5 เมืองจีนที่คนไทยต้องไปให้ถึงในปี 2569 | แนะนำที่เที่ยว อาหาร และการเดินทาง
ตารางเนื้อหา
- ปักกิ่ง — เมืองหลวงเก่าแก่กับวังต้องห้ามและเป็ดปักกิ่ง
- ทำไมต้องไปปักกิ่ง
- สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในปักกิ่ง
- การเดินทางในปักกิ่ง
- เซี่ยงไฮ้ — มหานครนานาชาติที่ไม่เคยหลับใหล
- ทำไมต้องไปเซี่ยงไฮ้
- สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในเซี่ยงไฮ้
- การเดินทางในเซี่ยงไฮ้
- ฉงชิ่ง — เมือง 3 มิติที่โด่งดังไปทั่วโลก
- ทำไมต้องไปฉงชิ่ง
- สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในฉงชิ่ง
- การเดินทางในฉงชิ่ง
- เฉิงตู – เมืองแห่งแพนด้าและอาหารเลิศรส
- ทำไมต้องไปเฉิงตู
- สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในเฉิงตู
- การเดินทางในเฉิงตู
- จางเจียเจี้ย — สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
- ทำไมต้องไปจางเจียเจี้ย
- สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในจางเจียเจี้ย
- การเดินทางในจางเจียเจี้ย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตั้งแต่มีข้อตกลง การยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีน ชาวไทยก็สามารถบินตรงไปเที่ยวจีนได้แบบไร้กังวล แค่ถือพาสปอร์ตก็เดินทางได้ทันที สูงสุดครั้งละ 30 วัน
แต่คำถามคือ... จีนกว้างใหญ่ไพศาล แล้วจะเริ่มต้นที่ไหนดี?
บทความนี้รวบรวม 5 เมืองในจีนที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวไทยมากที่สุด ตั้งแต่เมืองที่สายบุญต้องไปกราบไหว้ เมืองที่สายกินต้องไปชิมของเด็ด ไปจนถึงเมืองที่เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวแบบชิล ๆ พร้อมข้อมูลการเดินทางและทริกเด็ดที่ควรรู้ก่อนไป

ปักกิ่งคือ ศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ของจีน เปรียบเสมือน "ห้องเรียนประวัติศาสตร์" ขนาดยักษ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี
ปักกิ่งมี มรดกโลกทางวัฒนธรรมถึง 8 แห่ง มากที่สุดในโลก รวมถึงพระราชวังต้องห้าม กำแพงเมืองจีน หอฟ้าเทียนถาน สวนหลวงอีเหอ สุสานหลวงหมิง และคลองใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า
ข้อดีอีกอย่างคือ นโยบายยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีน ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางได้สะดวก และมีเที่ยวบินตรงจากไทยไปปักกิ่งหลายสายการบิน
นอกจากนี้ ปักกิ่งยังเป็นเมืองที่ ตอบโจทย์คนไทย ทั้งสายช้อปปิ้ง (ห้างดัง ถนนการค้า และสินค้าดีไซน์ใหม่), สายกิน (เป็ดปักกิ่ง อาหารข้างทาง) และสายเที่ยวชมสถาปัตยกรรมอันงดงาม
เหนื่อยง่ายก็ไม่ต้องห่วง เพราะระบบขนส่งมวลชนในปักกิ่งมีความทันสมัย ครอบคลุมทุกพื้นที่ และยังมีรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อไปยังเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ
ปักกิ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวระดับตำนานที่คนไทยต้องไปให้ได้สักครั้ง ดังนี้:
พระราชวังต้องห้าม – พระราชวังหลวงของจักรพรรดิจีนถึง 24 พระองค์ ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลก
กำแพงเมืองจีน – มหัศจรรย์ทางวิศวกรรมโบราณ แนะนำให้ไปที่ส่วนมู่เถียนยวี่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าและสามารถนั่งกระเช้าขึ้นชมวิวได้
หอฟ้าเทียนถาน – สถานที่ประกอบพิธีกรรมของจักรพรรดิ มีสถาปัตยกรรมที่งดงามเป็นเอกลักษณ์
สวนหลวงอีเหอ – สวนหลวงขนาดใหญ่ที่มีทะเลสาบและศาลาจีนโบราณ
ถนนหวังฟู่จิ่ง – ถนนช้อปปิ้งชื่อดังของปักกิ่ง
ย่านหนานหลัวกู่เซียง – ย่านเมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและของกินเล่น
ย่านซานลี่ถุน – ย่านทันสมัยที่รวมร้านค้าแบรนด์ดัง คาเฟ่ และบาร์
นักท่องเที่ยวไทยสามารถบินตรงจาก กรุงเทพฯ สู่ปักกิ่งได้โดยไม่ต้องต่อเครื่อง นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินตรงจาก เชียงใหม่ และภูเก็ต ให้เลือกอีกด้วย โดยสายการบินที่ให้บริการ ได้แก่ การบินไทย, ไชน่าแอร์ไลน์, ไห่หนานแอร์ไลน์ และเวียดเจ็ทไทยแลนด์ ใช้เวลาบินประมาณ 4-5 ชั่วโมง
รถไฟใต้ดินของปักกิ่งมีมากกว่า 20 สาย ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเกือบทั้งหมด ราคาเริ่มต้นเพียง 3 หยวน ไม่ติดขัด และประหยัดกว่าแท็กซี่มาก ไม่แนะนำให้ใช้แท็กซี่ในเมืองเพราะการจราจรติดขัดหนัก โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วน (เช้า 07:30-09:30 และเย็น 17:30-19:30)

เซี่ยงไฮ้คือ ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญที่สุดของจีน เปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดสู่ความทันสมัยและความก้าวหน้าของประเทศ ด้วยตึกระฟ้าสุดล้ำและสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
นอกจากนี้ เซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองที่ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวไทยทุกสไตล์ ทั้งสายช้อป สายกิน และสายเที่ยวชมเมือง ด้วยระบบขนส่งที่ทันสมัยทำให้การเดินทางสะดวก และยังมีเที่ยวบินตรงจากไทยหลายสายการบิน
ข้อดีอีกอย่างคือเซี่ยงไฮ้มีนโยบาย 144 ชั่วโมงผ่านเมืองโดยไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางต่อเครื่องไปประเทศที่สาม ทำให้เหมาะสำหรับการแวะเที่ยวระยะสั้นก่อนเดินทางต่อ
เดอะบันด์ (The Bund) – ถนนริมแม่น้ำหวงผู่ที่รวมตึกสไตล์โคโลเนียลเก่าแก่และวิวตึกระฟ้าฝั่งผู่ตง
หอไข่มุกตะวันออก
หอไข่มุกตะวันออกเป็นสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ หอชมวิวอันยิ่งใหญ่สูงประมาณ 468 เมตร มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์คล้ายลูกบอลทรงกลมที่เชื่อมต่อกันเป็นสาย ถือเป็นสัญลักษณ์ของเส้นขอบฟ้าสมัยใหม่ของเขตผู่ตง จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองได้รอบทิศ ทั้งแม่น้ำหวงผู่และเดอะบันด์ โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกจนถึงยามค่ำคืน สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวยามค่ำคืนของเซี่ยงไฮ้ที่สว่างไสวตระการตา และยังเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด
เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์
ที่นี่โดดเด่นด้วยโซนพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับประเทศจีนโดยเฉพาะ และยังเป็นที่ตั้งของปราสาทดิสนีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งแต่ขบวนพาเหรดอลังการและการแสดงดอกไม้ไฟไปจนถึงการแสดงสดมากมาย ความสนุกสนานไม่หยุดตลอดทั้งวัน ตาไม่พอดู ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของเซี่ยงไฮ้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับไปกับครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อน
สวนหยู (Yu Garden) – สวนจีนคลาสสิกอายุ 400 ปีในเมืองเก่าเซี่ยงไฮ้
สวนหยูเป็นสวนจีนคลาสสิกดั้งเดิมในเซี่ยงไฮ้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ถือเป็นโบราณสถานอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ภายในสวนมีศาลาพักผ่อน สระน้ำใส หินจำลองภูเขา และสะพานโค้งสลับกัน สร้างบรรยากาศสงบร่มรื่น ให้คุณได้สัมผัสความงดงามของสุนทรียศาสตร์จีนดั้งเดิมอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ตลาดสวนหยูที่อยู่ใกล้เคียงยังให้คุณช้อปปิ้งของกินท้องถิ่นและของที่ระลึกได้อย่างจุใจ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเซี่ยงไฮ้
ถนนเน้นจิ่ง (Nanjing Road) – ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในจีน เหมาะสำหรับการช้อปปิ้ง
- เที่ยวบินตรงจากไทยสู่เซี่ยงไฮ้
ผู่ตง (PVG) – ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กม. สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 เข้าตัวเมืองได้ แต่ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
หงเฉียว (SHA) – อยู่ใกล้ใจกลางเมืองมากกว่า สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 หรือสาย 10 เข้าสู่ตัวเมืองได้ในเวลาประมาณ 30–40 นาที
ทั้งสองสนามบินมีรถไฟใต้ดินเชื่อมต่อถึงกันผ่านสาย 2 และสาย 10 ทำให้การเดินทางสะดวก
- การเดินทางในเมือง – แนะนำให้ใช้รถไฟใต้ดิน
รถไฟใต้ดินของเซี่ยงไฮ้มีมากกว่า 20 สาย ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแทบทุกแห่ง ราคาเริ่มต้นเพียง 3 หยวน ไม่ติดขัด และประหยัดกว่าแท็กซี่มาก แนะนำให้หลีกเลี่ยงแท็กซี่ช่วงเร่งด่วน (เช้า 07:30-09:30 และเย็น 17:30-19:30) เพราะการจราจรติดขัดหนัก

ฉงชิ่งคือ เมืองที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกยุคโซเชียลมีเดีย ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ ตัวเมืองสร้างอยู่บนภูเขาและแม่น้ำ ทำให้มีสถาปัตยกรรมที่แปลกตา อาคารสูงที่ดูเหมือนซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนได้ชื่อว่า "เมือง 3 มิติ"
ฉงชิ่งยังเป็น เมืองแห่งอาหารรสเด็ด โดยเฉพาะหม้อไฟฉงชิ่ง (หมาล่า) ที่โด่งดังไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนต้องลองสักครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ยาวนาน แถมยังเป็นจุดเริ่มต้นของการล่องเรือในแม่น้ำแยงซีเกียงอีกด้วย
หงย่าโถง (Hongya Cave) – อาคารสไตล์จีนโบราณที่สร้างบนหน้าผา 11 ชั้น สวยงามเป็นพิเศษในเวลากลางคืน
สถานีรถไฟลี่จื่อป้า (Liziba Station) – สถานีรถไฟใต้ดินที่วิ่งผ่านตึกที่พักอาศัย กลายเป็นแลนด์มาร์กชื่อดังของเมือง
ถนนชิงซี (Jiefangbei) – ย่านธุรกิจและช้อปปิ้งใจกลางเมือง
สะพานกระจกหยางหยาง (Yangtze River Cableway) – กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี ชมวิวเมืองจากมุมสูง
สะพานหินธรรมชาติสามแห่ง อู่หลง — สะพานหินธรรมชาติสามแห่งอู่หลง ตั้งอยู่ในพื้นที่อู่หลง ฉงชิ่ง เป็นสถานที่ทางธรรมชาติระดับโลกที่เกิดจากการกัดเซาะหินปูนคาร์สต์ขนาดมหึมาตลอดระยะเวลานับล้านปี จนกลายเป็นสะพานหินธรรมชาติสามแห่งที่น่าอัศจรรย์

นักท่องเที่ยวไทยสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ฉงชิ่งได้หลายสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยลงที่ สนามบินนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย์ (CKG) ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินที่ทันสมัยที่สุดของจีนตะวันตก
จากสนามบินเจียงเป่ย์ สามารถนั่ง รถไฟใต้ดินสาย 3 หรือ สาย 10 เข้าสู่ตัวเมืองได้โดยตรง ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที เป็นวิธีที่ประหยัดและรวดเร็ว รองลงมาคือรถบัสสนามบินและแท็กซี่
ฉงชิ่งมีรถไฟใต้ดินหลายสายที่ครอบคลุมพื้นที่สำคัญของเมือง โดยเฉพาะ สาย 2 ซึ่งเป็นรถไฟใต้ดินสายแรกของจีนที่วิ่งเหนือพื้นดิน ให้ได้ชมวิวเมืองไปพลาง ๆ ราคาเริ่มต้นเพียง 2 หยวน ไม่ติดขัด และประหยัดกว่าแท็กซี่มาก แนะนำให้หลีกเลี่ยงแท็กซี่ช่วงเร่งด่วน (เช้า 08:00-09:30 และเย็น 17:30-19:30) เพราะการจราจรติดขัดและสภาพถนนที่เป็นเนินเขา

เฉิงตูคือ เมืองแห่งแพนด้ายักษ์ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นที่ตั้งของฐานวิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมแพนด้าได้ใกล้ชิด
นอกจากนี้ เฉิงตูยังเป็น เมืองแห่งอาหารเลิศรส ที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่งอาหารสร้างสรรค์ (City of Gastronomy) อาหารขึ้นชื่ออย่างหม้อไฟเสฉวน (หมาล่า) และอาหารรสเผ็ดหลากหลาย เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยที่ชอบของแซ่บ
เฉิงตูยังเป็นเมืองที่ ผสมผสานความเก่าและใหม่ มีทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เช่น วัดอู่โหว หรือถนนจินหลี่ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณ ขณะเดียวกันก็เป็นเมืองที่ทันสมัย มีระบบขนส่งที่สะดวกสบายและที่พักหลากหลาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์
ฐานวิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู – สถานที่รวมแพนด้ามากที่สุดในโลก ชมแพนด้าได้ใกล้ชิดทั้งเด็กและผู้ใหญ่
วัดอู่โหว (Wuhou Shrine) – วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงขุนศึกในยุคสามก๊ก
สวนสาธารณะเหรินหมิน (People’s Park) – สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่คนท้องถิ่นนิยมมาพักผ่อน ดื่มชา และเล่นไพ่
วัดตูเจียงหยาน (Dujiangyan) – ระบบชลประทานโบราณอายุ 2,000 กว่าปี ที่ยังคงใช้งานได้ถึงปัจจุบัน
เล่อซาน (Leshan Giant Buddha) – พระพุทธรูปหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 71 เมตร สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง (อยู่ห่างจากตัวเมืองเฉิงตูประมาณ 1.5 ชั่วโมง)
นักท่องเที่ยวไทยสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ สู่เฉิงตูได้หลายสายการบิน ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยลงที่ สนามบินนานาชาติเฉิงตูเทียนฟู่ (TFU) ซึ่งเป็นสนามบินแห่งใหม่ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
จากสนามบินเทียนฟู่ สามารถนั่ง รถไฟใต้ดินสาย 18 ซึ่งเป็นรถไฟด่วนพิเศษที่เชื่อมสนามบินสู่ตัวเมือง ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที หรือใช้รถบัสสนามบินและแท็กซี่ สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก
รถไฟใต้ดินของเฉิงตูมีมากกว่า 15 สาย ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแทบทุกแห่ง ราคาเริ่มต้นเพียง 2-3 หยวน ไม่ติดขัด และประหยัดกว่าแท็กซี่มาก แนะนำให้หลีกเลี่ยงแท็กซี่ช่วงเร่งด่วน (เช้า 08:00-09:30 และเย็น 17:30-19:30) เนื่องจากการจราจรติดขัด

หากต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติด้วยตาตัวเอง ต้องไม่พลาดจางเจียเจี้ย ยอดหินแปลกตาและหุบเขาลึกของจางเจียเจี้ยสร้างทิวทัศน์อันน่าทึ่งจนได้รับการยกย่องระดับนานาชาติ สถานที่แห่งนี้ยังเคยถูกใช้เป็นโลเคชันถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Avatar อีกด้วย หากคุณปรารถนาจะเยียวยาร่างกายและจิตใจท่ามกลางธรรมชาติ จางเจียเจี้ยคือจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ
อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย – แหล่งรวมยอดเขาหินทรายอันเป็นเอกลักษณ์ของโลก รวมถึงยอดเขาเทียนจื่อและหุบเขาเอิร์ดา ป็นแรงบันดาลใจให้กับฉากในภาพยนตร์เรื่อง Avatar
สะพานกระจกจางเจียเจี้ย – สะพานกระจกที่สูงและยาวที่สุดในโลก ทอดตัวอยู่เหนือหุบเขาลึก
ประตูฟ้าเทียนเหมินซาน (Tianmen Mountain) – ประตูหินธรรมชาติขนาดใหญ่บนหน้าผา ต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลกขึ้นไป
ถ้ำหวงหลง (Huanglong Cave) – ถ้ำหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามและแปลกตา
นักท่องเที่ยวไทยสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จางเจียเจี้ยได้ โดยมีสายการบินให้บริการ เช่น ไทยแอร์เอเชีย และสายการบินอื่นๆ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ลงที่ สนามบินนานาชาติจางเจียเจี้ยเหอฮวา (DYG)
สนามบินจางเจียเจี้ยตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงประมาณ 6 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าตัวเมืองได้โดยรถแท็กซี่ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที หรือรถบัสสนามบิน ซึ่งเป็นวิธีที่ประหยัดกว่า
จางเจียเจี้ยยังไม่มีระบบรถไฟใต้ดิน การเดินทางในเมืองจึงนิยมใช้แท็กซี่หรือรถบัสท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย หรือประตูฟ้าเทียนเหมินซาน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไป การใช้รถบัสท่องเที่ยวหรือบริการรับส่งจากโรงแรมจึงเป็นตัวเลือกที่สะดวกและประหยัดที่สุด





























