไม่ต้องเปลี่ยนซิมหรือพกอุปกรณ์เพิ่ม | ต้องเปลี่ยนซิมก่อนใช้งาน | ต้องเปิดเครื่องและเชื่อมต่อ Wi-Fi ก่อนใช้งาน |
การพกพา | ไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่มเติม | ซิมอยู่ในมือถืออยู่แล้ว | ต้องพกเครื่อง Wi-Fi ติดตัวตลอดเวลา |
การแชร์อินเทอร์เน็ตให้ผู้อื่น | ไม่สามารถแชร์ให้ผู้อื่นได้ | ไม่สามารถแชร์ได้ | สามารถแชร์ให้หลายเครื่องใช้งานพร้อมกันได้ |
การชาร์จแบตเตอรี่ | ไม่ต้องชาร์จ | ไม่ต้องชาร์จ | ต้องชาร์จแบตเตอรี่ทุกวัน |
ความเหมาะสมในการใช้งาน | เหมาะสำหรับนักเดินทางที่เน้นความสะดวกและใช้งานคนเดียว | เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเบอร์โทรศัพท์ท้องถิ่น |
💡เคล็ดลับ:
- ถ้าเดินทางคนเดียวหรืออยากใช้งานแบบง่ายไม่ยุ่งยาก — eSIM คือทางเลือกที่สะดวกที่สุด
- แต่ถ้าไปกับเพื่อนหรือครอบครัวหลายคนและต้องแชร์อินเทอร์เน็ตกัน — Pocket Wi-Fi ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ค่ะ
✅ ข้อดีของการใช้ eSIM อินโดนีเซีย
- ใช้งานได้ทันทีที่ถึงสนามบิน
เพียงติดตั้ง eSIM ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง ก็สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันทีที่เครื่องแตะพื้นอินโดนีเซีย ไม่ต้องเสียเวลาถอดเปลี่ยนซิมการ์ดเหมือนแต่ก่อน - ไม่ต้องกลัวซิมการ์ดหาย
เพราะ eSIM เป็นซิมดิจิทัลที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง ไม่มีการ์ดพลาสติกให้หล่นหายหรือสับสนกับซิมเดิม สะดวกและปลอดภัยกว่ามาก - รองรับการใช้งานแบบ Dual SIM
สามารถใช้สองเครือข่ายในเครื่องเดียวได้ เช่น ใช้เบอร์ไทยสำหรับรับ OTP และ eSIM อินโดนีเซียสำหรับเล่นเน็ต — เหมาะสุดสำหรับนักเดินทางที่ต้องการความคล่องตัว
⚠️ ข้อควรพิจารณา (ข้อจำกัดของ eSIM อินโดนีเซีย)
- ไม่เหมาะกับผู้ที่ใช้อุปกรณ์หลายเครื่อง
eSIM ผูกกับเครื่องที่ติดตั้ง ไม่สามารถย้ายไปใช้อุปกรณ์อื่นได้ ต่างจากซิมจริงที่ถอดเปลี่ยนได้สะดวก - ใช้ได้เฉพาะรุ่นมือถือที่รองรับ eSIM
สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง iPhone XS ขึ้นไป, Google Pixel, หรือ Samsung Galaxy รุ่นล่าสุดสามารถใช้งานได้ แต่รุ่นเก่าหรือรุ่นราคาประหยัดบางเครื่องอาจไม่รองรับ ต้องตรวจสอบก่อนซื้อ - ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ท้องถิ่น
แพ็กเกจ eSIM ส่วนใหญ่เป็นแบบ “ดาต้าเท่านั้น” จึงไม่สามารถใช้โทรออกหรือรับสายในอินโดนีเซียได้ หากต้องโทรหรือจองบริการในประเทศ อาจต้องใช้แอปอย่าง WhatsApp หรือ LINE แทน
FAQ เกี่ยวกับ eSIM อินโดนีเซีย
eSIM อินโดนีเซียคืออะไร?
eSIM อินโดนีเซียคือซิมการ์ดดิจิทัลที่ฝังอยู่ในสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ของคุณ ทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่ซิมจริงหรือเปลี่ยนซิมระหว่างเดินทาง เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกและเชื่อมต่อได้ตลอดเวลามือถือรุ่นไหนใช้ eSIM อินโดนีเซียได้บ้าง?
มือถือที่รองรับ eSIM ได้แก่ iPhone XS ขึ้นไป, Samsung Galaxy รุ่นใหม่, Google Pixel และ Huawei บางรุ่น หากต้องการความแน่ใจ แนะนำให้ตรวจสอบในเว็บไซต์ผู้ผลิตก่อนซื้อหรือเปิดใช้งาน eSIMต้องมีอินเทอร์เน็ตก่อนติดตั้ง eSIM ไหม?
ต้องมีอินเทอร์เน็ตหรือ Wi-Fi ก่อนเริ่มติดตั้ง eSIM เพราะต้องดาวน์โหลดโปรไฟล์ผ่านระบบออนไลน์ หลังติดตั้งเสร็จแล้วก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน eSIM ได้เลยeSIM อินโดนีเซียโทรออกหรือรับสายได้ไหม?
แพ็กเกจ eSIM อินโดนีเซียจาก Trip.com เป็นแบบ “ดาต้าเท่านั้น (Data Only)” จึงไม่สามารถโทรหรือรับสายได้ แต่สามารถใช้แอปสื่อสารอย่าง LINE, WhatsApp หรือ Messenger โทรผ่านอินเทอร์เน็ตแทนได้ถ้าเกิดติดตั้ง eSIM แล้วลบออก สามารถใช้ QR Code เดิมติดตั้งใหม่ได้ไหม?
ไม่ได้ค่ะ QR Code ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากลบ eSIM ออกจากเครื่อง จะไม่สามารถติดตั้งซ้ำได้ ต้องซื้อแพ็กเกจใหม่





